บิตคอยน์ vs ทองคำ: สินทรัพย์ไหนตอบโจทย์ความเสถียร ท่ามกลางตลาดโลกที่ผันผวน?
GH News February 27, 2026 04:10 PM

สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2569 เต็มไปด้วยความผันผวนอย่างรุนแรง ปัญหาเงินเฟ้อที่ยังคงตัวในระดับสูงส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของผู้คนทั่วโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาคสร้างความกังวลให้แก่นักลงทุน นโยบายการเงินของธนาคารกลางแต่ละประเทศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพื่อรับมือกับสภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน

ท่ามกลางวิกฤตเช่นนี้ นักลงทุนต่างพยายามมองหาหลักประกันเพื่อปกป้องเงินในกระเป๋า สินทรัพย์ที่ถูกหยิบยกมาเปรียบเทียบกันมากที่สุดคือ ทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดั้งเดิมที่โลกเชื่อมั่นมานานนับพันปี กับ บิตคอยน์ สินทรัพย์ดิจิทัลยุคใหม่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นทองคำดิจิทัล คำถามสำคัญที่ทุกคนต้องการคำตอบคือ สินทรัพย์ใดกันแน่ที่ทำหน้าที่ปกป้องความมั่งคั่งได้ดีกว่ากันในช่วงเวลาที่โลกกำลังเปลี่ยนไป

ทองคำ: ภาพรวมราคาย้อนหลัง 6 เดือน ราคาพุ่งแรง ผันผวนสูง

ในช่วง 2 ไตรมาสล่าสุด ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) อย่างต่อเนื่อง มีการปรับตัวจากระดับประมาณ 3,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในเดือนสิงหาคม 2568 ขึ้นมาแตะระดับทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้

ช่วงเวลา ราคาทองโลก โดยประมาณ ราคาทองคำแท่งในไทย (บาทละ) สิงหาคม 2568 $3,400 – $3,500 ~50,000 – 55,000 บาท ตุลาคม 2568 $4,000 – $4,200 ~67,000 บาท (New High ขณะนั้น) มกราคม 2569 $4,300 – $4,600 ~64,800 – 70,000 บาท กุมภาพันธ์ 2569 $5,000 – $5,100 ~74,000 – 81,000 บาท

ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทองพุ่ง
  • นโยบายการเงินของสหรัฐฯ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางสหรัฐฯ ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง ส่งผลให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยมีความน่าสนใจมากขึ้น
  • ความขัดแย้งในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา รวมถึงสถานการณ์ที่ตึงเครียดทั่วโลก ผลักดันให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ธนาคารกลางหลายประเทศทั่วโลกยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเพื่อสำรองระหว่างประเทศ เพื่อลดการพึ่งพิงสกุลเงินดอลลาร์
  • ภาวะเงินเฟ้อ ความกังวลเรื่องการด้อยค่าของสกุลเงิน ทำให้นักลงทุนเลือกถือทองคำเพื่อรักษามูลค่าของทรัพย์สิน
  • มุมมองในฐานะนักลงทุน ทองคำช่วงนี้ เสถียรและเหมาะแก่การซื้อขายหรือไม่?

    แม้ทองคำจะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะยาว แต่ในปัจจุบัน ความผันผวนอยู่ในระดับสูงมาก เนื่องจากราคาพุ่งขึ้นมาเร็วและแรงเกินไป กลุ่มนักลงทุนที่เก็งกำไรกันชนิดวันต่อวัน พร้อมเทขายเมื่อเห็นจุดทำกำไร ทำให้ราคาอาจสวิงแรงได้ตลอดเวลา ไม่เหมาะกับคนซื้อทองรายย่อยที่ต้องการเก็งกำไรในระยะยาว

    • ระยะสั้น เพื่อเก็งกำไร มีความเสี่ยงสูง

    ราคาปัจจุบันอยู่ที่ระดับแนวต้านสำคัญ ($5,000+) หากไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาสนับสนุน อาจเกิดแรงเทขายทำกำไร (Profit Taking) อย่างรุนแรงได้

