GBC ไทย-กัมพูชา เห็นพ้องข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อระหว่างกัน รัฐมนตรีกลาโหม 2 ชาติลงนามบันทึกผลการประชุม หวังคลี่คลายสถานการณ์ชายแดน นำมาซึ่งสันติภาพมาสู่พื้นที่ชายแดน และประชาชนของสองประเทศได้กลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติ อย่างสงบสุขอีกครั้ง
ที่ประเทศมาเลเซีย การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง โดย 2 ฝ่ายเห็นพ้องแนวทางการปฏิบัติตาม ข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อระหว่างกัน ซึ่งเป็นแนวทางที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของฝ่ายไทยร่วมจัดทำกับฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการฝ่ายกัมพูชา
จากนั้น พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.เตีย เสรย-ฮา รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมกัมพูชา ได้ร่วมลงนามบันทึกผลการประชุม
ซึ่งมีรายละเอียดตามที่ทั้งสองฝ่ายหารือ และตกลงกันตลอด 3 วันที่ผ่านมา ด้วยความหวังให้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา คลี่คลายนำมาซึ่งสันติภาพ และการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุกของประชาชนทั้งสองประเทศ รวมถึงไทยสนับสนุนการใช้กลไกทวิภาคีระหว่างกันในการพูดคุยอย่างมีประสิทธิภาพ
ในเวลาต่อ พล.อ.ณัฐพล แถลงผลภายหลังการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ (GBC) ว่าตนเป็นประธานการประชุม GBC สมัยพิเศษร่วมกับ พล.อ.เตีย เสรย ฮา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา โดยก่อนการประชุมได้พบกับ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน
ซึ่งประธานอาเซียนยินดีในความคืบหน้าการหารือในกรอบ GBC พร้อมกับยืนหยัดชัดเจนว่าได้หารือกับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนต่าง ๆ และเห็นตรงกันว่าการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเรื่องทวิภาคีระหว่างสองประเทศ โดยปฏิเสธเข้ามาดำเนินการ แต่จะเพียงช่วยประสานงานให้สองฝ่ายเพื่อหารือและแก้ไขกันเองโดยมีอาเซียนสนับสนุน
ทั้งนี้ ตนขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซียและรัฐบาลมาเลเซีย ในการประสานงานเพื่อให้การประชุมครั้งนี้ผ่านไปเรียบร้อย การประชุมวันนี้ก็มีระดับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาและจีนร่วมสังเกตการณ์
พล.อ.ณัฐพลระบุว่า ตนย้ำในที่ประชุมว่า ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืน 28 ก.ค. ไทยปฏิบัติตามสิ่งที่ผู้นำสองประเทศเห็นชอบร่วมกันในเรื่องการหยุดยิงอย่างเคร่งครัด แต่กลับพบว่ากัมพูชายังละเมิดการหยุดยิง ซึ่งฝ่ายไทยใช้ความอดทนอดกลั้นที่สุด และใช้การตอบโต้เพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้น และแม้ปัจจุบันจะสงบ แต่กัมพูชาก็เสริมกำลังเข้าไปในพื้นที่ และมีการใช้อากาศยานไร้คนขับเข้ามาสอดแนมในพื้นที่ต่าง ๆ ของไทย ซึ่งเป็นการกระทำที่ยั่วยุและอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด และมีข่าวที่ทำให้ไม่เกิดบรรยากาศเอื้ออำนวยต่อการเจรจา
แต่อย่างไรก็ตาม จากการประชุม GBC ฝ่ายกัมพูชาระดับนโยบายได้แสดงให้เห็นความจริงใจต่อมาตรการหยุดยิงที่ตกลงกันไว้ ซึ่งการละเมิดหยุดยิงในช่วงต้นจึงอาจเป็นการกระทำที่พละการของหน่วยงานในพื้นที่
พล.อ.ณัฐพลสรุปการประชุมวันนี้ว่า สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายตกลงจะยึดมั่นในการหยุดยิงอย่างเคร่งครัด โดยครอบคลุมอาวุธทุกประเภท และคงกำลังไว้ที่ตั้งเดิม ตั้งแต่วันหยุดยิงโดยจะไม่มีการเสริมกำลัง
และจะให้มีผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว ประกอบด้วย ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารของประเทศอาเซียนประจำประเทศไทยและกัมพูชา ซึ่งนำโดยผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารมาเลเซีย และจะมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ RBC และ GBC ในแต่ละประเทศ เพื่อให้มั่นใจ
และสองฝ่ายจะหลีกเลี่ยงการกระทำที่เป็นการยั่วยุทั้งทางทหารและการให้ข้อมูลที่เป็นข่าว เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศที่จะเอื้ออำนวยต่อการพูดคุยและหาทางออกโดยสันติ
รวมถึงทั้งสองฝ่ายจะปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยระยะเวลาเฉพาะหน้า คือการเร่งเก็บและส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี
ส่วนการส่งกลับเชลยศึกตามกฎหมายระหว่างประเทศ ก็ให้ส่งกลับทันทีเมื่อมีการยุติการใช้กำลังระหว่างกันโดยสมบูรณ์ ซึ่งเป็นไปตามอนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 3 ระหว่างนี้ตนยืนยันไปว่าฝ่ายไทยดูแลบุคคลเหล่านี้ตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างครบถ้วน
และทั้งสองฝ่ายจะรักษาช่องทางการพูดคุยและกลไกทวิภาคีในการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเพื่อไม่ให้ลุกลามไป แล้วจะมีการประชุม RBC ภายในสองสัปดาห์หลังจากนี้ เพื่อประสานงานตามสิ่งที่ตกลงกัน และจะมีการประชุม GBC อีกครั้งใน 1 เดือนข้างหน้า เพื่อติดตามความคืบหน้า
นอกจากนี้ ตนหยิบยกอีก 2 ประเด็นสำคัญ แต่ถ้าฝ่ายกัมพูชายังไม่ตอบรับ โดยขอให้การประชุมครั้งนี้เน้นในเรื่องการหยุดยิงก่อน คือความร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งฝ่ายไทยพร้อมให้ความร่วมมือในการเก็บกู้ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนสองฝ่าย รวมถึงความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะสแกมเมอร์
พล.อ.ณัฐพลย้ำว่า สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายได้เห็นร่วมกันในวันนี้ จะเกิดผลเป็นรูปธรรมได้ต้องอาศัยความร่วมมือและความจริงใจของทั้งสองฝ่าย พร้อมยืนยันว่าฝ่ายไทยจะยึดมั่นในการให้ความร่วมมือและพูดคุยอย่างสุจริตใจและจริงใจ บนพื้นฐานจะเป็นเพื่อนบ้านที่ดี แล้วหวังว่ากัมพูชาจะปฏิบัติตามเช่นเดียวกัน
“ไทยและกัมพูชา เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน และย้ายหนีจากกันไม่ได้ เราเป็นสมาชิกของครอบครัวอาเซียนด้วยกัน หากสองประเทศสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ก็จะนำสันติภาพมาสู่พื้นที่ชายแดน และประชาชนของสองประเทศ ก็จะกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติ อย่างสงบสุขอีกครั้ง” พล.อ.ณัฐพล ระบุ