นายกฯ ตอบกระทู้สดครั้งแรก ส.ส.รัฐบาล ถามปราบแก๊งคอล รับปากสภา ไม่หมด ไม่เลิก
GH News February 27, 2025 03:01 PM

“นายกอิ๊งค์” ชี้แจงกระทู้สดครั้งแรก รับปาก “สภาฯ” ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เด็ดขาด ลั่น ต้องหมดไปจากประเทศไทยในเร็ววัน ไม่จบไม่เลิกแน่นอน

เมื่อเวลา 11.35 น.วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายพิเชษฐ์​ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ของ นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ถามนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ข้ามชาติหรือแก๊งค์คอลเซนเตอร์ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศ สร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนเป็นวงกว้าง จึงอยากทราบว่านายกฯและรัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างไรบ้าง

จากนั้น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชี้แจงด้วยตัวเอง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มาตอบกระทู้ ว่า ตั้งแต่ก่อนที่ตนเป็นนายกฯ ปัญหาเรื่องของแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ต่างๆ เป็นปัญหาที่แพร่หลายในทุกสังคม ทุกจังหวัด และส่งผลกระทบไปที่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไม่ใช่แค่เอเซีย แต่ไปทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และตนได้รับข่าวสารมากมายเหมือนพี่น้องประชาชนแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์เดี๋ยวนี้หลอกพี่น้องประชาชนของเราอย่างไรบ้าง บางคนหมดเนื้อหมดตัว บางคนต้องถึงกับจบชีวิต บางคนคิดที่จะทำร้ายคนอื่น เพื่อเอาเงินไปแก้หนี้สิน จนกลายเป็นปัญหาต่อเนื่อง และนำมาสู่ปัญหายาเสพติด ความไม่สงบสุขอีกมากมายในหลายประเด็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนทราบอยู่แล้ว

น.ส.แพทองธาร กล่าวต่อว่า เมื่อตนได้มาเป็นนายกฯ ตนก็ได้สั่งการทันทีกับหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กสทช. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และหน่วยงานความมั่นคง ต้องช่วยกันดูแลเรื่องแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์อย่างบูรณาการ เพราะไม่สามารถทำโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งแซงกี้สำคัญการที่เราจะต้องคุยกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขอความร่วมมืออย่างบูรณาการ

ดังนั้นจะต้องใช้รัฐบาลกับรัฐบาลถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าเรามาจากช่องทางอื่นๆเขาจะไม่แน่ใจว่าเรามาจากช่องทางใดบ้าง เมื่อรัฐบาลคุยกับรัฐบาล เราก็หาทางออกร่วมกัน และต้องขอความร่วมมือจากทุกประเทศที่ประสบปัญหา ไม่ว่าจะเป็นแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ยาเสพติด และเรื่องอื่นๆอีกมากหมาย

นายกฯกล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ให้มีการจัดตั้งศูนย์ป้องกันและปรับปรามอาชญากรรมออนไลน์ หรือ AOC 1441 ขึ้นมา เพื่อให้มีการบูรณาการการทำงานทั้งหมดในการรับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง จำนวน 100 คู่สาย ถ้าผู้เสียหายโทมาที่ 1441 เราสามารถแจ้งชื่อแอคเคาน์ที่ถูกหลอกว่าโอนเข้าบัญชีไหน ทาง1441 จะสามารถระงับชื่อบัญชีนั้นได้เลย และสามารถตรวจสอบได้ว่าบัญชีนั้นเปิดไว้ที่ธนาคารไหนบ้างก็สามารถปิดได้หมดเช่นกัน และตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป เมื่ออายัดบัญชีได้ทันทีก็ช่วยระงับความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ทันที และปัจจุบันเราสามารถระงับบัญชีม้าไปแล้ว 1.92 ล้านบัญชี หรือ 1.44 แสนรายชื่อ และมีการสั่งการต่อเนื่อง ไม่ใช่ปิดแล้วก็จบแค่นั้น แต่ให้ดูพฤติกรรมต่อว่ามีการไปเปิดบัญชีที่ไหนอีกหรือไม่เพื่อจะได้ระงับได้ทัน

น.ส.แพทองธาร กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นคือมีมาตรการให้ธนาคารยกระดับตรวจสอบการเปิดบัญชีใหม่กับบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง และให้มีการกวาสดล้างซิมม้าที่อยู่ในะบบ เพราะถือเป็นเครื่องมือหลักในการก่ออาชญากรรมออนไลน์ และได้มีการเตรียมมาตรการกำหนดให้ผู้ถือครองซิมการ์ดมีไม่เกิน 6 เบอร์และยืนตัวตัวตนได้ด้วย ถ้าเกินไปกว่านั้นก็ต้องตรวจสอบและระงับได้เลย และรัฐบาลได้ยกร่างพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี(ครม.)แล้ว โดยมีสาระสำคัญ เพิ่มอำนาจให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหา กำหนดความผิดกับผู้ที่นำข้อมูลประชาชนไปขาย และมีบทลงโทษ ความรับผิดชอบของหน่วยงานสถาบันการเงินที่ไม่ระงับความเสียหายที่เกิดขึ้น