    • ระยะยาว สะสมต่อได้

    สถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Goldman Sachs และ J.P. Morgan ยังคงมองเป้าหมายราคาทองไปอยู่ที่ $5,400 – $5,500 ภายในสิ้นปี 2569 แต่ไม่แนะนำให้ไล่ซื้อไปจนราคาแตะจุดสูงสุด เพราะจะไม่คุ้มทน

    บิตคอยน์: ราคาย้อนหลัง 6 เดือน ร่วงรูดรางรถไฟ

    ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา บิตคอยน์เผชิญกับสภาวะ “รถไฟเหาะ” อย่างแท้จริง โดยราคาเคลื่อนไหวสวนทางกับทองคำอย่างชัดเจนในช่วงต้นปี 2569

    ช่วงเวลา ราคาบิตคอยน์ (BTC/USD) โดยประมาณ สถานการณ์สำคัญ สิงหาคม 2568 $90,000 – $100,000 ราคาทรงตัวในระดับสูงหลังกระแส ETF ตุลาคม 2568 $126,000 (All-Time High) ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ในช่วงต้นเดือน ธันวาคม 2568 $80,000 – $95,000 ราคาเริ่มปรับฐานแรงหลังปัจจัยการเมืองสหรัฐฯ มกราคม 2569 $75,000 – $85,000 ราคาดิ่งลง 11% ภายในเดือนเดียว สภาพคล่องหาย กุมภาพันธ์ 2569 $66,000 – $70,000 ราคายังคงซึมตัวและมีความเสี่ยงขาลงต่อเนื่อง

    ปัจจัยหลักที่กระทบราคาบิตคอยน์
  • นโยบายภาษี การค้าระหว่างประเทศ สหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนในช่วงปลายปี 2568 ส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งบิตคอยน์ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในนั้น
  • การเปลี่ยนท่าทีของเฟด (Fed) เพราะสัญญาณเงินเฟ้อยังไม่ลดลงตามเป้า ทำให้เกิดความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจ “หยุดลดดอกเบี้ย” ชั่วคราวในไตรมาสแรกของปี 2569 ส่งผลลบโดยตรงต่อสินทรัพย์ดิจิทัล
  • ในช่วงวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ต้นปี 2569 นักลงทุนเลือกถือทองคำมากกว่าบิตคอยน์ ทำให้ความเชื่อเรื่อง “Digital Gold” ถูกสั่นคลอน บิตคอยน์กลับไปเคลื่อนไหวตามหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีความผันผวนสูง
  • แรงเทขายจากกลุ่มขุดเหมืองและนักลงทุนรายใหญ่ มีการบังคับขาย ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์คริปโตช่วงเดือนตุลาคม ทำให้โมเมนตัมขาขึ้นหยุดชะงัก
  • ในฐานะนักเทรด บิตคอยน์ในช่วงต้นปี 2569 ยังเสถียร เหมาะแก่การซื้อขายหรือไม่?

    บิตคอยน์ในขณะนี้ไม่มีความเสถียร เมื่อเทียบกับสินทรัพย์หลักอื่น ๆ ค่าความเบี่ยงเบนของราคาสูงมาก โดยในช่วง 6 เดือนมีการปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดเกือบ 50% สะท้อนว่ายังเป็นสินทรัพย์เก็งกำไรที่มีความเสี่ยงสูง

    ความเหมาะในการซื้อขาย

    • สำหรับนักเก็งกำไรระยะสั้น เสี่ยงมาก

    ราคาปัจจุบันยังขาดแรงซื้อสนับสนุนและไม่มีปัจจัยบวกใหม่ นักวิเคราะห์มองว่าอาจซึมลึกไปแตะระดับ $60,000 ได้หากหลุดแนวต้าน

