ความคืบหน้าล่าสุดของคดีสะเทือนขวัญ กรณีการอุ้มฆ่าเผานั่งยาง นายรุทธ์ หรือ “ท็อป” นำมาสู่การจับกุมตัวการใหญ่ที่สร้างความฮือฮาให้กับสังคมเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกรวบตัว นายสรวีย์ 1 ใน 2 ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้บงการสั่งตาย
เมื่อสืบค้นลึกลงไปถึงประวัติของผู้ชายคนนี้ บอกเลยว่าโปรไฟล์ไม่ธรรมดาและเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน้าข่าวสำคัญของประเทศไทยมาแล้ว
สรวีย์ คือใคร?นายสรวีย์ หรือชื่อจริงคือ “ซี” รัฐพิทักษ์ถิรดา เป็นบุคคลที่ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ หรือ “ผู้การแต้ม” อดีตตำรวจมือปราบชื่อดัง ได้วิเคราะห์เอาไว้ว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสั่งการทีมอุ้มฆ่ากลางวันแสกๆ กลางกรุงย่านรัชดาภิเษก จะต้องเป็นบุคคลที่กว้างขวางและมีอิทธิพลพอสมควร ถึงกล้าก่อเหตุอุกอาจท้าทายกฎหมายเช่นนี้
เมื่อเปิดแฟ้มประวัติของนายสรวีย์ มีรายงานข่าวแจ้งว่า นายสรวีย์ คืออดีตสามีของสาวคนดังที่เคยก่อเหตุขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค พุ่งชนท้ายรถตู้โดยสารประจำทางสาย มธ.ศูนย์รังสิต–อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บนทางยกระดับโทลล์เวย์ขาเข้า จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 9 ราย เมื่อปี พ.ศ. 2553
นายสรวีย์เคยดำรงตำแหน่งเป็นอนุกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
ในปี พ.ศ. 2562 เขาได้เข้ามาทำงานด้านการเมืองร่วมกับพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง
ความสัมพันธ์ซับซ้อนและชนวนสั่งตายในด้านความสัมพันธ์ส่วนตัว นายสรวีย์เคยเป็นอดีตคนรักของ “จีน่า” (หญิงสาวที่เป็นโลกใบที่สองของคุณท็อป) แม้จีน่าจะยืนยันว่าได้เลิกรากับนายสรวีย์ไปนานนับสิบปีแล้ว แต่ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ทำให้ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่า แรงจูงใจในการสั่งอุ้มฆ่าอาจมาจากความแค้นเรื่องชู้สาวและการถูกหยามเกียรติ
อย่างไรก็ตาม จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายสรวีย์ยังคงให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับในข้อเท็จจริงบางส่วน และพยายามเชื่อมโยงว่ามูลเหตุอาจมาจากปัญหาภายในครอบครัว หรืออาจโยงไปถึงเรื่องที่ผู้ตายเคยขัดแย้งทางธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในประเทศกัมพูชา
นายสรวีย์ และ นางสาวเบญญาภา (เบ็น) ผู้ต้องหาหญิงอีกราย ถูกตำรวจบุกเข้าจับกุมตัวได้เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 5 มีนาคม ที่บ้านพักแห่งหนึ่งย่านวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ขณะที่ทั้งสองกำลังเตรียมตัวเดินทางออกจากที่พัก
ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1293/2569 ลงวันที่ 5 มี.ค. 2569 นายสรวีย์ต้องเผชิญกับข้อหาหนักหลายกระทง ได้แก่
เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ข่มขืนใจผู้อื่นโดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
กักขังหน่วงเหนี่ยว
ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยใช้ยานพาหนะ
ไม่มีเหตุอันสมควรทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย หรือลอบฝัง ซ่อนเร้นศพเพื่อปิดบังการตาย
อั้งยี่ ซ่องโจร
ทั้งนี้ ในทางกฎหมาย นายสรวีย์ และนางสาวเบน ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด