พิสิษฐ์ แจงไม่ขวางแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่เห็นด้วยร่างภาคประชาชน
GH News January 21, 2026 12:57 PM

‘พิสิษฐ์ ’ แจงไม่ขวางแก้รัฐธรรมนูญ แต่คัดค้านร่างภาคประชาชน ชี้ลดอำนาจตรวจสอบ-กระทบ ป.ป.ช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ‘เครือมติชน’ จัดงาน MATICHON Thailand Election 2026 ‘The Real Politics : ทางแพร่งประเทศไทย’ เปิดเวทีสาธารณะประชันนโยบายวิสัยทัศน์ โดยมีพรรคการเมืองต่างๆ ส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แสดงความเห็นต่อจุดยืนเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ คัดค้านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยภาคประชาชน โดยเฉพาะในประเด็นการกระจายอำนาจและกลไกการตรวจสอบ ระบุว่า ตนไม่ได้มีเจตนาขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยหลักการ แต่ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาในร่างฉบับดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่ามีปัญหาสำคัญหลายประการ

นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ที่ผ่านมามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าวุฒิสภาเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ตนเองขอยืนยันว่า การคัดค้านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความต้องการขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยรวม หากแต่เป็นการไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของร่างที่เสนอ

“ผมยืนยันเลยนะครับว่าผมไม่ได้มีเจตนาที่จะขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ผมไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้” นายพิสิษฐ์กล่าว

นายพิสิษฐ์ยังกล่าวถึงจุดแข็งของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยเฉพาะกลไกการตรวจสอบการทุจริตที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีบทบาทโดยตรง ผ่านบทบัญญัติในมาตรา 234 ถึง 237 ซึ่งกำหนดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

เขาระบุว่า ประชาชนสามารถตรวจสอบองค์กรอิสระและข้าราชการได้ตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าชื่อรวบรวมรายชื่อจำนวนมาก หากพบพฤติการณ์ทุจริตก็สามารถนำหลักฐานไปยื่นต่อ ป.ป.ช. ได้โดยตรง
“ประชาชนไม่ต้องเข้าชื่อด้วยซ้ำไป ถ้าเห็นว่ามีการทุจริต ก็เอาหลักฐานไปยื่น ป.ป.ช. ได้เลย นี่คือข้อดีของรัฐธรรมนูญฉบับนี้” นายพิสิษฐ์กล่าว

ในส่วนของการตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช. เอง นายพิสิษฐ์ระบุว่า รัฐธรรมนูญก็มีกลไกกำกับดูแลไว้แล้ว โดยต้องดำเนินการตามมาตรา 236 ซึ่งกำหนดให้ประธานศาลฎีกา ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือประชาชนที่เข้าชื่อกันตามเกณฑ์ สามารถยื่นเรื่องเพื่อตรวจสอบ ป.ป.ช. ได้ จึงเห็นว่าระบบการตรวจสอบมีความครบถ้วนอยู่แล้ว

นายพิสิษฐ์ตั้งคำถามต่อเจตนาของผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจำกัดอำนาจการตรวจสอบการทุจริต และการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยตั้งข้อสงสัยว่าการแก้ไขดังกล่าวตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชนในประเด็นใด

“ทำไมเขาอยากแก้ประเด็นนี้? ประชาชนเดือดร้อนตรงไหน? เดือดร้อนอย่างไร?” นายพิสิษฐ์กล่าว พร้อมย้ำว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขที่อาจนำไปสู่การลดอำนาจของ ป.ป.ช. และกลไกการตรวจสอบการทุจริต
นอกจากนี้ นายพิสิษฐ์ยังกล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา โดยอ้างอิงรัฐธรรมนูญมาตรา 114 ที่ระบุว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย จึงมีหน้าที่ต้องพิจารณากฎหมายอย่างรอบคอบ

เขาเห็นว่า การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของการศึกษารายละเอียดอย่างถี่ถ้วน หากยังไม่มีความเข้าใจเพียงพอ ก็ไม่ควรเสนอร่างเข้าสู่การพิจารณา

“ก่อนที่จะแก้ ก่อนที่จะมาเสนอเนี่ย ให้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน ถ้าอ่านไม่ละเอียด อย่าเสนอมาเลยครับ” นายพิสิษฐ์กล่าว

ในช่วงท้าย นายพิสิษฐ์สรุปจุดยืนว่า ไม่สามารถยอมรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชนได้ โดยมองว่าร่างดังกล่าวมีปัญหาเชิงโครงสร้างและเนื้อหาที่สับสน โดยเฉพาะในหมวดการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเขาเห็นว่าเขียนมาอย่างไม่เป็นระบบ

“ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมดูแล้ว เขียนรายละเอียดไม่เป็น มั่วสับเบอร์ สับหลักการไปหมด” นายพิสิษฐ์กล่าว พร้อมย้ำว่า ร่างดังกล่าวไม่น่าจะผ่านความเห็นชอบในสายตาของตน

ทั้งนี้ นายพิสิษฐ์ระบุว่า ตนเองไม่ได้ปิดกั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคต แต่เห็นว่าการปรับปรุงกฎหมายสูงสุดของประเทศควรดำเนินการอย่างรอบคอบ ตั้งอยู่บนหลักการตรวจสอบถ่วงดุลที่เข้มแข็ง และไม่ควรลดทอนกลไกการต่อต้านการทุจริตที่มีอยู่แล้ว

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.