ดิสนีย์แลนด์ แค่ ‘ขายฝัน’ หรือทำจริง?
GH News February 17, 2026 10:19 AM
คอลัมน์ : สามัญสำนึกผู้เขียน : ณัฏฐ์พิชญ์ วงษ์สง่าmontien_dear@yahoo.com

แม้จะมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แต่ก็เป็นประเด็นที่น่าจับตาสำหรับโครงการ “ดิสนีย์แลนด์” เมืองไทย

ตามข่าวสัปดาห์นี้ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม มีแผนจะนัดถกกับคณะผู้บริหาร EEC อีกครั้ง เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการ

พร้อมยืนยันว่า สวนสนุก “Disneyland Thailand” ไม่ใช่โครงการขายฝัน แต่เป็น 1 ในแผนพัฒนา EEC ที่จะต่อยอดไปถึงแผนการพัฒนาคอนเสิร์ตฮอลล์ สนามกีฬามาตรฐานโลก สำหรับรองรับการจัดคอนเสิร์ตระดับโลก การแข่งขันกีฬานานาชาติ รวมถึงมหกรรมอีเวนต์ขนาดใหญ่

เรียกว่าเป็น Entertainment & Lifestyle Hub ระดับโลก เทียบชั้นมหานครระดับโลกอื่น ๆ ในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง โตเกียว หรือเซี่ยงไฮ้ เพราะตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมทั้งสนามบินนานาชาติ รถไฟความเร็วสูง (อยู่ในแผนพัฒนา) ท่าเรือน้ำลึก

ที่สำคัญ เป็นพื้นที่เชื่อมต่อเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างกรุงเทพฯ พัทยา และจังหวัดท่องเที่ยวในภาคตะวันออก

และจะไม่ใช่เพียงแค่สัญลักษณ์แห่ง “ความสนุก” แต่เป็น “โอกาส” ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่รัฐบาลต้องการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางกิจกรรมระดับโลกของเซาท์อีสต์เอเชียที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง รวมทั้งยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

พร้อมระบุว่า เบื้องต้นจะใช้พื้นที่ราว 5,000 ไร่ เป็นพื้นที่สวนสนุกราว 3,000 ไร่ ลงทุนประมาณ 200,000 ล้านบาท และพื้นที่ศูนย์กีฬาและเอ็นเตอร์เทนเมนต์ 2,000 ไร่ มูลค่าลงทุนกว่า 100,000 ล้านบาท

รวมมูลค่าโครงการทั้งหมดก็ราว ๆ 300,000 ล้านบาท

ลงทุนในรูปแบบ PPP โดยรัฐจัดหาที่ดิน เจรจาลิขสิทธิ์และอำนวยความสะดวก เอกชนเป็นผู้ลงทุนและบริหาร

และย้ำว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ EEC ไปศึกษารายละเอียดของโครงการแล้ว

จากกระแสข่าวที่มาเป็นระลอกนี้ หลายคนยังมองว่าเป็นการ “ขายฝัน” ของพรรคภูมิใจไทย ในช่วงก่อนเลือกตั้ง
แต่ล่าสุดหลังจาก “ภูมิใจไทย” ได้เสียงอันดับ 1 จากการเลือกตั้งและเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล “รมว.พิพัฒน์” ก็ยังคง
ประกาศเดินหน้าโครงการต่อตามที่ได้ประกาศไว้

คำถามเกิดขึ้นมากมาย และเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ เพราะแนวคิดในการดึง “ดิสนีย์แลนด์” เข้ามาเปิดในเมืองไทยนั้น
มีข่าวมาเป็นระยะตั้งแต่กว่า 10 ปีก่อน

เช่น จะซ้ำรอยรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบินไหม

ลงทุนมหาศาลขนาดนี้เอกชนรายไหนจะกล้าลงทุน

หรือถ้าทำได้จริงจะไปรอดไหม ราคาตั๋วแพงมาก กำลังซื้อคนไทยไม่น่าจะพอ และจะสู้ฮ่องกง ญี่ปุ่น หรือเซี่ยงไฮ้ได้ไหม

ที่แรงสุดคือ ที่ประกาศนโยบายออกมาโครม ๆ นี้ ถามดิสนีย์หรือยังว่าพร้อมที่จะมาเมืองไทยแล้วหรือยัง

แม้จะมีคำถามมากมาย แต่ก็มีมุมมองที่เห็นด้วยว่าหากมองในมุมของการสร้าง Destination การมีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ และยิ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกล้วนเป็นผลดี

เพราะถ้าดูจากเพื่อนบ้านเราจะพบว่า “เวียดนาม” มาแรงมาก หลังจากที่มีสะพาน Golden Bridge หรือ “สะพานมือยักษ์” บนเขาบานาฮิลส์ เมืองดานัง ที่กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่ชาวต่างชาติต้องไปเมื่อไปเที่ยวเวียดนาม

และเป็นตัวที่ทำให้ “เวียดนาม” ฟื้นตัวทางการท่องเที่ยวอย่างรวดเร็วหลังวิกฤตโควิด

ดังนั้น หากมองในมุมของการลงทุนเพื่อการท่องเที่ยวและเพิ่มเดสติเนชั่นใหม่ให้กับประเทศ โครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อภาคการท่องเที่ยวของประเทศมหาศาล เพราะวันนี้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยังเน้นขายโปรดักต์เดิม ๆ คือ ทะเล ธรรมชาติ ศิลปะ และวัฒนธรรม

สอดรับกับประเด็นที่ภาคเอกชนของไทยเรียกร้องมาตลอดว่า ถ้าจะเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว ประเทศไทยต้องลงทุนสร้าง Man-Made Destination

แต่คงไม่คาดหวังถึงขนาดว่าต้องมี “ดิสนีย์แลนด์”

เบื้องต้นขอแค่โครงการระดับ 1,000 ล้านบาท ให้เกิดขึ้นก่อนสักแห่ง 2 แห่งก็พอ…

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.