คอมมิวนิตี้มอลล์คึกคัก ยักษ์พลังงาน-อสังหา-ค้าปลีก OR-CP-CPN-SUSCO-INDEX-J-Mart ตบเท้าชิงฐานลูกค้าชุมชนกำลังซื้อสูงทั้งกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด ชูศูนย์รวมครบวงจร ช็อป-กิน-บันเทิง-สุขภาพ ดักกำลังซื้อก่อนเข้าเมือง ล่าสุด OR ชิงทำเลวิภาวดีปักหมุด 7 ไร่ สำนักงานใหญ่การบินไทย “ซัสโก้ สแควร์” ผุดย่านปิ่นเกล้า ซีพีชู Lotus’s Oasis บุกสารภี เชียงใหม่ อินเด็กซ์ฯส่งลิตเติ้ลวอล์ค ปั้นเดสติเนชั่นใหม่รามคำแหง CPN ปักธงมาร์เก็ตเพลส ประชาอุทิศ
แหล่งข่าวระดับสูงในวงการค้าปลีกเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เตรียมปักธงโครงการคอมมิวนิตี้มอลล์แห่งใหม่ บริเวณสำนักงานการบินไทย ถนนวิภาวดีรังสิต หลังชนะประมูลที่ดิน 7 ไร่ ที่ทำการเดิมของสายการบินไทยสมายล์ เมื่อปลายปี 2568 โดยเตรียมรื้อถอนเพื่อสร้างคอมมิวนิตี้มอลล์แทนที่
นับเป็นการลงทุนสร้างคอมมิวนิตี้มอลล์ต่อเนื่องจากโครงการ OR Space ตามแนวคิด Retail Mixed-use Platform มีร้านอินเตอร์แบรนด์ แบรนด์ไทย และแบรนด์ในเครือ OR อาทิ Cafe Amazon, found & found, Pacamara และ Otteri รวมถึงบริการสุขภาพและความงาม The One Relax & Spa ร้านขายยา Fascino และแว่นท็อปเจริญ
ปัจจุบัน OR มีสาขาในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาทิ รามคำแหง 129, นวมินทร์, แยกพงษ์เพชร และสาขาเณรแก้ว สุพรรณบุรี

นายเอกลักษณ์ ปัทมสัตยาสนธิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทรัพย์สิน บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ผู้ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ในฐานะเจ้าของโครงการลิตเติ้ลวอล์ค (LITTLE WALK) กล่าวว่า ได้ทุ่มงบฯ 130 ล้านบาท ปักธง “ลิตเติ้ลวอล์ค รามคำแหง” คอมมิวนิตี้มอลล์สาขาที่ 6 พื้นที่ 4,300 ตร.ม. บนที่ดิน 7 ไร่ รวมร้านค้าเช่า 30 ร้าน ปั้นเดสติเนชั่นแหล่งช็อป กิน เที่ยว ทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อคนทุก Gen
ที่เลือกย่านรามคำแหง เนื่องจากศักยภาพความหนาแน่นของประชากร 3,410.68 คน/ตร.กม. สูงกว่าค่าเฉลี่ย โดยรัศมี 4 กม. มีประชากร 291,232 คน และมีโครงการจัดสรรตั้งแต่ 3.7-20 ล้านบาท ซึ่งประชากรมีอายุ 25-44 ปี และ 85% เป็นกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงพรีเมี่ยม รายได้เฉลี่ย 40,000 บาทต่อเดือน มีการใช้จ่ายด้านค้าปลีกต่อคน
ปีละ 114,000 บาท

ทั้งเป็นศูนย์กลางคมนาคมของกรุงเทพฯ ล้อมรอบด้วยเขตบึงกุ่ม, คันนายาว, มีนบุรี, ลาดกระบัง, ประเวศ, สวนหลวง และบางกะปิ มีผู้สัญจรผ่านไปมาจำนวนมาก
โดยมีสถาบันศึกษา 20 แห่ง โรงพยาบาล 3 แห่ง ซึ่งย่านนี้ยังไม่มีห้างขนาดใหญ่ในรัศมี 2 กม. และมีร้านอาหารจานด่วน (QSRs) คาเฟ่น้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนลูกค้าเป้าหมาย 46,000 คน
“LITTLE WALK สาขานี้ ดีไซน์เป็นตึกชั้นเดียว เน้นโทนสีสันสดใส ยึดคอนเซ็ปต์ Strip Mall เป็นร้านค้าเรียงแถวแนวเดียวกันซ้าย-ขวา ให้เข้า-ออกและช็อปสะดวก มีที่จอดรถ 200 คัน”
จุดดึงดูดมีร้านอาหารและเครื่องดื่มแบรนด์ดัง นำโดย BONUS SUKI สาขาแรกในกรุงเทพฯ ที่เปิดถึงตี 5, ชาตรามือ DRIVE THRU ที่แรก, Anytime Fitness บริการ 24 ชม. มีโรงเรียนและศูนย์พัฒนาทักษะเด็ก เป้าหมายคือลูกค้ากลุ่มครอบครัวและเด็ก 40%, เจ้าของธุรกิจ พนักงานออฟฟิศ 30%, คนรุ่นใหม่ กลุ่มนักศึกษา 30%

ขณะที่ บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า เปิดตัวคอมมิวนิตี้มอลล์ Lotus’s Oasis Saraphi ที่อำเภอสารภี เชียงใหม่ เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2568 แหล่งข่าวระบุว่า โครงการใหม่แห่งนี้มีพื้นที่ 11 ไร่ พัฒนาเป็นศูนย์ช็อปปิ้งครบจบในที่เดียว
รวมร้านอาหารท้องถิ่น, ร้านดัง และ Playland สำหรับเด็กและครอบครัว ร้านไอที ร้านอาหารและคาเฟ่ ร้านตัดผม เสริมสวย รวมถึง Lotus’s Go Fresh Supermarket ในพื้นที่เดียวกัน
นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดให้บริการ Health & Wellness Center ศูนย์สุขภาพครบวงจรอีกด้วย
“การเปิดตัว Lotus’s Oasis Saraphi และ Lotus’s Go Fresh Supermarket สาขาสารภี สะท้อนความตั้งใจที่จะเป็นมากกว่าสถานที่จับจ่าย แต่คือพื้นที่ที่เติบโตพร้อมกับชุมชน”
นายสุพจน์ สิริกุลภัสสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจเอเอส แอสเซ็ท ผู้บริหารคอมมิวนิตี้มอลล์ เดอะ แจส, แจส กรีน วิลเลจ และแจส วิลเลจ รวม 8 สาขา กล่าวว่า ธุรกิจนี้มีผู้เล่นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นค้าปลีกรายใหญ่ หรือผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจอื่น ๆ
เชื่อว่าเป็นผลจาก 2 ปัจจัย คือ ค้าปลีกรายใหญ่ต้องการต่อยอดโนว์ฮาว ขยายฐานเข้าชุมชน ด้วยขนาดที่มีความคล่องตัวในการหาทำเล อีกกลุ่มต้องการพัฒนาเพื่อขาย ทำบ้านจัดสรร ที่จะบาลานซ์พอร์ตรายได้ มีรายได้ต่อเนื่องจากค่าเช่า
ทั้งยังมีข้อได้เปรียบที่ตอบโจทย์เทรนด์ธุรกิจค้าปลีก-ร้านอาหาร รวมถึงสภาพเศรษฐกิจได้ดีกว่าห้าง-ศูนย์การค้า เพราะมีจำนวนชั้น 1-3 ชั้น ทำให้รองรับบริการดีลิเวอรี่ได้สะดวก ร้านค้ากำหนดเวลาเปิด-ปิดได้ แม้จะเป็นมื้อดึก
ที่สำคัญ คอมมิวนิตี้มอลล์มีอัตราค่าเช่าที่จับต้องง่ายกว่าศูนย์การค้า 25-30% ทำให้ผู้ประกอบการ SMEs และรายใหม่ ๆ มีโอกาสขยายสาขาเข้าถึงชุมชน ซึ่งคอมมิวนิตี้มอลล์จะลงทุนหลักร้อยล้านบาท นับว่าคล่องตัวกว่า
“คอมมิวนิตี้มอลล์จะผูกกับฐานลูกค้าระยะ 5-10 กม. เป็นตลาดพื้นฐานที่มีจำนวนลูกค้าชัดเจน ขณะที่ห้าง-ศูนย์การค้าต้องอาศัยนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย”
แต่ธุรกิจนี้มีความท้าทาย ผู้เช่าซึ่งเป็นรายย่อย สายป่านไม่ยาว จึงต้องร่วมมือสร้างการเติบโตไปพร้อม ๆ กัน ทั้งกำไรก็ไม่สูงมากนัก สภาพคล่องจึงต่ำกว่าค้าปลีกขนาดใหญ่
