เวที MATICHON Thailand Election 2026 เปิดศึกดีเบตรัฐธรรมนูญ นพ.วรงค์ย้ำกติกาปราบโกงต้องอยู่ ขณะที่นิกรมองกฎหมายล้าสมัย ต้องปรับให้ทันสังคมที่เปลี่ยนไป
ที่พารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ‘เครือมติชน’ จัดงาน MATICHON Thailand Election 2026 ‘The Real Politics : ทางแพร่งประเทศไทย’ เปิดเวทีสาธารณะประชันนโยบายวิสัยทัศน์ โดยมีพรรคการเมืองต่าง ๆ ส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ในการดีเบตประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หัวข้อ สังคมเป็นอย่างไรหากไม่ได้แก้ระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี และ นายนิกร จำนง ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 อย่างเข้มข้น สะท้อนทิศทางความคิดที่แตกต่างต่ออนาคตการเมืองไทย
นพ.วรงค์ ซึ่งแสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ปัญหาที่แท้จริงของประเทศไม่ได้อยู่ที่ตัวบทกฎหมาย แต่อยู่ที่พฤติกรรมนักการเมือง พร้อมย้ำว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็น “รัฐธรรมนูญปราบโกง” และเป็นฉบับที่สามารถปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ดีที่สุด
นพ.วรงค์ยังให้ความสำคัญกับแนวคิด “สิทธิควบคู่หน้าที่” ตามมาตรา 50 โดยมองว่าประชาธิปไตยแบบไทยต้องสร้างสมดุลระหว่างสิทธิของประชาชนกับความรับผิดชอบต่อชาติ หากไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะช่วยให้สังคมมีความสุจริตมากขึ้นจากบทบาทขององค์กรอิสระที่เข้มแข็ง โครงสร้างหลักของชาติไม่ถูกสั่นคลอน และบังคับให้นักการเมืองต้องทำงานอย่างโปร่งใส
อย่างไรก็ตาม นพ.วรงค์เตือนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจเป็นความพยายาม “ถอดเขี้ยวเล็บ” กลไกตรวจสอบ เปิดทางให้การทุจริตกลับมา และนำประเทศย้อนสู่วงจรความขัดแย้งและรัฐประหาร
ด้าน นายนิกร จำนง ซึ่งสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มองว่า สังคมไทยกำลังเติบโตและเปลี่ยนแปลง จึงต้องมีกติกาที่สอดคล้องกับยุคสมัย โดยเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญเหมือน “เสื้อผ้า” ที่ตัดให้สังคมสวมใส่ หากไม่ปรับแก้ ก็เสมือนบังคับให้เด็กที่เติบโตขึ้นทุกวันใส่เสื้อไซส์เดิม
นายนิกรระบุว่า หากไม่แก้รัฐธรรมนูญ ประเทศอาจเผชิญความล้าหลัง ไม่ทันต่อบริบทโลก และเสี่ยงต่อการสะสมความขัดแย้งในสังคม นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการรวมศูนย์อำนาจทำให้ท้องถิ่นอ่อนแอ และไม่เอื้อต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ นายนิกรสรุปว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่การล้มกติกาเดิม แต่เป็นการ “ปรับไซส์เสื้อผ้า” ให้เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน เพื่อให้ประเทศสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างสันติและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย