ครม.ไฟเขียว บ้านเพื่อคนไทยบนที่ดินรถไฟ นำร่อง 4 โครงการ ระยะ 4 ปี
GH News April 01, 2025 04:25 PM

ครม.ไฟเขียว บ้านเพื่อคนไทยบนที่ดินรถไฟ นำร่อง 4 โครงการ ระยะ 4 ปี ให้ 6 หน่วยงานร่วมดำเนินการกว่า 4 พันหน่วย

เมื่อวันที่ 1 เมษายน น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการดำเนินงานโครงการบ้านเพื่อคนไทยนำร่อง (ธอส.) สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กรมที่ดิน กรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ซึ่งโครงการบ้านเพื่อคนไทยนี้จะเป็นการนำที่ดินของการรถไฟ มาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยเพื่อให้โอกาสแก่ประชาชน และกลุ่มคนที่เป็นอยู่ในกลุ่มเริ่มทำงานและยังไม่มีที่อยู่อาศัย ได้มีที่อยู่อาศัยในราคาถูกและมีความเหมาะสม อีกทั้งยังอยู่ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต

ทั้งนี้พื้นที่ดำเนินโครงการนำร่องมีทั้งหมด 4 พื้นที่ รวม 4,180 หน่วย

1.พื้นที่โครงการที่ 11 กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 8,000 ตารางเมตร จัดเป็นที่พักอาศัยได้ประมาณ 1,296 หน่วย

2. พื้นที่รอบสถานีรถไฟธนบุรี (ศิริราช) เนื้อที่ประมาณ 35,061 ตารางเมตร จัดเป็นพื้นที่ที่พักได้ประมาณ 2,100 หน่วย

3. พื้นที่รอบสถานีรถไฟจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสามารถจัดเป็นพื้นที่พักอาศัยได้ประมาณ 574 หน่วย

4. พื้นที่รอบสถานีรถไฟเชียงราก จังหวัดปทุมธานี สามารถจัดเป็นพื้นที่พักอาศัยได้ประมาณ 210 หน่วย

ซึ่งระยะเวลาโครงการนี้ก็ประมาณ 4 ปีงบประมาณ จากพ.ศ. 2568-2571 โดยกลุ่มเป้าหมายจะเป็นประชาชนที่อยู่ในวัยทำงานหรือกลุ่มที่มีรายได้ประจำ สัญชาติไทย ไม่มีที่พักอาศัย บรรลุนิติภาวะ ณ วันลงทะเบียน และมีรายได้ไม่เกิน 50,000 บาท และไม่เคยมีอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่อาจใช้พักอาศัยได้ทุกประเภท และต้องไม่เคยได้สิทธิในโครงการบ้านเพื่อคนไทยมาก่อน

โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้บูรณาการความร่วมมือด้านเงินทุน และมาตรการสินเชื่อกับธอส. จะเป็นผู้ให้พรีไฟแนนซ์ (สินเชื่อสำหรับพัฒนาโครงการ) และโพสต์ไฟแนนซ์ (สินเชื่อสำหรับรายย่อย)

สำหรับความร่วมมือทางด้านการสนับสนุนโครงการต่างๆเป็นดังนี้ รัฐมนตรีมีมติให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลดำเนินการจับฉลากคัดเลือกผู้ลงทะเบียนในโครงการนี้ ให้กรมที่ดินคัดกรองคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนจองสิทธิการถือครองที่พักอาศัยนี้ ให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ดูแลเรื่องการขออนุญาตและการก่อสร้างอาคาร และให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (environmental impact assessment หรือ EIA)

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image
© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.