กรมควบคุมโรค ห่วงหนัก วัยรุ่นไทย 15-24 ปี ติดเชื้อ HIV รายใหม่ 3900 รายต่อปี ชี้สาเหตุหลักไม่สวมถุงยางอนามัย เสี่ยงโรครุมเร้า-ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ แนะตรวจคัดกรองฟรีปีละครั้ง
สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มเยาวชนไทยกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะวิกฤต ผลสำรวจล่าสุดพบว่าวัยรุ่นไทยไม่ป้องกันก่อนมีเพศสัมพันธ์ แม้ภาพรวมระบบสาธารณสุขของไทยจะสามารถรักษาผู้ป่วยสะสมกว่า 5 แสนรายจนควบคุมเชื้อได้เกือบทั้งหมด แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ฟ้องว่ากลุ่มวัยรุ่นคือกลุ่มเสี่ยงที่สุดในขณะนี้
นพ.นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยข้อมูลเปรียบเทียบสถานการณ์ผู้ติดเชื้อ HIV ในปี 2568 พบผู้ป่วยใหม่รวม 8,124 ราย คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 3,900 คน เป็นเด็กวัยรุ่นอายุ 15-24 ปี
สถิติ 5 กลุ่มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กระโดดจาก 25,000 รายต่อปี พุ่งสูงถึง 58,000 รายต่อปี ภายในเวลาเพียง 3 ปี โดยกลุ่มหลักคือเยาวชน
ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ภาพรวมการใช้ถุงยางอนามัยลดลงถึง 15% และผลสำรวจพบว่ามีประชากรถึง 24% ที่ไม่ใส่ถุงยางเลย ขณะมีเพศสัมพันธ์ ขณะที่กลุ่มใช้ประมาณคิดเป็น 43% และ กลุ่มที่ใช้บางครั้งหรือเกือบทุกครั้งประมาณ 33%
สำหรับเชื้อ HIV ระยะแรกมักไม่แสดงอาการ ทำให้ผู้ติดเชื้อไม่รู้ตัวจนกระทั่งภูมิคุ้มกันถูกทำลายและเกิดโรคแทรกซ้อนตามมา
รองอธิบดีกรมควบคุมโรคเน้นย้ำว่า การสวมถุงยางอนามัยไม่ได้ป้องกันเพียงแค่ HIV เท่านั้น แต่ยังเป็นเกราะกันไวรัสตับอักเสบ บี, ซี รวมถึงการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ปัจจุบันกรมควบคุมโรคได้จัดกิจกรรมร่วมกับมหาวิทยาลัยหลายแห่งเพื่อสร้างค่านิยมเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย
สำหรับแนวทางการดูแลตนเองในยุคนี้ สธ. แนะนำให้ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อด้วยการเจาะเลือดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ปัจจุบันมีสิทธิประโยชน์ให้ตรวจได้ฟรี หากตรวจพบเชื้อจะได้การรักษาทันที
ข่าวล่าสุด