โรยัล คานิน เดินหน้าให้ความรู้ทางด้านโภชนาการของน้องแมวน้องหมา หวังสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยมุ่งเน้นให้พ่อแม่น้องแมวน้องหมาได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมทั้งการดูแลสุขภาพพื้นฐาน การสังเกตอาการผิดปกติเบื้องต้น การป้องกันโรค และการเตรียมความพร้อมในแต่ละช่วงวัยของน้อง ๆ เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางโภชนาการ ตอบโจทย์เทรนด์ Pet Longevity ที่กำลังเติบโตสูงมากในประเทศไทย
4 มี.ค. 2569 – นายสัตวแพทย์ จดล สุวรรณฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรยัล คานิน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยเติบโดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มแมวที่มีการเติบโตของประชากรสูงกว่ากลุ่มหมาที่มีแนวโน้มการเติบโตลดลง อย่างไรก็ตาม ประชากรกลุ่มหมาก็ยังมีจำนวนมาก และมีแนวโน้มประชากรที่กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงวัยสูงอายุเพิ่มมากขึ้น เพราะในปัจจุบันเจ้าของสัตว์เลี้ยงมองสัตว์เลี้ยงเหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization) โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials ซึ่งถือเป็น most pet-centric generations โดยมองว่าสัตว์เลี้ยงคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต และต้องการให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนยาวมากขึ้น (Pet Longevity) ส่งผลให้รูปแบบการใช้จ่ายและการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการให้โภชนาการที่สมดุลเหมาะสมกับช่วงวัย ขนาดตัว และสุขภาพของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ต้องการยืดอายุของสัตว์เลี้ยงเท่านั้น แต่ต้องการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงวัย
ขณะเดียวกันบริษัทยังพบว่าเทรนด์ Longevity เป็นเทรนด์ที่พัฒนามาจากพฤติกรรมและความต้องการที่เปลี่ยนไปของ Pet Parents ที่ต้องการดูแลน้องแมวน้องหมาเหมือนที่ดูแลสุขภาพของตัวเอง และต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพวกเขา ทำให้เกิดเทรนด์การบริโภคหรือเลือกบริการแบบ Hyper-personalized ที่มีคัดสรรอาหารและการบริการต่าง ๆ ให้เหมาะกับน้องแมวน้องหมาแต่ละตัวมากขึ้นตามสายพันธุ์หรือความต้องการเฉพาะ
ทั้งนี้ Royal Caninไม่หยุดยั้งที่จะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางโภชนาการด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์หลากหลายสูตรให้ครอบคลุมต่อความต้องการที่แตกต่างกันของน้องแมวน้องหมามากที่สุด และคุ้มค่าที่จะให้เจ้าของน้อง ๆ ได้ลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดีของน้องแมวน้องหมาตอบโจทย์เทรนด์ Pet Longevity ที่กำลังเติบโตสูงมากในประเทศไทย อย่าง กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับลูกแมวและลูกสุนัข ROYAL CANIN Kitten and Puppy Growth เพื่อให้น้องแมวน้องหมาได้รับโภชนาการที่เหมาะสมตั้งแต่จุดเริ่มต้นของชีวิต หรือผลิตภัณฑ์สำหรับช่วงวัยสูงอายุ Royal Canin Senior Ageing 12+ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์สำหรับน้องแมวน้องหมาที่ต้องการการดูแลเฉพาะอย่างสูตร Urinary ที่ออกแบบมาเพื่อน้องแมวที่ต้องการดูแลสุขภาพทางเดินปัสสาวะ
โดยในช่วงกลางปีนี้ Royal Canin จะนำนวัตกรรมของกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามา (Product Innovation) มีชื่อว่า “Fit for Select” ซึ่งเป็นอาหารกลุ่มประกอบการรักษาโรคโดยเฉพาะที่ถูกออกแบบขึ้นจากความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในคลินิก ภายใต้ Clinical Alliance ที่ Royal Canin มุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานการแนะนำอาหารประกอบการรักษาโรค เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะโรคที่ซับซ้อนขึ้นและแนวทางการวินิจฉัยของสัตวแพทย์ในปัจจุบัน ในการรองรับโรคหรือภาวะที่ต้องอาศัยการวินิจฉัยอย่างละเอียดและต้องมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเคสที่มีความซับซ้อน ซึ่งจะต้องได้รับการดูแลเฉพาะทางจากสัตวแพทย์เพื่อให้เกิดความถูกต้องแม่นยำ F4S จึงถูกวางให้จำหน่ายเฉพาะในคลินิกที่มีการตรวจและติดตามผล เพื่อให้มั่นใจว่าถูกใช้ภายใต้คำแนะนำที่เหมาะสมตามสภาวะของสัตว์ป่วยอย่างแท้จริงสัตว์เลี้ยง
