ยื่นศาลปกครองสูงสุด สั่งไม่นับคะแนนเลือกตั้ง ฟ้อง กกต. ปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด
GH News February 17, 2026 10:19 AM

ยื่นร้องศาลปกครองสูงสุด สั่งไม่นับคะแนนเลือกตั้ง-เอาผิด ‘กกต.’ ปม ‘บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด’ ผิดกฎหมาย ไม่เป็นความลับ

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่า วานนี้นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) บัญชีสำรองส่งคำฟ้องในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพวกต่อศาลปกครองสูงสุด กล่าวหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีจัดพิมพ์รหัสบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง สส. โดยขัดหลักการลงคะแนนลับและรัฐธรรมนูญ พร้อมขอศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับการรับรองผล

จากเอกสารคำฟ้องคดีหมายเลขดำ ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล (ผู้ฟ้องคดี) ได้ยื่นฟ้อง 1.คณะกรรมการการเลือกตั้ง 2.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ 3.เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย

แฉกลไก “รหัสลับ” บนบัตรเลือกตั้ง

สำหรับคำฟ้องโดยสรุประบุพฤติการณ์ว่า ในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2569 และเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ. 2569 ผู้ถูกฟ้องคดีได้จัดทำสัญลักษณ์พิเศษลงในบัตรเลือกตั้ง ดังนี้

  • บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) : มีการพิมพ์ “บาร์โค้ด” (Barcode) ไว้ที่บัตรและท้ายบัตร
  • บัตรเลือกตั้งแบบเขต (บัตรสีเขียว) ก็มีลักษณะเดียวกัน แต่ผู้ถูกฟ้องได้จัดทำเป็น “คิวอาร์โค้ด” (QR Code) เอาไว้ที่บัตร ซึ่งต้องฉีกมาจากสมุดต้นขั้วเช่นกัน
  • ต้นขั้วสมุดฉีกบัตร : มีการระบุ “เลขรหัสลับ” เอาไว้ และผู้ใช้สิทธิลงคะแนนต้องลงลายมือชื่อกำกับ

นายอัครวัฒน์ระบุในคำฟ้องต่อไปว่า เมื่อนำบัตรเลือกตั้งไปสแกนโค้ดดังกล่าว จะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกลับไปยังต้นขั้วสมุดฉีกที่มีลายมือชื่อของผู้ใช้สิทธิได้ทันที ทำให้ทราบได้ว่า “ผู้ใช้สิทธิคนใดเป็นผู้ลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด” ซึ่งขัดต่อหลักการลงคะแนน “โดยตรงและลับ” ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 85 และมาตรา 53

โต้ข้ออ้าง กกต. “กันบัตรปลอม” ฟังไม่ขึ้น

คำฟ้องบรรยายว่า แม้ทาง กกต.จะเคยชี้แจงผ่านสื่อเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2569 ว่า ทำไปเพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันบัตรปลอม แต่เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะในการลงคะแนนออกเสียงประชามติ กลับไม่มีการพิมพ์บาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ดลงในบัตรแต่อย่างใด ส่อให้เห็นเจตนาทุจริตเจาะจงเฉพาะการเลือกตั้ง สส.

นอกจากนี้ การพิมพ์สัญลักษณ์ดังกล่าว ถือเป็นการทำเครื่องหมายอื่นใดเพิ่มเติมที่ทำให้บัตรเลือกตั้งกลายเป็น “บัตรเสีย” ตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566 ข้อ 174 (2) และ (7) ที่ห้ามมีเครื่องหมายสังเกตอื่นนอกจากกากบาท

หวั่นคนไม่กล้าโหวต-เสี่ยงถูกคุกคาม

ผู้ฟ้องคดีระบุว่า การกระทำนี้สร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชน เพราะหากกรรมการประจำหน่วยหรือหัวคะแนนแอบถ่ายรูปบัตรขณะนับคะแนน ก็จะสามารถนำไปตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครเลือกใคร นำไปสู่ความไม่ปลอดภัยในชีวิต หรือเอื้อประโยชน์ต่อการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างง่ายดาย

เปิด 6 ข้อเรียกร้องต่อศาลปกครองสูงสุด

ในตอนท้ายของคำฟ้อง นายอัครวัฒน์ได้ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ดังต่อไปนี้

  • ให้บัตรเลือกตั้ง สส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต ในรอบวันที่ 1 และ 8 ก.พ. 2569 เป็นบัตรเสียและไม่ให้นับเป็นคะแนน
  • สั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดี เผาหรือทำลายบัตรเลือกตั้งดังกล่าว โดยเปิดเผยต่อสาธารณะ
  • ขอคุ้มครองชั่วคราว ไม่รับรองผลการเลือกตั้ง
  • ลงโทษผู้ถูกฟ้องทั้ง 3 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. (โทษจำคุกและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง)
  • ให้ผู้ถูกฟ้องทั้ง 3 ชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งสิ้น
  • ขอให้ศาลเร่งพิจารณาคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็วก่อนผู้ถูกฟ้องที่ 1 ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.ใหม่

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.