ตรัง กระบะเสียหลักพุ่งหลุดโค้ง พุ่งชนเสาไฟฟ้าขาดสะบั้น หักโค่นล้มตามอีก 4 ต้น ไฟฟ้าดับสนิทหลายกิโลเมตร คนขับบาดเจ็บ รถพังยับเยิน จนท.เร่งเข้ากู้-ซ่อมแซม คาดแล้วเสร็จวันพรุ่งนี้
28 ก.พ. 68 – เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตรัง ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า มีเสาไฟฟ้าล้มจำนวนหลายต้น รวมทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนกันตัง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง (เขตเทศบาลนครตรัง) บริเวณหน้าร้านส้มตำอีสาน 2004
หลังรับแจ้งจึงประสานพนักงานสอบสวน ตำรวจสายตรวจชุดอินทรี สายตรวจรถยนต์ 20 เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.ตรัง เจ้าหน้าที่เทศบาลนครตรัง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง (บ้วนเต็กเซี่ยงตึ๊ง)
ที่เกิดเหตุ พบว่าไฟฟ้าส่องสว่างข้างถนน บ้านเรือนประชาชน ดับเป็นระยะทางยาวหลายกิโลเมตร ทำให้ชาวบ้านร้านค้าที่ยังเปิดอยู่ได้รับความเดือดร้อน และยังพบอีกว่าจุดบริเวณดังกล่าวกำลังมีการก่อสร้างขุดถนนเพื่อฝังท่อ มีเสาไฟฟ้าจำนวน 4 ต้น ล้มพาดอยู่บนถนน สายไฟฟ้าแรงสูงและสายเคเบิลจำนวนมากห้อยพาดผ่านถนน พบเสาต้นที่ถูกรถยนต์กระบะพุ่งชนหักขาดสะบั้น ในคูพงหญ้า ลักษณะอยู่ลึกลงไปข้างทาง
ส่วนรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน กพ 5856 ตรัง เสียหลักลงไปอยู่ในสภาพตะแคงขวา สภาพรถพังยับเยินทั้งคัน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ ทราบว่าเป็นคนขับ เป็นชายอยู่ในช่วงอายุอยู่ระหว่างวัยรุ่น โดยสารมาเพียงคนเดียว ได้รับบาดเจ็บ แต่รู้สึกตัวดี ถูกเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย นำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้แล้ว
ส่วนสาเหตุคาดว่า คนขับน่าจะเสียหลัก เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นช่วงโค้ง ก่อนจะพุ่งชนเข้ากับเสาไฟฟ้าข้างทางจนขาดสะบั้น และทำให้เสาไฟฟ้าต้นอื่นๆล้มตามลงมาอีกด้วย ก่อนที่รถจะพลิกคว่ำไปตะแคงอยู่ในคูพงหญ้าข้างทางดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เทศบาลฯ ได้ทำการนำกรวยสะท้อนแสงไปตั้งแจ้งเตือนและปิดกั้นการจราจรเป็นการชั่วคราว เนื่องจากมีเสาไฟฟ้าและสายไฟฟ้าล้มพาดผ่านถนนอยู่ รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้ รวมทั้งเพื่อความสะดวกและปลอดภัยกับเจ้าหน้าที่
ขณะที่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตรัง ได้เร่งตัดกระแสไฟฟ้า เพื่อซ่อมแซมและกู้เสาไฟฟ้าที่หักโค่นลงมาเป็นการเร่งด่วน โดยคาดการณ์ว่าน่าจะแล้วเสร็จในช่วงกลางวัน วันที่ 28 ก.พ. นี้
ส่วนมูลค่าที่ราชการเสียหายยังประเมินค่าไม่ได้ โดยทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบปากคำผู้ขับขี่ และหาพยานแวดล้อม พยานหลักฐานอื่นๆต่อไป เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ขับขี่ต่อไป