'ไทรวมพลัง' ฝากถึง 'นายกฯหนู' รอสายชวนร่วมรัฐบาล
GH News March 06, 2026 03:13 PM

‘กังฟู’ รับหนังสือรับรองจาก กกต. โยนนายกฯ เชิญร่วมรัฐบาล ชี้ ‘ไทรวมพลัง’ เป็นพรรคเล็กแต่มีมารยาท สร้างการเมืองใหม่ ไม่วิ่งต่อรองตำแหน่ง

6 มี.ค. 2569 – ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง และสส.บัญชีรายชื่อ เข้ารับหนังสือรับรอง สส.จาก กกต. โดยระหว่างการรับหนังสือได้มีการชูหนังสือรับรองเหนือหัวขณะถ่ายรูป พร้อมกล่าวว่าตำแหน่ง สส. เป็นอำนาจสูงสุดที่ประชาชนและวีรบุรุษทหารกล้าให้มา ซึ่งตนมาจากพื้นที่ชายแดน จ.อุบลราชธานี เราจะไม่มีวันลืมวีรบุรุษที่ปกป้องแผ่นดินไทย ตนได้คะแนนเสียงจากระบบบัญชีรายชื่อถึงแม้จะไม่มากเท่าพรรคการเมืองใหญ่ แต่ก็ทำให้เสียงของคนในพื้นที่ชายแดนได้หนักแน่นมากขึ้นในสภา ตนในฐานะหัวหน้าพรรค อะไรที่เป็นประโยชน์ไม่ว่าเรื่องปัญหาชายแดนหรือพืชผลทางการเกษตรตนจะไม่มีวันลืม

เมื่อถามถึงความชัดเจนการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นายวสวรรธน์ กล่าวว่า พรรคไทรวมพลัง มี สส. 6 คนถึงแม้จะน้อยด้วยจำนวน แต่เราอยากให้เป็นกระบวนการที่ประชาชนได้มีส่วนร่วม เพราะเราเป็นผู้แทนที่มีศักดิ์ศรี มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ส่วนที่มีคนถามว่าทำไมถึงตั้งพรรคไทรวมพลังนั้น ตนอยากเห็นวัฒนธรรมการเมืองแบบใหม่ที่ไม่รีบร้อน ตามมารยาททางการเมืองที่ถูกต้องในการร่วมรัฐบาลคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องมาเชิญเราอย่างเป็นทางการ และเราต้องให้เกียรติพรรคภูมิใจไทยในฐานะที่เป็นพรรคอันดับหนึ่งในการให้เราเข้าร่วมรัฐบาล ในฐานะที่เป็นพรรคเล็กการที่เราไปรีบร้อน คำครรหาของพรรคเล็กมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการไปเพื่ออยากไปต่อรองผลประโยชน์ ต่อรองเก้าอี้ หรือตำแหน่งเหมือนเป็นการไปแย่งชิง ซึ่งพรรคไทรวมพลัง อยากสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองใหม่

“การพูดคุยก่อนหน้านี้เป็นการพูดคุยแบบไม่เป็นทางการ ทุกพรรคการเมืองมีโอกาสทำงานในสภาเหมือนกันหมด ซึ่งตนมีความคาดหวังในการแก้ไขปัญหาเรื่องชายแดนหรือสงครามตะวันออกกลาง อะไรก็ตามที่ฝั่งรัฐบาลทำ แล้วเกิดประโยชน์เรายินดีสนับสนุน ส่วนฝ่ายค้านเราสามารถทำงานร่วมด้วยหมด อยากเห็นพรรคการเมืองแรกที่เราไม่วิ่งเข้าหาอำนาจ เพื่อไปต่อรองผลประโยชน์ ถึงแม้จะเป้นพรรคเล็กแต่ขอยืนหยัดในศักดิ์ศรี ที่มาจากประชาชน ซึ่งตนเป็นพรรคสุดท้าย ที่ต้องมีความชัดเจนในการร่วมรัฐบาล” นายวสวรรธน์ ระบุ

เมื่อถามถึงกรณีที่กัมพูชาสร้างสถานการณ์บริเวณชายแดนมากขึ้น มีความกังวลว่าจะเกิดการปะทะในรอบ 3 หรือไม่ นายวสวรรธน์ กล่าวว่า รอบนี้คนในพื้นที่ชายแดนหนักสุดในตลอดชีวิต รวมถึงเรื่องทหาร ตนมองว่าอย่าลืมทหาร เพราะไม่ใช่ว่าพอกระแสชายแดนหายไปแล้วจะไปลืม ไม่ว่าจะเป็นเงินเยียวยาที่บางคนยังไม่ได้รับ ซึ่งเราก็ต้องติดตามปัญหาในเรื่องนี้ ทั้งนี้งบประมาณประเทศมี อย่าไปรอแต่การบริจาคหลังจากนี้จะต้องรองบกลางในการช่วยเหลือทหารตัวเล็ก และตั้งให้เป็นงบประมาณประจำตามร่างพรบ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 70-71 จนกว่าจะแก้ไขปัญหาได้และทำให้กัมพูชาไม่เข้ามารุกล้ำ.

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.