คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน และ สส.ระบบเขตอีก 399 คน เรียบร้อยแล้ว ทำให้มี สส.ในสภาเกิน 95 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เรียกประชุมรัฐสภาได้ตามมาตรา 84 ของรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ จะมีรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมรัฐสภา ในวันที่ 12 มี.ค. จากนั้นสภาผู้แทนฯจะประชุม เพื่อเลือกประธานและรองประธานสภา ในการประชุมดังกล่าวจะมี นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อายุ 89 ปี มีอาวุโสสูงสุด ทำหน้าที่ประธาน เพื่อลงมติเลือกประธานสภาผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนฯ ซึ่งจะดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาด้วย คือ นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย รองประธานสภาคนที่ 1จะมาจากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมี สส.มากที่สุดในสภา ส่วนรองประธานสภาคนที่ 2 คาดหมายว่า นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย จะมาดำรงตำแหน่ง
เมื่อได้ผู้ทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนฯแล้ว คาดว่าในวันที่ 19 มี.ค. ประธานสภาจะเรียกประชุมสภาผู้แทนฯ เพื่อดำเนินการตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญ คือ พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จากบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม และเป็นผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งต่อ กกต.ไว้ โดยต้องมาจากพรรคที่มี สส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของจำนวน สส.ทั้งหมด หรือ 25 คน การเสนอชื่อเพื่อให้สภาให้ความเห็นชอบ ต้องมี สส.รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของ สส.
ทั้งหมดในสภา หรือ 50 คน ส่วนมติเห็นชอบบุคคลเป็นนายกฯ ต้องมีเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สส.
ทั้งหมด ซึ่งคาดหมายว่า สภาจะลงมติเลือกแคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทย คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายอนุทินจะไปจัดตั้งคณะรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่บริหารประเทศต่อไป
เป็นไปได้ว่า นายกฯและ ครม.ชุดใหม่ หลังจากเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะเข้าทำหน้าที่ก่อนหรือหลังสงกรานต์ ในเดือน เม.ย. ซึ่งถือว่ารวดเร็วขึ้นจากกำหนดเดิม ที่คาดหมายไว้ในเดือน พ.ค. เนื่องจากเกิดสถานการณ์สู้รบที่ตะวันออกกลาง ที่มีผลรุนแรงต่อสถานการณ์ในประเทศ จากราคาก๊าซและน้ำมัน กระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง จำเป็นต้องมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มเข้ามาทำหน้าที่ ดำเนินนโยบายและมาตรการต่าง ๆ แก้ปัญหามิให้กระทบการครองชีพของประชาชนอย่างทันการ
ขณะที่ประเทศเข้าสู่ฤดูร้อน มีสัญญาณของภาวะแห้งแล้ง ปัญหาการบริหารจัดการน้ำที่จะต้องเตรียมรับมือ รัฐบาลใหม่ยังต้องเตรียมเข้ามาจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 มิให้ล่าช้ามากจนเกินไป อย่างไรก็ตาม รัฐบาลใหม่จะมีความต่อเนื่องกับรัฐบาลก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจจะเป็นทีมเดิม น่าจะได้ตระเตรียมการทำงานมาระดับหนึ่ง แม้ว่าโจทย์ปัญหาเปลี่ยนแปลงไปมากจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง