อีลอน มัสก์ ซีอีโอเทสลา (Tesla) ให้ความสำคัญกับปัญญาประดิษฐ์ รถยนต์ไร้คนขับ และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่าธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มัสก์เบี่ยงเบนความสนใจจากธุรกิจหลักของเทสลาด้วยการชูความคืบหน้าในความพยายามระยะยาวเริ่มต้นบริการรถแท็กซี่ไร้คนขับ แม้ไม่ใช่แชมป์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอีกต่อไป เมื่อ บีวายดี (BYD) อีวีจีนแซงขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายมากที่สุดในโลกเป็นครั้งแรกในปี 2025 ที่เพิ่งผ่านมา




เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงผลจากมาตรการลดหย่อนภาษีอีวีสิ้นสุดลงในตลาดสำคัญอย่างสหรัฐ อย่างไรก็ดี ช่วงหลังมานี้ นักลงทุนไม่ค่อยสนใจการที่เทสลาตกอันดับในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกมากนัก
นักลงทุนจำนวนมากยังคงมองหุ้นเทสลาในแง่ดี เพราะไม่ได้มองเทสลาว่าเป็น “บริษัทรถยนต์ไฟฟ้า” เพียงอย่างเดียวโดด ๆ แต่กำลังประเมินมูลค่าเทสลาในฐานะบริษัทผู้สร้างแพลตฟอร์มเทคโนโลยีแห่งอนาคต ดังนั้น มูลค่าที่ตลาดให้กับเทสลา ส่วนใหญ่ไม่ได้ผูกอยู่กับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า แต่ผูกกับธุรกิจในอนาคตต่างหาก
มุมมองดังกล่าวของนักลงทุนก็สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมัสก์ ซึ่งเขาอยากให้คนอื่นมองเทสลาในภาพบริษัทเทคโนโลยีมาโดยตลอด
เซธ โกลด์สไตน์ นักวิเคราะห์วิจัยหุ้นอาวุโสจากมอร์นิงสตาร์มองว่า ตลาดยังคงให้ความสนใจกับธุรกิจรถแท็กซี่ไร้คนขับ ซึ่งเทสลากำลังทดสอบ Cybercab ในเมืองออสติน
และหากยอดส่งมอบยังคงไม่ลดลงมากนักในไตรมาสต่อ ๆ ไป ก็คาดว่าความเชื่อมั่นของตลาดเกี่ยวกับรถแท็กซี่ไร้คนขับจะยังคงผลักดันราคาหุ้นต่อไป ทั้งนี้ เทสลารายงานยอดส่งมอบโดยเฉพาะในไตรมาส 4/2025 ลดลง 16% ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาด และสำหรับทั้งปียอดขายลดลงเกือบ 9% ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นปีที่สอง
ในทางตรงกันข้าม BYD บริษัทผลิตรถอีวีสัญชาติจีน มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทั้งรายไตรมาสและตลอดทั้งปี โดยส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าเกือบ 2.26 ล้านคันในปี 2025 เทียบกับ Tesla ที่ส่งมอบได้ 1.64 ล้านคัน
สอดคล้องกับ อเล็กซานเดอร์ พอตเตอร์ นักวิเคราะห์จากบลูมเบิร์กที่ให้คำแนะนำซื้อหุ้นเทสลากล่าวว่า ยอดขายรถแทบไม่มีความสำคัญอีกต่อไปแล้ว ผลการดำเนินงานของหุ้นเทสลาในปี 2026 น่าจะถูกขับเคลื่อนด้วยความก้าวหน้าในด้านปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์