IP Finance: มิติใหม่ของทุนสำหรับ SME จากสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ สู่พลังขับเคลื่อน ศก. ดิจิทัล
GH News January 21, 2026 12:38 PM

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันโครงสร้างผู้ประกอบการไทยกว่า 3.2 ล้านราย ซึ่งกว่า 99% เป็น MSMEs และสร้างการจ้างงานถึง 70% ของทั้งประเทศ กำลังเผชิญโจทย์สำคัญด้านการเข้าถึงเงินทุน แม้ภาคธุรกิจกลุ่มนี้จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 35% ของ GDP แต่รายงานของ Asian Development Bank พบว่า มากกว่าครึ่งของ MSMEs ยังขาดโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ ทำให้เกิดช่องว่างด้านเงินทุนมากถึง 41,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โจทย์นี้สะท้อนความจริงที่ว่า ระบบการเงินแบบดั้งเดิมยังมอง “สินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้” (Intangible Assets) เช่น แบรนด์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูลลูกค้า หรือทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เป็นสินทรัพย์ที่ประเมินยาก ไม่ถูกนับเป็นหลักประกัน จึงไม่สามารถเข้าสู่ระบบสินเชื่อธนาคารได้ ทั้งที่ในโลกเศรษฐกิจใหม่ สินทรัพย์เหล่านี้กลับเป็น “หัวใจ” ของมูลค่ากิจการจำนวนมาก

จากสินทรัพย์จับต้องได้ สู่ สินทรัพย์จับต้องไม่ได้

ประวัติศาสตร์ธุรกิจเคยผูกกับ ทรัพย์สินจำพวกโรงงาน อาคาร เครื่องจักร ที่ดิน หรืออุปกรณ์ ซึ่งธนาคารมีประสบการณ์ยาวนานในการประเมินความเสี่ยง แต่เมื่อธุรกิจยุคใหม่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ แบรนด์ การออกแบบ เทคโนโลยี และข้อมูล ระบบสินเชื่อกลับยังไม่ก้าวทัน

ไม่ใช่เพียง Startup เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ หากรวมถึงธุรกิจแฟชั่น อาหาร นวัตกรรมการเกษตร ครีเอทีฟคอนเทนต์ ไปจนถึง SMEs ที่สร้างความแตกต่างด้วย “ดีไซน์  แบรนด์  เทคโนโลยี” ซึ่งล้วนเป็น IP โดยในหลายประเทศ แนวโน้มนี้ผลักดันให้เกิด “IP Finance” หรือการนำ IP และ Intangible Assets มาใช้เป็นเครื่องมือเข้าถึงเงินทุน เพื่อปิดช่องว่างระหว่างช่วง “Valley of Death” หรือช่วงที่ธุรกิจมีแนวคิด ผลงาน หรือเทคโนโลยี แต่ยังไม่แข็งแรงพอจะเข้าถึงหนี้ธนาคาร และยังไม่สามารถระดมทุนด้วยหุ้นได้เต็มรูปแบบ

ธุรกิจไม่ได้ขาดไอเดีย แต่ขาดเงินข้ามหุบเหว

ในวงจรชีวิตธุรกิจ ช่วง Early Stage จะพึ่งทุนเชิงเสี่ยง (Equity) เป็นหลัก เมื่อธุรกิจขยายสเกล จึงเริ่มเข้าถึงหนี้ ดอกเบี้ย และสินเชื่อ แต่ปัญหาคือ ช่องว่างระหว่างสองโลกนี้คือ ช่วงหุบเหวแห่งความตาย (Valley of Death) ที่ทำให้หลายกิจการตกไปก่อนถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจ

หากมีเครื่องมือการเงินที่ประเมินและใช้ IP เป็นหลักประกันได้ ช่องว่างนี้จะถูกปิด และกิจการนวัตกรรมของไทยจำนวนมากจะก้าวผ่านไปสู่ช่วง Commercialization ได้เร็วขึ้น

IP Finance: ผลประโยชน์ร่วมทั้งเจ้าของกิจการและผู้ให้กู้

สิ่งที่น่าสนใจคือ การพัฒนา IP Finance ไม่ได้เป็นเพียงความหวังของผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังสร้าง Strategic Advantage ให้สถาบันการเงิน ด้วย เพราะตลาดสินเชื่อสำหรับสินทรัพย์จับต้องไม่ได้เป็นเซ็กเมนต์ใหม่ที่กำลังเติบโตทั่วโลก

ฝั่งผู้ประกอบการได้โอกาสเข้าถึงทุน ฝั่งผู้ให้กู้ได้สินทรัพย์ใหม่ในการประเมินความเสี่ยง ระบบเศรษฐกิจได้ธุรกิจใหม่ที่เติบโตจริง หลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ จีน สิงคโปร์ เริ่มมีโมเดลการประเมินมูลค่า IP พร้อมโครงสร้างการค้ำประกัน ความร่วมมือกับกองทุนของรัฐ หรือบริษัทประเมินมูลค่าที่เป็นกลาง

สำหรับประเทศไทย: โจทย์ไม่ใช่ “มีหรือไม่มี IP” แต่คือ “รู้หรือไม่ว่ามี และใช้มันทำทุนได้หรือไม่” ประเทศไทยมีศักยภาพใน IP มากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็น อาหารและเกษตรแปรรูป แฟชั่นและดีไซน์ ครีเอทีฟคอนเทนต์ เทคโนโลยีเฉพาะทาง ซอฟต์แวร์และดิจิทัลโซลูชัน ทรัพย์สินแบรนด์เมือง (City Branding / GI)

จุดที่ประเทศไทยยังขาด คือ โครงสร้างการประเมินมูลค่า การทำ Registry ที่เป็นระบบ และการเชื่อมต่อกับภาคการเงิน ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์ที่สามารถผลักดันให้ MSMEs ไทยข้ามไปสู่เศรษฐกิจที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นฐาน

ถ้าเศรษฐกิจศตวรรษที่ 20 ใช้ทรัพย์สินจับต้องได้เป็นเชื้อเพลิง เศรษฐกิจศตวรรษที่ 21 จะขับเคลื่อนด้วยทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ ประเทศที่ตีความและแปลง “IP  สู่ Finance” ได้ จะเป็นประเทศที่สร้างกิจการนวัตกรรมได้ยั่งยืน และทำให้ SMEs กลายเป็น Growth Engine ของเศรษฐกิจจริง

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.