นายสุพจน์กล่าวอีกว่า แม้ปลายปีที่ผ่านมา และต้นปีนี้จะมีการเปิดคอมมิวนิตี้มอลล์ แต่ช่วง 6 เดือนแรกอาจยังไม่คึกคัก เพราะมีปัจจัยไม่แน่นอนหลายด้าน ทั้งการเมือง สถานการณ์ระหว่างประเทศ เศรษฐกิจโลก ฯลฯ เชื่อว่าผู้พัฒนาหลายรายต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน และประเมินสถานการณ์ 3-6 เดือน โดยอาจเห็นการผนึกพันธมิตรเพื่อพัฒนาร่วมกัน เช่น มิกซ์ยูสค้าปลีกกับธุรกิจกีฬา, การศึกษา และสุขภาพ มากกว่าการทำคอมมิวนิตี้มอลล์เดี่ยว ๆ
หากการเลือกตั้งและฟอร์มรัฐบาลราบรื่น ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ธุรกิจอาจกลับมาคึกคักขึ้น
แนวทางบริษัทในปีนี้คงเน้นการลงทุนด้วยการรีโนเวตสาขาเดิม เช่น รามอินทรา คู้บอน ให้ตอบโจทย์มากขึ้น และเพิ่มโซนใหม่ สนามบอล คอร์ตแบด ลานกิจกรรม เพื่อเป็นแม็กเนตและคุมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
“ขณะนี้เรามีแบ็กล็อกพื้นที่ค้าปลีก 5,000 ตร.ม. ซึ่งเป็นรายได้เพิ่ม โดยไม่ต้องสร้างสาขาใหม่”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมามีผู้เล่นในธุรกิจนี้มากขึ้น อาทิ บมจ.ซัสโก้ ของตระกูล “สิมะโรจน์” ผู้บริหารสถานีบริการน้ำมัน “ซัสโก้” เปิด SUSCO SQUARE ย่านปิ่นเกล้า เป็นสาขาที่ 4 พร้อมแบรนด์ลัคกี้สุกี้ นักล่าหมูกระทะ ฯลฯ ซึ่งก่อนหน้านี้เปิดที่พุทธบูชา, ศรีนครินทร์ 3 และลำลูกกา
ส่วน บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ปักหมุด Market Place ประชาอุทิศ ใกล้ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พื้นที่ 8,600 ตร.ม. รวมแบรนด์ดัง 40 ร้าน ตั้งเป้าทราฟฟิก 5,000 คน/วัน เพื่อชิงฐานลูกค้าชุมชน ตามกลยุทธ์ Neighborhood-Centric
ห้างไชยแสงดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ (ร้านใช่เส็ง) ในจังหวัดสิงห์บุรี ทำธุรกิจค้าปลีกค้าส่งตั้งแต่ปี 2508 ในฐานะผู้เล่นท้องถิ่นอาศัยจุดแข็งที่ใกล้ชิดลูกค้าในระดับจำชื่อและหน้าตาได้ ทั้งเข้าถึงทำเลศักยภาพสูงได้มากกว่าผู้เล่นรายใหญ่
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงสถานีคู้บอน รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี มีการก่อสร้างคอมมิวนิตี้มอลล์ใหม่ เนื้อที่ 15 ไร่ ชื่อ “ไลฟ์ รามอินทรา” ของบริษัท เจ ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ จำกัด ตามแผนจะแล้วเสร็จครึ่งปีหลัง 2569
จะสร้างเป็นอาคาร 2 ชั้น มีร้านค้า ร้านอาหารแบรนด์ดัง รองรับผู้คนย่านนี้ที่มีหมู่บ้านและชุมชนเกิดขึ้นมาก
เจ ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ เป็นบริษัทที่มีนายนพพร วิฑูรชาติ อดีตผู้บริหาร บมจ.สยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ มือปั้นช็อปปิ้งมอลล์ทั้ง เจ อเวนิว, เอสพลานาด รัชดาฯ, มาร์เก็ต เพลส, เมกาบางนา และร่วมกับจัสโก้ (AEON) ค้าปลีกญี่ปุ่นลงทุนในไทย และเป็นผู้บริหารปาร์ค บางนา