จังหวัดจันทบุรี ผนีกกำลังกลุ่มเกษตรกร ’ระดมความเห็นแก้ปัญหาราคามังคุดตกไซส์-ผิวดำ เล็งสร้างห้องเย็น เพิ่มการแปรรูปสินค้า พร้อมสร้างแบรนด์เพิ่มมูลค่า เปลี่ยน “ทูตพาณิชย์” ให้เป็น “นักขาย”
ที่ห้องประชุมบุษราคัม องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี เกษตรจังหวัดจันทบุรี กลุ่มประมูลมังคุด ผู้ประกอบการและเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี ได้ร่วมจัดประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดแนวทางเตรียมแก้ปัญหาราคามังคุดตกไซส์-ผิวดำ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งในที่ประชุมได้ข้อสรุปเบื้องต้นในการผลักดันการแยกมังคุดที่ไม่ได้ขนาดออกจากระบบประมูลเดิมสู่ระบบการจัดการพิเศษ สร้างแบรนด์มังคุดจันทบุรี พร้อมวางแผนใช้เทคโนโลยีการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว พร้อมขยายตลาดใหม่ผ่านกลไก “ทูตพาณิชย์” ปรับบทบาทให้เป็น “นักขาย” ในโมเดลใหม่นี้จะเริ่มดำเนินการตั้งแตต้นฤดู2569
นายพิพัฒน์ เต็งเศรษฐศักดิ์ ประธานเครือข่ายมังคุดจันทบุรี เปิดเผยว่า ในปี 2568 เผชิญกับวิกฤตมังคุดล้นตลาดจากการส่งออกทื่น้อยลง ทำให้ราคามังคุดเกรดมันรวมหน้าสวนเหลือกก.ละ 10-15 บาท ส่วนมังคุดตกไซส์ มังคุดผิวดำ ราคากก.ละ 5-8 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาต้นทุน
ดังนั้นโครงการยกระดับราคามังคุด มังคุดตกไซส์และผิวดำ จ.จันทบุรี จึงมีเป้าหมายสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมังคุดตไซส์-ผิวดำ เพื่อนำออกจากตลาดประมูลเดิมสู่ระบบการจัดการพิเศษ โดยโครงการนี้มีหลักการดำเนินการสำคัญ 3 ส่วน ดังนี้
1) แยกมังคุดตกไซส์ มังคุดผิวดำออกมาจากระบบเดิมเข้าสู่การจัดการเฉพาะ
2) จัดการผ่านกลุ่มมาตรฐาน ควบคุมคุณภาพและปริมาณ การสร้างแบรนด์มังคุดจันทบุรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อปลายทางและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งเกษตรกรต้องเข้าสังกัดกลุ่มเพื่อให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบทั่วถึง
3) ในอนาคต จะมีแผนการใช้เทคโนโลยีการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว โดยช่องทางการตลาดและการจำหน่ายเครือข่ายทั่วไทย จากจำหน่ายให้คู่ค้าเดิม เพิ่มเป็นขยายตลาดใหม่ผ่านหน่วยงานต่าง ๆ

ขณะที่นายธนภณ กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาว่า ในปี 2570 อบจ.จันทบุรีมีแผนในการกู้เงินเพื่อสร้าง “ห้องเย็น” ขนาดจุ 30,000 ตัน ขนาดพื้นที่ 20 ไร่ เก็บรักษามังคุด ซึ่งจะช่วยยืดอายุผลผลิตและรักษาคุณภาพในช่วงที่ผลไม้อื่นออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรมีอำนาจต่อรองและรอจังหวะการขายที่ดีกว่า
นอกจากนี้สามารถส่งต่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าซึ่งยังมีการแปรรูปไม่ถึง 20% โดยเฉพาะมังคุดมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรที่มีศักยภาพสูงในการทำตลาด แต่ทั้งนี้ต้องมีการบริหารจัดการวัตถุดิบให้เพียงพอและต่อเนื่อง รวมถึงการขยายฐานตลาดใหม่ เช่น การรุกตลาดในยุโรป ผ่านกลไก “ทูตพาณิชย์” ปรับบทบาทให้เป็น “นักขาย” เพื่อเจาะตลาดและมีการวิเคราะห์ ประเมินศักยภาพ เพื่อให้มั่นใจว่ามังคุดไทยจะสามารถแข่งขันกับเพื่อนบ้านและครองส่วนแบ่งตลาดได้