“ไทย” ติดอันดับ 2 ของโลก ส่งออกเครื่องประดับเงิน
SUB_TIK February 27, 2025 11:21 AM

ไทยยังครองผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินอันดับ 2 ของโลก ต่างชาติมุ่งเป้าซื้อขายพลอยสี คาดงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 71 เงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมและสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT พร้อมคณะอำนวยการจัดงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมจัดงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 71 มีกําหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 กุมภาพันธ์ 2568 นี้ โดยงานนี้มีบริษัทชั้นนําทั้งไทยและต่างประเทศรวม 1,100 บริษัท กว่า 2,600 คูหา ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยคาดว่างานนี้จะมีเงินสะพัดภายในงานไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท

ซึ่งงานบางกอกเจมส์ เป็นการจัดขึ้นเพื่อต่อยอดอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย เพราะถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ โดยในปี 2567 มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคําไม่ขึ้นรูป) มีมูลค่า 9,609.10 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 10.99% ทะลุเป้าที่ประเมินไว้ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินอันดับ 2 ของโลก และพลอยสีเป็นอันดับ 3 ของโลก อีกทั้งพลอยสียังมีมูลค่าการส่งออกที่ก้าวกระโดดเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วง 10 ปีที่ผ่านมาบริษัทผู้ทําเหมืองรายใหญ่ของโลกอย่าง Fura Gems และ Gemfields ได้เลือกไทยเป็นเวทีในการจัดประมูลพลอย ถือเป็นความสําเร็จในการเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สําคัญ

“งานบางกอกเจมส์ไทย เป็นงานแสดงเก่าแก่ที่สุดในเอเชียและติดอันดับ 1 ใน 4 ของโลก ถือเป็นเป้าหมายของผู้ค้าจากทั่วโลกต้องเดินทางมาเจรจาและสั่งซื้อสินค้าในงานนี้”

อย่างไรก็ดี งานแสดงสินค้าได้รับการตอบรับจากผู้ซื้อและผู้ค้าจากทั่วโลก ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในปี 2568 นี้ มีการเติบโตไปได้ตามเป้าหมายในการส่งออก เพราะต้องยอมรับว่าสถานการณ์การส่งออกทั่วโลกยังต้องติดตามปัจจัยการค้า การส่งออกที่มีผลกระทบอย่างใกล้ชิด

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT กล่าวว่า สำหรับทิศทางการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับในปี 2568 การส่งออกน่าจะฟื้นตัวต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการท่องเที่ยว แต่ต้องจับตาปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งรัสเซีย-ยูเครน และอิสราเอล-ฮามาส รวมทั้งนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเก็บภาษีนำเข้าประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐ ในลำดับต้น ๆ และมาตรการตอบโต้ด้านต่าง ๆ ที่สหรัฐ มองว่าไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามการค้าในระยะอันใกล้ซึ่งหลายปัจจัยนี้จะมีผลต่อเนื่องและอาจเป็นกำแพงกีดกันการค้าโลกในปี 2568 และส่งผลกระทบต่อการส่งออกได้

ทั้งนี้ มีข้อเสนอแนะในการปรับตัว ผู้ประกอบการจะต้องใช้ประโยชน์จากการที่อุตสาหกรรมค้าปลีกได้ก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัล โดยพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแนวทางจากการขับเคลื่อนด้วยเทรนด์สำหรับคนจำนวนมากไปเป็นประสบการณ์ส่วนบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วยความมีเอกลักษณ์สำหรับแต่ละบุคคล หรือเปลี่ยนจากแบบกลุ่มขนาดใหญ่เป็นแบบกลุ่มย่อย ทำให้ปัญญาประดิษฐ์ได้เข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้น ทั้งการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า การตลาด และการทำธุรกิจในด้านต่าง ๆ โดยต้องให้ความสำคัญกับการดึงดูดผู้บริโภคเชิงคุณค่า การปลดล็อกการเชื่อมโยงช่องทางการตลาดแบบ Omnichannel และการสร้างประสิทธิภาพความเชี่ยวชาญสำหรับตลาดแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น

© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.