เครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ‘แอร์ฟอร์ซวัน’ ของโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องเปลี่ยนเส้นทางบินและกลับลงจอดที่ฐานทัพ จอยนต์ เบส แอนดรูส์ (Joint Base Andrews) ใกล้วอชิงตัน ดี.ซี. หลังลูกเรือตรวจพบปัญหาระบบไฟฟ้าเล็กน้อยไม่นานหลังขึ้นบิน ระหว่างเดินทางไปยังสวิตเซอร์แลนด์เพื่อร่วมประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส
คาโรลีน ลีวิตต์ (Karoline Leavitt) แถลงชี้แจงกรณีเครื่องบินต้องเดินทางกลับกะทันหัน ระบุว่า จากลูกเรือตรวจพบความผิดปกติของระบบไฟฟ้าเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ทางทำเนียบขาวให้ความสำคัญกับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด จึงตัดสินใจยกเลิกภารกิจกลางคัน พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวที่อยู่บนเครื่องรายงานว่า เกิดเหตุไฟฟ้าดับชั่วคราวในห้องสื่อมวลชนหลังเครื่องขึ้นบินได้ไม่นาน ก่อนได้รับแจ้งให้บินวนกลับฐานทัพในอีก 30 นาทีต่อมา ด้านประธานาธิบดีทรัมป์เตรียมเปลี่ยนเครื่องบินลำใหม่เพื่อเดินทางไปร่วมประชุมที่เมืองดาวอสต่อไป
แอร์ฟอร์ซวันที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันเป็นเครื่องบินที่ปฏิบัติการมานานเกือบ 40 ปี ซึ่งเป็นเครื่อง Boeing ที่ได้รับการดัดแปลงพิเศษ มีระบบป้องกันขั้นสูง ตั้งแต่การป้องกันรังสี ระบบต่อต้านขีปนาวุธ ไปจนถึงเครือข่ายสื่อสารที่ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ สามารถสั่งการกองทัพจากที่ใดก็ได้ทั่วโลก ขณะที่โครงการเปลี่ยนเครื่องรุ่นใหม่ยังเผชิญความล่าช้า
มีรายงานว่าเครื่องบินโบอิ้ง 747-8 ลำหรู เป็นของขวัญจากราชวงศ์กาตาร์ที่มอบให้แก่โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อใช้ในภารกิจของฝูงบินประธานาธิบดี เครื่องบินดังกล่าวกำลังเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงโครงสร้าง (Retrofitting) เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด ทั้งนี้ การรับมอบเครื่องบินลำดังกล่าวเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความเหมาะสมและประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่กรณีแรกของปัญหาเครื่องบินทางทหารระดับสูง เพราะก่อนหน้านี้ เครื่องบินที่โดยสาร รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ต้องบินกลับจากภารกิจยุโรปเพราะปัญหาทางกล และอีกกรณีหนึ่ง เครื่องบินที่บรรทุก รัฐมนตรีกลาโหม ต้องลงจอดฉุกเฉินในสหราชอาณาจักรจากรอยร้าวกระจกหน้าต่าง
ทำเนียบขาวย้ำว่า ภารกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงเดินหน้าต่อไปตามแผน และเหตุขัดข้องครั้งนี้ไม่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือกำหนดการสำคัญ