เปิดใจ พีเค ปิยะวัฒน์ น้ำตาไหลรับผิดปมนอกใจ พลาดล้มดังมาก ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ เสียใจกับชีวิตที่สร้างมาต้องพัง ทำให้คนที่รักเสียใจ หวิดสิ้นอาชีพเผยมีที่เดียวที่ไม่เคยทิ้ง
รายการ คนล้มลุก โดย อั๋น ภูวนาท เปิดใจ พีเค ปิยะวัฒน์ ตอนหนึ่งได้ถามถึงความเจ้าชู้ ดีเจพีเค ก็ยอมรับว่า “พยายามค้นหาความรักจากหลายๆ คน แต่ไม่มีใครเติมเต็มสิ่งที่เราต้องการทั้งหมด หรือเราอาจจะไม่เติมเต็มสิ่งที่เขาต้องการทั้งหมด”
อั๋น : การแต่งงานเคยอยู่ในหัวสมองเรามั้ย
พีเค : ไม่ การใช้ชีวิตคู่สำหรับผม ไม่ติดเลยที่จะต้องแต่งงาน ไม่ติดเลยที่จะต้องมีลูก เราคิดว่ามันสามารถที่จะใช้ชีวิตดีๆแบบนี้ได้ โดยไม่ต้องมีพันธะตามกฎหมาย แต่คนรอบข้างก็บอกว่าถึงเวลาแล้วนะ เราก็ได้แต่งก็แต่ง ตราบใดที่เขามีความสุขผมได้หมด

ถามถึงสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตไปเลยโดยสิ้นเชิง
พีเค : พอเราทำงานมากขึ้น มากขึ้น เราบินสูง แล้วบินอยู่ดีๆ ร่วงปั๊ก คนก็อาจจะขมวดไปว่า เป็นเพราะความเจ้าชู้หรือเป็นคนแบบนี้
“จริงๆแล้วมันมีหลายสาเหตุที่มันบิลด์มาก่อนหน้านี้ แต่ว่าผมเป็นคนไม่พูด เพราะฉะนั้นถึงวันนี้ ถึงอนาคตก็จะไม่พูด เพียงแต่ว่าสิ่งที่สื่อรับไปแล้วกระจายต่อ คือ โห…พี่เคมันเจ้าชู้จนชีวิตพัง อันนั้นแค่เสี้ยวเดียว”

อั๋น : ก็ต้องบอกว่ามันก็เกิดจากการที่เรา ณ วันนั้น คุณก็นอกใจ ซึ่งการนอกใจไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรมันก็ผิดมั้ย
พีเค : ใช่..ผิด ผมบอกแล้วผมยอมรับผิด แล้วผมยอมรับผิดมาตลอด ไม่เคยให้สัมภาษณ์ใครแล้วบอกว่าไม่…ผมยอมรับผิด ผมพลาด ล้มดังมาก ล้มดังขนาดที่ผมไม่สามารถหยิบโทรศัพท์มาดูได้ 4 เดือน เพราะมันมีแต่ข่าว มีแต่ข้อความด่าๆๆๆๆๆๆๆ โดนด่าเยอะมาก จนผมไม่กล้าจับโทรศัพท์
อั๋น : วันนั้นคิดมั้ยว่า ความสนุกสนานในวันนั้น จะนำไปสู่การจบลงของชีวิตครอบครัว
พีเค : ตอนแรกไม่คิด แต่ด้วยความที่คนแข็งกับคนแข็งมาเจอกัน พอมันมีเรื่องงัดปุ๊บ …
อั๋น : จุดเปลี่ยนใหญ่มากเลยคือการที่คุณแถลงเรื่องนี้ผ่านรายการทีวีสด
พีเค : จริงๆแล้วผมไม่ได้อยากไปเลย เป็นความคิดของคนอื่น


อั๋น : คิดมั้ยว่ามันจะเกิดผลกระทบถึงขนาดที่เรียกว่า เราล้มคว่ำคะมำขนาดนั้นคิดมั้ย
พีเค : คิดว่าจะสะดุด แต่ไม่คิดว่าจะล้มขนาดนั้น หลังจากนั้นพอเรามาคิดทบทวน ไม่ว่าจะเรื่องชีวิต เรื่องการทำงาน เราจะค่อยๆเห็นจุดบอดมากยิ่งขึ้น มากยิ่งขึ้น
“เราพยายามกลับไปแก้นะ ตอนแรกๆ พยายามกลับไปแก้ ให้ชีวิตครอบครัวกลับมาเหมือนเดิม แต่มันไม่ได้ผล พอไม่ได้ผล ข่าวกระจายงานปุ๊บ งานผมโดนแคนเซิลหมดเลย ปังๆๆๆๆ งานอ่านสปอต โดนแคนเซิล รายการทีวีที่ทำมา 9 ปีตัด แต่ที่เดียวที่ไม่เคยทิ้งผมเลย คือ เอไทม์ แกรมมี่ ไม่เคยทิ้ง”

อั๋น : เขาไม่ได้แค่ถูกแคนเซิลงานแต่เขาเสียอาชีพที่เป็นความฝันที่เขาก่อร่างสร้างตัวมาทั้งชีวิต มันรู้สึกยังไง
พีเค : นั่งตรงนี้ (โซฟาที่บ้าน) นั่งอยู่คนเดียว งานก็ไม่มี นั่งมองท้องฟ้า มองนก มองใบไม้ เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เช้าถึงค่ำ เช้าถึงค่ำ ทุกวัน เริ่มบ้านะ
อั๋น : ตอนนั้นเรามีความเสี่ยงมั้ย
พีเค : คอนโดผมที่อโศก ผมยืนมองแบบนี้ เสียงมาเลย โดดเถอะมันนุ่ม
อั๋น : ตอนที่บอกเป็นความเสี่ยง เรารู้สึกเราป่วยมั้ย
พีเค : ตอนหยิบโทรศัพท์มาเล่น เป็นข่าวเรา คนด่าเรา ด่าเรา ด่าเรา ด่าเรา ด่าเรา มันยิ่งแบบ มันเหมือนบินสูงแล้วลงปั้ง ลงพื้นแล้วนะ เหยียบกันต่อเรายังพอรับได้ แต่พอเราเห็นข้อความมา งานนี้แคนเซิล แคนเซิล แคนเซิล แคนเซิล แคนเซิล แคนเซิล รายการทีวีไม่ต้องมาทำแล้วนะ เราก็เริ่มจิตหลอน
“ผมเคยสัมภาษณ์ดาราคนหนึ่ง เขาบอกว่าเคยคิดสั้นว่าจะฆ่าตัวตาย รู้สึกได้ยังไงว่าจะฆ่าตัวตาย เขาบอกว่าอยู่ที่สูงอยู่คอนโดเขา แล้วมองมาที่พื้นแล้วพื้นมันบอกว่าโดดมาเถอะมันนุ่ม เขาบอกว่าเกือบทำแล้ว ผมก็บอกว่าจริงเหรอ เป็นไปได้เหรอของอย่างนี้ เป็นไปได้ คอนโดผมที่อโศก ผมไปยืนอย่างนี้ เสียงนั้นมาเลย โดดเถอะมันนุ่ม”

“ถอนหายใจเห้อ ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้ ตอนนั้นสมองฝ้า เบลอไปหมด ปกติตื่นมาจะรู้เลยจะมีงานนี้ๆๆ 6-7 วันต่อสัปดาห์เรามีตลอด แต่ตื่นมาถึงนั่ง นั่งอยู่กับความรู้สึกผิดของตัวเอง สิ่งที่ทำไป สิ่งที่ทำไป สิ่งที่ทำไป มันก็จะวนๆๆๆๆๆ จนเครียด”
อั๋น : มีประโยคที่คุณพูดว่าเสียใจที่ทำไมคนแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ได้
พีเค : อันนี้แหละที่ทำให้ดิ่งเข้าไปอีก เพราะว่าเรื่องชีวิตครอบครัวที่พัง กับเวลาที่ผมอยู่บนเวทีถือไมค์ ไฟส่องหน้า ต่างกันเลยนะ ผมยังมีความสามารถจากตรงนั้นเยอะจากประสบการณ์ แต่เขารวบทุกอย่างมัดรวมไว้ด้วยกัน อ๋อชีวิตพังเหรอ งานก็พังด้วย จบ

อั๋น : มองย้อนกลับไปเสียใจกับอะไรบ้าง
พีเค : เสียใจกับที่ทำชีวิตที่เราสร้างมามันพัง เสียใจที่ทำให้คนอื่นเสียใจ เสียใจที่ทำให้คนที่เรารักเสียใจ แม่เสียใจ คนรอบข้างเสียใจ พอเรายิ่งรู้ว่าเราเป็นสาเหตุ มันยิ่งทำให้เราเริ่ม…
อั๋น : ใช้วิธีอะไรรวบรวมความเป็นพีเคกลับมาและเดินหน้าต่อ
พีเค : ค่อยๆมานะ หลังโดนแคนเซิลงานกลับมา งานแรกที่กลับมาเป็นพิธีกร คือ งานพี่อั๋น (อั๋น : นี่พี่ไม่รู้เลยนะ) ผมเอามือแตะเวที (อั๋น : แล้วพูดว่าอะไร) คิดถึงจัง กลับมาแล้วนะ(น้ำตาไหลเสียงสั่นเครือ)
“ขอบคุณทีมงาน ออแกไนซ์และแบรนด์ต่างๆที่เริ่มกลับมาเห็นประสบการณ์ที่เราขวนขวายมาตลอด25ปี หวังว่าจะได้เจอทุกคนมากขึ้นเร็วๆนี้”

ที่มา รายการ คนล้มลุก
ทีมข่าวสด 2 ก.พ.69