“สำหรับชายแดน ได้ให้หน่วยงานความมั่นคงซีลพื้นที่แนวชายแดน โดยทำงานร่วมกับกับทหารและฝ่ายปกครอง แก้ปัญหาให้เข้มข้น จับกุมขบวนการค้ามนุษย์ที่ผ่านแดนไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และตรวจค้นทำลายแหล่งส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตไปยังประเทศเพื่อบ้ารแบบผิดกฎหมาย รวมไปถึงให้กระทรวงการต่างประเทศประสานหน่วยงานต่างประเทศเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งมีระบบไตรภาคี ระหว่างไทย จีน เมียนมา เพื่อช่วยเหลือในการแก้ปัญหาแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์นี้” น.ส.แพทองธาร ชี้แจง

นายกฯ​ กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ต้องสงสัยที่จับมาได้ และทำการคัดกรอและส่งตัวไปดำเนินการกฎหมาย มีการส่งตัวและเก็บข้อมูลเพื่อติตตามเฝ้าระวังต่อไป ซึ่งต้องทำให้ครบทั้งหมดแย่างเคร่งคัด เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาให้ได้ สำหรับการแก้ปัญหาที่ได้ผลอย่างมากคือทำลายฐานที่มั่นของแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ด้วยการการตัดไฟ และหยุดส่งน้ำมัน ซึ่งต้องสั่งการทันทีเพื่อให้เกืิดผลในทันที การแก้ปัญหาลดลง ซึ่งเป็นการย้ำว่าเราจริงจังกับเรื่องนี้ ถือว่ารัฐบาลได้รับความร่วมมือและมีผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์

จากนั้นนายอัครเดช ถามต่อว่า ตนมีข้อเสนอแนะรัฐบาลในการดำเนินนโยบายการควบคุมการลงทะเบียนซิมม้ายังมีความหละหลวมในการลงทะแบียนอยู่ พบว่ามีการใช้ชื่มปลอม จึงอยากให้นายกฯสั่งการในรายละเอียด ขณะเดียวกันต้องมีมาตรการทางการเงิน ควรจำกัดวงเงินบัญชีธนาคารเพื่อลดความเสียงบัญชีม้า

น.ส.แพทองธาร ชี้แจงว่า จะรับข้อเสนอแนะ ในการคุมซิมม้า และจะสั่งการให้กสทช.และดีอี รับไปดำเนินการรวมถึงความเห็นอื่นๆ ได้จดไว้แล้ว ส่วนการตัดไฟฟ้า และน้ำมัน สถานที่ทำการของอาชญากรรมข้ามชาติ พบการใช้ไฟน้อยลง มีการย้ายอุปกรณ์ และคนออกจากพื้นที่ รวมถึงพบการหยุดก่อสร้างขนาดใหญ่ในฝั่งเมียวดี เมียนมาด้วย อย่างไรก็ดีได้รับรายงานกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติปิดตัวลงหรือลดขนาดลง ทั้งนี้ยังพบการลักลอบนำน้ำมันเข้าประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ไทยจับกุม 17 ครั้ง รวม 8,000 ลิตร

“ทั้งนี้วันนี้ 28 ก.พ.ดิฉันจะไป จ.สระแก้ว เพื่อไปติดตาม สิ่งที่สั่งการเป็นอย่างไรบ้าง อาทิ การลดเสาส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต ปราบปรามซิมบ็อกซ์ ระงับไวไฟคอลลิ่งจากประเทศเพื่อนบ้าน จัดระเบียบผู้ซื้อผู้ให้บริการไลน์เซ่นส์โทรคมนาคม ที่ผ่านมาเกิดความเสียหาย 100 ล้านบาทต่อวัน ขณะนี้ลดลงเหลือ 50 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งถือว่ายังมากอยู่ จึงมีความตั้งใจอย่างมากที่จะทำให้ตัวเลขลดลงเรื่อยๆ และหากได้รับความช่วยเหลืออย่างบูรณาการแบบนี้ ดิฉันเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า คอลเซ็นเตอร์จะต้องหมดไปจากประเทศไทยในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน”น.ส.แพทองธาร กล่าว

ทั้งนี้นายอัครเดช ได้ถามย้ำ ว่าในมาตรการการปราบปรามผู้อิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมออนไลน์ นายกฯจะดำเนินการอย่างไร

โดยน.ส.แพทองธาร ชี้แจงว่า ทราบดีถึงการมีผู้อิทธิพลไม่ว่าจะเป็นชื่อดังๆ ที่มีข่าวลืออกมา นักการเมือง นายทุน ข้าราชการ ที่มีอิทธิพล ตนขอให้คำมั่นสัญญากับสภาฯ จะจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง และขอให้ทุกคนมั่นใจว่าไม่ว่าใครก็ตาม ตำแหน่งสูงใหญ่ ถ้าทำผิดเรื่องนี้ นั่นคือการทำให้พี่น้องคนไทยเดือดร้อน เพระาฉะนั้นตนจะจัดการอย่างนี้อย่างเด็ดขาด และมั่นใจว่าจะทำเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่แน่นอน

“ดิฉันพูดไปหลายที่แล้วว่า ดิฉันเป็นนายกฯของคนไทย ดิฉันต้องดูแลคนไทยก่อน นี้คือสิ่งสำคัญที่สุด แน่นอนว่าเรื่องคอลเซ็นเตอร์ และยาเสพติด ขอให้ทุกคนมั่นใจว่ารัฐบาลเราไม่จบไม่เลิกแน่นอน” น.ส.แพทองธาร กล่าว

หลังจากที่นายกฯ ชี้แจงจบ มีเสียงปรบมือจากสภาฯที่แสดงความชื่นชมด้วย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image
© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.