    • สำหรับนักลงทุนระยะยาว เป็นโอกาสในการสะสม

    แม้ราคาจะร่วงแรง แต่พื้นฐานเรื่องจำนวนจำกัด 21 ล้านเหรียญยังคงอยู่ นักลงทุนบางกลุ่มมองว่าเป็นช่วง ล้างไพ่ เพื่อรอรอบขาขึ้นใหม่หลังการปรับฐานใหญ่สิ้นสุดลง

    หากคุณต้องการลงทุนในบิตคอยน์ช่วงนี้ ควรใช้กลยุทธ์ “Barbell Strategy” คือแบ่งเงินส่วนใหญ่ (80-90%) ไว้ในสินทรัพย์ที่เสถียรกว่าเช่นทองคำ หรือเงินฝาก และใช้เพียงส่วนน้อย (5-10%) ในการ “ซื้อเมื่อราคาต่ำ” (Buy the Dip) ในบิตคอยน์ เพื่อจำกัดความเสี่ยงหากราคาปรับตัวลงต่อครับ

    ทองคำ VS บิตคอยน์ ต้นปี 2569 อะไรเสถียรกว่ากัน?

    ทองคำเสถียรกว่าอย่างขาดลอย เพราะเป็นที่พักเงินชั้นดีในยามสงครามและความขัดแย้งระหว่างประเทศ เช่น กรณีสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา ในขณะที่บิตคอยน์ซึ่งเคยถูกเรียกว่า “ทองคำดิจิทัล” กลับสอบตกในแง่ความเสถียร เพราะราคาดิ่งลงสวนทางกับทองคำในช่วงที่เกิดวิกฤต บ่งบอกว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังมองบิตคอยน์เป็นเพียงของเล่นเก็งกำไร มากกว่าที่เก็บรักษาความมั่งคั่ง

    ทองคำ คือคำตอบสำหรับความปลอดภัย หากโจทย์ของคุณคือ ความปลอดภัยของเงินต้นและต้องการหลบเลี่ยงพายุเศรษฐกิจ ทองคำมีมูลค่าในตัวเองไม่หายไปไหนแม้ระบบอินเทอร์เน็ตหรือไฟฟ้าจะมีปัญหา

    แรงหนุนจากธนาคารกลาง การที่ธนาคารกลางทั่วโลกยังเดินหน้าเก็บทองคำเป็นทุนสำรอง เป็น ตาข่ายรองรับราคาที่แข็งแกร่งมาก ทั้งเป็นเกราะป้องกันเงินเฟ้อ ในสภาวะที่ดอลลาร์มีความไม่แน่นอน ทองคำทำหน้าที่รักษากำลังซื้อได้ดีกว่า

    ข้อควรระวัง: แม้ทองคำจะปลอดภัยที่สุด แต่เนื่องจากราคาขึ้นมาสูงมาก (Overbought) การเข้าซื้อตอนนี้ต้องระวัง “การปรับฐานระยะสั้น” แนะนำให้แบ่งไม้ซื้อ ไม่ควรทุ่มหมดในราคาเดียว

    ใช้ FP Markets ในการจัดพอร์ตลงทุน

    FP Markets คือโบรกเกอร์ระดับโลก มีชื่อเสียงมานานกว่า 20 ปี ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงทั้งตลาดทองคำ และคริปโตเคอร์เรนซี (Bitcoin) ได้ในแพลตฟอร์มเดียวผ่านรูปแบบ CFD (Contract for Difference) ซึ่งมีความคล่องตัวสูง ข้อดีสำคัญคือคุณไม่จำเป็นต้องแยกบัญชีเทรดหลายที่ หรือเผชิญความยุ่งยากในการเก็บรักษาเหรียญดิจิทัลใน Wallet ที่มีความเสี่ยงต่อการถูกแฮ็ก เพราะที่นี่คุณสามารถบริหารจัดการทุกสินทรัพย์ได้ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับสถาบันการเงิน ได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานชั้นนำระดับโลก

    เริ่มต้นเปิดบัญชีกับ FP Markets ที่นี่

     

    ข่าวล่าสุด
    © Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.