ใช้ต้นกล้วยก่อเชิงตะกอนเผาเหยื่อบัสศึกษาดูงาน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รอดหวุดหวิด เล่านาทีเกิดเหตุ ได้กลิ่นไหม้ รถวิ่งส่าย
GH News February 28, 2025 01:29 AM

ใช้ต้นกล้วยก่อเชิงตะกอนเผาเหยื่อบัสศึกษาดูงาน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รอดหวุดหวิด เล่านาทีเกิดเหตุ ได้กลิ่นไหม้ รถวิ่งส่าย ก่อนไถลชนแท่งแบริเออร์และพลิกคว่ำ

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บริเวณวัดป่าวิเวกพัฒนาราม ม.5 บ้านเอือด ต.พรเจริญ อ.พรเจริญ ชาวบ้านจัดเตรียมสถานที่ประกอบพิธีฌาปนกิจศพกรณีบัสศึกษาดูงานพลิกคว่ำมีผู้เสียชีวิต 18 ราย ที่ปราจีนบุรี ในวันที่ 1 มีนาคม จุดนี้จะเผาร่างผู้เสียชีวิต 4 ศพ พระสงฆ์และชาวบ้านช่วยกันนำต้นกล้วยมาล้อมเรียงวางทับกันขึ้นเป็นสี่เหลี่ยม แล้วนำแผ่นสังกะสีแผ่นเรียบมารองพื้นแล้ววางท่อนไม้ก่อตัวขึ้นมาทำเป็นเชิงตะกอน จำนวน 4 กอง เพื่อเตรียมไว้ฌาปนกิจ ซึ่งแนวคิดการทำเชิงตะกอนนั้น พระสงฆ์ที่พาชาวบ้านทำบอกว่า เป็นการประยุกต์มาจากโบราณที่คนแก่พาทำมา โดยการใช้ต้นกล้วยเป็นกันไฟ แทนการก่อก้อนอิฐขึ้นมา เพราะต้นกล้วยสามารถป้องกันไฟได้ เวลาเอาโลงศพมาตั้ง ก็แทบจะไม่ต้องใช้ไม้ข่มเหง วางทับโลงศพ เมื่อเผาไม้ยุบตัวลงศพก็จะอยู่ในกรอบ 4 เหลี่ยมที่ต้นกล้วยกั้นไว้ กระดูกก็จะตกลงในสังกะสีที่รองไว้ด้านล่าง ที่สำคัญต้นกล้วยเป็นวัสดุธรรมชาติ หาง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย

โดยในวันที่ 28 ก.พ.นี้ จะมีการประดับตกแต่งดอกไม้ให้สวยงาม ส่วนที่บริเวณหน้าโลงศพญาติผู้เสียชีวิต และชาวบ้านที่รู้ข่าว จากสื่อต่างๆ ทยอยเดินทางมายังวัด เพื่อจุดธูปไหว้เคารพศพ และแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย อย่างต่อเนื่อง และยังมีเจ้าหน้าที่พยาบาล มาตั้งบูธคอยอำนวยความสะดวกให้กับญาติและชาวบ้าน หากมีปัญหาด้านสุขภาพ

ส่วนที่วัดป่าวิเวกธรรมคุณ ม.8 ต.พรเจริญ ซึ่งจะเผาร่างผู้เสียชีวิต 13 ศพ ชาวบ้านก็ได้เร่งช่วยกันปรับไถ่ พื้นที่ และวางผังเพื่อทำเชิงตะกอนแล้วเช่นกัน ตลอดทั้งวันที่ผ่านมามีญาติๆของผู้เสียชีวิตทั้ง 13 ศพ เดินทางมาร่วมทำบุญ ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธา มาบริจาคเงิน น้ำดื่ม และสิ่งของอื่นๆ และทำโรงทานอาหาร ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตตลอดทั้งวัน และเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้ นพ.ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นำพวงหรีดมาวางหน้าหีบศพ เจ้าหน้าที่ อสม.ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ในครั้งนี้ จำนวน 3 ราย

ด้านรถบัสโดยสาร 2 ชั้น ทะเบียน 0068 บึงกาฬ ซึ่งขณะนี้ถูกจอดไว้ภายในบ้านพัก ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ ซึ่งเป็นรถบัส 1 ใน 3 คัน ที่เทศบาลตำบลพรเจริญ เช่าเพื่อนำคณะกรรมการกองทุนขยะ ไปศึกษาดูงานด้านการจัดการขยะที่อำเภอแกลง จังหวัดระยะอง แต่ประสบอุบัติเหตุช่วงทางลงเขาโทน อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวานนี้ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 ศพ รถบัสคันนี้เป็นรถที่ต่อขึ้นใหม่ ไม่ใช่รถมือสอง ปรากฏชื่อผู้ประกอบการขนส่ง คือ นางสาวรัตติยากร ชาตรี ส่วนคันที่ประสบเหตุ ปรากฏชื่อผู้ประกอบการขนส่ง คือ นายบุญทัน ชาตรี

เจ้าของรถบัส เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุมีการพักรถอย่างต่อเนื่อง จุดสุดท้ายในการพักรถก่อนเกิดอุบัติเหตุ คือ สถานีให้บริการปั๊มน้ำมันทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ต่อมาได้เปลี่ยนคนขับ ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุ แต่ยืนยันว่า คนขับทั้ง 2 คน มีประสบการณ์ขับรถบัสมากกว่า 10 ปี และคุ้นชินกับเส้นทางนี้ เพราะมีการว่าจ้างให้ไปศึกษาดูงาน และทัศนศึกษาเป็นประจำ และรถบัสหมายเลขทะเบียน 0040 บึงกาฬ ซึ่งเป็นคันที่ประสบเหตุ ผ่านการตรวจสภาพตามหลักเกณฑ์และวิธีการของกรมการขนส่งทางบก ปีละ 2 ครั้ง

นายอดุลย์ มณฑางาม อายุ 41 ปี ตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง อยู่บ้านเลขที่ 68 ม.5 บ้านเอือด ต.พรเจริญ อ.พรเจริญ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนอนอยู่บนเตียงแคร่ตามหลักโบราณ รักษาตัวอาการฟกซ้ำ และขาขวาท่อนล่างหัก 1 ท่อน อยู่หน้าบ้าน หลังออกจากโรงพยาบาล เช้าเหมารถกลับมาพร้อมคนอื่นๆที่บาดเจ็บและสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ โดยรถตู้เช่าเหมาที่หน่วยงานจัดให้ ก่อนเกิดเหตุบอกว่า รถบัสจอดพักบริเวณจุดพักรถของตำรวจทางหลวง ก่อนขึ้นเขารู้สึกตัวขึ้นมาพอดี ช่วงลงเขาจะได้กลิ่นเบรกไหม้ เสียงเข้าเกียร์ เหมือนเข้าเกียร์ไม่ได้ แล้วรถก็จะเร็วขึ้น ช่วงเกิดเหตุมีรถพ่วงอยู่ข้างหน้า คนขับหักหลบไปทางขวา แล้วหักกลับมาทางซ้าย หลังหักซ้ายรถก็เข้าปะทะกับแท่งแบริเออร์ จากนั้นฝั่งซ้ายของรถก็ขูดยาวไปกับแบริเออร์ จนเริ่มเอียงซ้ายลงมาเรื่อยๆ

โดยก่อนรถจะคว่ำหลังคาชั้น 2 เริ่มเปิดออก คนก็เริ่มกระเด็นออกจากรถ ตกจากรถไปบ้าง ไปตกอยู่ข้างทางระหว่างแบริเออร์กับซอกหิน คนก็จะไปกองอยู่บริเวณนั้น แล้วรถก็ไถลทับร่างไป ส่วนบนรถคนก็ตกลงมาทับกันเอง ซึ่งส่วนมากจะเป็นคนที่นอนหลับ ช่วยเหลือตั้งเองไม่ได้ ตอนนั้นตกใจมาก ตัวเองนั่งอยู่ใกล้ประตูรถประตูที่ 2 ของชั้นบน พอรถหยุดก็ได้ยินเสียงคนในรถเรียกหากัน บ้างก็ร้องขอความช่วยเหลือ ส่วนที่ตังเองขาหักนั้นมีคนที่นั่งฝั่งขวาตกลงมาทับ 4 คน ช่วงนั้นก็พยายามยกตัวเองขึ้นมาให้พ้นจากคนทับ ใช้ขาข้างที่หักดันขึ้นแต่ไม่ได้ ก็เลยเปลี่ยนขาอีกข้างดันขึ้นมาแทน ส่วนมากคนที่เสียชีวิตจะนั่งอยู่ฝั่งซ้ายของรถ และนอนหลับ เป็นช่วงดึกนอนหลับ รถไปจะเหวี่ยงไปไหนก็จะเอนตัวตามไป ซึ่งตัวเองก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด โดยหลังให้สัมภาษณ์ ญาติผู้ใหญ่และชาวบ้านที่มาเยี่ยมก็ผูกข้อต่อแขนเรียกขวัญตามประเพณีชาวอีสาน

ด้านนายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ กล่าวหลังจาร่วมประชุมว่า วันนี้ ทายาทผู้เสียชีวิตเข้ารับฟัง (28 ก.พ.)  กระทรวงยุติธรรมจะพิจารณาเป็นกรณีพิเศษในการเพิ่มการจ่ายเงินเยียวยา และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีปี 2544 จากคนละ 5 หมื่นบาท เป็น 2 แสนบาท ส่วนเงินค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ทั้งภาคบังคับและแบบสมัครใจ รวมวงเงิน 20 ล้านบาท ตรงนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะถ้าเคสนี้มีผู้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพเพิ่มเติม ทายาทที่ได้เงินสินไหมไปก่อนหน้านี้ อาจจะต้องเฉลี่ยทรัพย์คืนในภายหลัง จึงต้องรอดูอาการผู้บาดเจ็บไปอีกระยะ

© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.