Brother ปรับแผนเรียลไทม์ ‘แจกใหญ่’ ฝ่าวิกฤตกำลังซื้อ
GH News December 09, 2025 09:20 AM

ช่วงปลายปี โดยปกติจะถือเป็น “หน้าขาย” ของแบรนด์สินค้าทั้งหลาย จะด้วยเพราะมีเทศกาลที่ช่วยปลุกมู้ดจับจ่าย หรือเป็นจังหวะเคลียร์สต๊อกเพื่อปิดยอดขายปลายปีก็แล้วแต่ แต่ดูเหมือนว่าปีนี้จะหนักกว่าจากสภาพเศรษฐกิจ และกำลังซื้อ

หนึ่งในแบรนด์ที่มีสินค้าหลากหลาย “บราเดอร์” (Brother) ก็จัดแคมเปญใหญ่ “บราเดอร์ อิงก์แทงก์ เล่นใหญ่ แจกเบนซ์ฟินยกกำลัง 3” ในช่วงโค้งท้ายปลายปีต่อไปจนถึงปีหน้า 2569 เช่นกัน

“ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การทำแคมเปญใหญ่ครั้งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดในช่วงไฮซีซั่น และเพิ่มสัดส่วนทางการตลาดให้เข้าใกล้อันดับ 1 ได้อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อต่อยอดไปสู่การเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคไว้วางใจในระยะยาว โดยตั้งเป้าว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายจากช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 30%

ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ

โดยแคมเปญนี้จะมอบความคุ้มค่า 3 ต่อ ให้ลูกค้าที่ซื้อเครื่องพิมพ์ Brother YES Tank รุ่น DCP-T230, DCP-T430W และ DCP-T530DW ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2568-28 ก.พ. 2569 ประกอบด้วย 1.รับสิทธิซื้อเครื่องพิมพ์ราคาพิเศษ พร้อมส่วนลดสูงสุด 10% 2.รับฟรีเก้าอี้แคมปิ้งมูลค่า 990 บาท และ 3.ลุ้นรับรางวัลทุกเดือน

“เป็นแคมเปญใหญ่ที่นาน ๆ จะทำที เหมือนดาวฤกษ์โคจรครบรอบทุก 12 ปี เราตั้งใจทำเพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด และหวังว่าจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายให้คึกคักในช่วงที่สภาพเศรษฐกิจไม่ดีด้วย”

อย่างไรก็ตาม จากความสำเร็จในการเปิดตัว “Brother YES Tank” เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ยังสร้างยอดขายที่โดดเด่นส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์อิงก์แทงก์ของบราเดอร์สามารถไต่ขึ้นมาครองส่วนแบ่งเป็นอันดับ 2 ของตลาดได้สำเร็จ ในไตรมาส 3/2568

“ธีรวุธ” พูดถึงการทำตลาดในช่วงที่เศรษฐกิจมีความท้าทายว่า ในแต่ละปีบริษัทจะมีการเตรียมงบฯการตลาดไว้ส่วนหนึ่ง มีทั้งงบฯโฆษณา งบฯอัดฉีดให้ดีลเลอร์ และการทำโปรโมชั่นต่าง ๆ โดยมีการประชุมทุกสัปดาห์ เพื่อปรับแผนเรียลไทม์ หากยอดขายตกก็จะต้องอัดฉีดอะไรเพิ่มเติม ซึ่งบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นให้สิทธิทีมไทยทำแคมเปญกระตุ้นยอดขายได้เต็มที่

“การมอนิเตอร์สถานการณ์ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อเลือกใช้เครื่องมือทางการตลาดที่เหมาะสม ทำให้บราเดอร์สามารถรักษาระดับการเติบโตได้ โดยไตรมาส 2 ปีงบฯ 2568 (ก.ค.-ก.ย. 2568) มียอดขายเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 40%”

“กิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์” ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายและการตลาด บริษัทเดียวกันเสริมว่า ปัจจุบันสัดส่วนของลูกค้าเครื่องพิมพ์จะแบ่งเป็น ธุรกิจขนาดเล็ก (SOHO/SMEs) 50% กลุ่มใช้ในบ้าน (Home Use) 30% และคอร์ปอเรต/ภาครัฐ 20%

กิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์

ส่วนสินค้ารุ่นที่ได้รับความนิยมจะอยู่ในช่วงราคา 4,000-5,000 บาท

นอกจากนี้ พฤติกรรมของผู้บริโภคปัจจุบันเปลี่ยนเครื่องช้าลง หรือมีรอบการเปลี่ยนเครื่องอยู่ที่ 3-4 ปี ทำให้บราเดอร์ต้องปรับแผนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นเฉลี่ยทุก ๆ 3 ปี พร้อมไปกับการทำโปรแกรม Trade In เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนเครื่องเร็วขึ้น โดย 87% เป็นลูกค้าที่นำเครื่องแบรนด์อื่นมาเทรดกับบราเดอร์ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์

“ตลาดเครื่องพิมพ์ยังมีความต้องการอยู่ตลอดถึงจะมีกลุ่มที่ไม่ใช้แล้ว แต่ก็มีกลุ่มใหม่ ๆ เข้ามา เช่น กลุ่มที่ต้องการอัพเดตเทคโนโลยีเดิม และกลุ่มผู้ปกครองที่ต้องซื้อให้ลูกใช้ เราจึงมีการทำแคมเปญ Back to School เพิ่มความคุ้มค่าให้ลูกค้าควบคู่ไปด้วย”

“กิตติพงศ์” บอกด้วยว่า มูลค่าตลาดเครื่องพิมพ์อิงก์แทงก์ ปี 2024 อยู่ที่ 3.8 แสนเครื่อง ขณะที่ในครึ่งแรกของปี 2025 ยอดตกจากปีก่อน 8% จึงต้องดูต่อว่าจบปีจะรักษาระดับได้หรือเปล่า ขณะที่บราเดอร์วางเป้าหมายไว้ว่าจะต้องเติบโตสวนตลาด จึงมีการทำแคมเปญการตลาดที่เข้มข้น และให้ความสำคัญกับทุกช่องทางการขาย

“ยอดขายระหว่างช่องทางออนไลน์กับออฟไลน์ล้อไปกับภาพรวมตลาดที่แบ่งสัดส่วนเป็นครึ่ง ๆ โดย 10% เป็นยอดขายจาก Official Store บนมาร์เก็ตเพลซ อีก 40% มาจากร้านออนไลน์ของดีลเลอร์ ที่สำคัญปีนี้ บราเดอร์ผลักดัน Owned Channel ด้วย เริ่มเห็นการตอบรับที่มากขึ้นแล้ว”

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.