นายสัตวแพทย์ จดล กล่าวอีกว่า พ่อแม่น้องหมาน้องแมวยุคใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ใช้ Social Media และ Online Search เป็นแหล่งข้อมูลอันดับหนึ่ง ในการตัดสินใจ ทั้งการหาข้อมูล รีวิว และประสบการณ์จากผู้เลี้ยงสัตว์ด้วยกันเอง อีกทั้งยังได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก Peer-to-Peer Recommendation หรือคำแนะนำจากเพื่อน Community และ KOLs ที่เชื่อถือได้ กลยุทธ์การสื่อสารของ Royal Canin ในปี 2026 จะมุ่งเน้นกลยุทธ์ด้านการสื่อสารให้ความรู้ที่เข้าใจง่าย น่าเชื่อถือ และแชร์ต่อได้ พร้อมออกแบบประสบการณ์ที่กระตุ้นการมีส่วนร่วมใน Community เพื่อเปลี่ยนจากการสื่อสารแบบแบรนด์สู่ผู้บริโภค ไปสู่การสร้าง Royal Canin Family Community ที่เชื่อมโยงทั้งพ่อแม่สัตว์เลี้ยง KOLs และร้านค้าพันธมิตร โดยผสานองค์ความรู้ด้านโภชนาการและสุขภาพสัตว์เลี้ยงเข้ากับประสบการณ์จริง เพื่อสร้าง Pet Ecosystem ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญได้อย่างถูกต้อง เข้าใจง่าย และรู้สึกมีส่วนร่วม ส่งเสริมให้เกิดการสื่อสารแบบ Peer-to-Peer หรือการบอกต่อกันในกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์

สพ.ญ. วรัทยา ประสมทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและฝ่ายการตลาดช่องทางค้าปลีกเฉพาะทางบริษัท โรยัล คานิน (ประเทศไทย) กล่าวเสริมว่า เป้าหมายของ Royal Canin ในการสื่อสารคือการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยงและโภชนาการที่เหมาะสม รวมไปถึงสร้างความมั่นใจให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงในทุกขั้นตอนของการตัดสินใจ เราจึงเน้นการสื่อสารผ่านช่องทางการขายของ Royal Canin ที่เป็น Omnichannel ทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายและทั่วถึง
ทั้งนี้ ปัจจุบัน Royal Canin มีช่องทางจำหน่ายหลากหลายตอบโจทย์ทุกความต้องการของพ่อแม่สัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารสัตว์ (PSR) ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ คลินิกสัตวแพทย์ (Vet-Client) และช่องทางแบรนด์ (D-Com) สำหรับช่องทางออฟไลน์ Royal Canin มีโปรแกรม “GURU” หลักสูตรอบรม 3 ปี สำหรับพนักงานร้านค้า เพื่อเสริมความรู้ด้านโภชนาการสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้อง ปัจจุบันมีผู้ผ่านการรับรองกว่า 700 คนทั่วประเทศ สามารถให้คำแนะนำที่เหมาะสมตามวัย ขนาด และสายพันธุ์ได้อย่างตรงจุด โปรแกรมนี้ยังต่อยอดสู่ช่องทางออนไลน์ เช่น แอดมินเพจและไลฟ์สตรีม ช่วยยกระดับประสบการณ์การซื้อสินค้า สร้าง community ผู้เลี้ยงที่มีความรู้ถูกต้อง และออกแบบ Consumer Journey ที่ครบวงจรได้มากกว่าการซื้อสินค้าออนไลน์เพียงอย่างเดียว
ล่าสุดบริษัทยังได้กิจกรรม “Royal Canin Family Event” มีเป้าหมายหลักเพื่อถ่ายทอดแนวคิดของ Royal Canin ที่มุ่งสร้างโลกที่ดีให้กับน้องแมวน้องหมาหรือ A Better World for Pet ผ่านการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโภชนาและการดูแลด้านสุขภาพของน้องแมวน้องหมา ภายใต้แนวคิด “Healthy is Worthy” หรือ เพราะสุขภาพดีคุ้มค่าที่สุดโดยมีกิจกรรมภายในงาน ได้แก่
Fun Fact About Your Star พูดคุยกับกับสัตว์แพทย์เกี่ยวกับความรู้ทางด้านโภชนาการของน้องแมวน้องหมา มุ่งเน้นให้พ่อแม่น้องแมวน้องหมามีความรู้ที่ถูกต้องในการเลือกอาหารที่เหมาะสมตามความแตกต่างของน้อง ๆ แต่ละตัว โดยคำนึงถึงช่วงวัย ขนาดตัว สายพันธุ์ หรือความต้องการเฉพาะ โดยมีกิจกรรม TRUE or FALES ทดสอบความเข้าใจของพ่อแม่น้องแมวน้องหมาที่ได้ทั้งความรู้และความสนุก ให้พ่อแม่น้องแมวน้องหมาสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ รู้สึกมีส่วนร่วม และนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้
Talking with with Vet พูดคุยกับสัตวแพทย์ในด้านการดูแลน้องแมวน้องหมาด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยมุ่งเน้นให้พ่อแม่น้องแมวน้องหมาได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมทั้งการดูแลสุขภาพพื้นฐาน การสังเกตอาการผิดปกติเบื้องต้น การป้องกันโรค และการเตรียมความพร้อมในแต่ละช่วงวัยของน้อง ๆ เช่น อาการแบบไหนที่สามารถดูแลเองได้ และอาการแบบไหนที่ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ ซึ่งเป็นแนวทางดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อให้น้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว