“ไชยชนก” เร่งรัดมาตรการโอนเงินผ่านแอปฯ ระบุ Location เคาะทุกธนาคารต้องแล้วเสร็จใน 6 เดือน
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุม ประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาตรา 13 ครั้งที่ 12/2568 และการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 4/2568




“ที่ประชุมคณะกรรมการยังคงเร่งรัดการดำเนินการป้องกันและปราบปรามภัยจากสแกมเมอร์ต่อเนื่องครอบคลุมในด้านต่าง ๆ เพิ่มเติม ได้แก่
1.มาตรการการลงทะเบียนซิม-ควบคุมสัญญาณโทรคมนาคม
สำนักงาน กสทช. ดำเนินการตั้งคณะทำงานเปรียบเทียบปรับรายวัน โอเปอเรเตอร์ ที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุม เรื่อง การลงทะเบียนซิม เสาสัญญาณ รวมทั้งการประสานงานบูรณาการข้อมูล ร่วมกับ ตร. และการประชาสัมพันธ์การปิดโรมมิ่งซิม พร้อมทั้งกำหนดแนวทางให้โอเปอเรเตอร์ปิดแบบอัตโนมัติ หากผู้ใช้บริการต้องการใช้งานสามารถดำเนินการแจ้งเปิดได้
ในส่วนของมาตรการกำหนดให้โอเปอเรเตอร์มีส่วนรับผิดชอบร่วม ในเรื่องการจำหน่ายซิม และการลงทะเบียนซิม ตรวจสอบลูกตู้ หากไม่มีระบบการลงทะเบียน (KYC) ตามมาตรฐาน กสทช. จะไม่สามารถจำหน่าย หรือลงทะเบียนซิมได้
ด้านเรื่องของสัญญาณล้ำข้ามแนวชายแดน ยังคงมีการเร่งรัดดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่ จ.หนองคาย ถือเป็นพื้นที่ที่ไม่พบสัญญาณล้ำชายแดนแล้ว ขณะที่พื้นที่อื่น ๆ ยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการกระจายสัญญาณอยู่ เช่น พื้นที่ซึ่งมีเหตุการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดน ซึ่งจะต้องมีการเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนประชาชนให้มีความระมัดระวัง การพยายามสแกมของมิจฉาชีพ เนื่องจากยังมีสัญญาณที่ล้ำไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยคาดว่าจะส่งผลกระทบไม่มาก
2.มาตรการควบคุมบัญชีม้านิติบุคคล
ที่ประชุมได้มีมาตรการควบคุม โดยสนับสนุนหน่วยงานในการบูรณาการข้อมูลผ่านศูนย์กลาง พร้อมออกกฎระเบียบเพื่อควบคุมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน อาทิ มติการแจ้ง Location ในการทำธุรกรรมโอนเงิน Mobile Banking ของธนาคารต่าง ๆ รวมถึงผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล โดยในส่วนของธนาคารที่มีความพร้อมให้เริ่มดำเนินการได้ในทันที ส่วนในธนาคารที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ให้เร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
3.ข้อหารือ เรื่องการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับ Huione Group
กรณีการสแกนม่านตาที่เกี่ยวข้องกับกองทุนฯ VCC ได้มีการส่งหนังสือเพื่อขอข้อมูลการดำเนินการร่วมกันของหน่วยงานอื่น ๆ ภายใต้กระทรวงดีอี และกระทรวงอื่น ๆ โดยคดีนี้ได้รับการพิจารณาให้เป็นคดีพิเศษของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอแล้ว
ในส่วนของการดำเนินการตรวจสอบภายในได้มีกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปผลการตรวจสอบได้ในประมาณกลางเดือนมกราคม 2569 โดยในคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงนี้ ประกอบด้วยตัวแทนจากทุกหน่วยงาน ทั้งจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตร. และดีเอสไอ