กรมทรัพย์สินทางปัญญา พา 5 สินค้า GI เกษตรไทย ร่วมงาน FOODEX JAPAN 2026 โชว์คุณภาพ-อัตลักษณ์ มุ่งเปิดดีลการค้า ขยายตลาดสินค้าไทยสู่สากล
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ มุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการสินค้า GI ให้สามารถขยายตลาดทั้งใน และต่างประเทศ สนับสนุนการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า ระดับนานาชาติ การเจรจาการค้า และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อผลักดันสินค้า GI ไทยให้เป็นสินค้ามูลค่าสูง ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น และสามารถแข่งขันได้ในตลาดต่างประเทศ

ทั้งนี้ ตลาดญี่ปุ่นถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และให้ความสำคัญกับคุณภาพ แหล่งกำเนิด และเรื่องราวของสินค้าเป็นอย่างยิ่ง โดยผู้ซื้อจะพิจารณาข้อมูลกระบวนการผลิต ความสม่ำเสมอของคุณภาพสินค้า มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อหรือนำเข้าสินค้า ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของสินค้า GI
กรมฯ จึงเล็งเห็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดสินค้า GI ไทยไปยังญี่ปุ่น นำเสนออัตลักษณ์สินค้าไทย ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค โดยเข้าร่วมงาน FOODEX JAPAN 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหาร และเครื่องดื่มระดับนานาชาติที่เก่าแก่ เป็นกลไกในการเชื่อมโยงสินค้า GI ไทยกับภาคธุรกิจอาหาร และค้าปลีกในญี่ปุ่น ตลอดจนผู้ซื้อจากหลายประเทศทั่วโลก
ภายในงาน FOODEX JAPAN 2026 กรมฯ ได้จัดโซน GI Pavilion ของประเทศไทย เพื่อนำเสนออัตลักษณ์สินค้าเกษตรคุณภาพของไทย สู่สายตานานาชาติ โดยนำสินค้า GI ไทย 5 รายการที่มีความโดดเด่น ทั้งในด้านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และศักยภาพในการต่อยอดสู่ตลาดสากล มาร่วมจัดแสดง
ได้แก่ (1) ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ร้อยเอ็ด) ข้าวคุณภาพสูงที่ปลูกในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ซึ่งมีสภาพดินและภูมิอากาศเฉพาะตัว ทำให้เมล็ดข้าวเรียวยาว มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และให้สัมผัสนุ่มเมื่อหุงสุก (2) ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ข้าวพื้นเมืองสีแดงที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เมล็ดเรียวสวย มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาการปลูกข้าวของภาคใต้
(3) พริกไทยตรัง พริกไทยคุณภาพดีที่ปลูกในพื้นที่ที่มีฝนชุก และดินอุดมสมบูรณ์ ทำให้เมล็ดมีกลิ่นหอมฉุน รสชาติเผ็ดร้อน (4) กาแฟดอยตุง (เชียงราย) กาแฟอาราบิก้าคุณภาพสูงจากพื้นที่สูงของดอยตุง ให้กลิ่นหอมละมุน รสชาติกลมกล่อมมีเอกลักษณ์ และ (5) มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) ที่มีผลใหญ่ เนื้อสีเหลืองทองเนียนละเอียด และรสชาติหวานหอม
ทั้งนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยนำเสนอสินค้า มาตรฐานการผลิต ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ รูปแบบความร่วมมือทางการค้า ให้แก่ผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารในญี่ปุ่น รวมถึงประเทศต่างๆ ได้โดยตรง
พร้อมรับทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับมาตรฐานคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร เงื่อนไขการนำเข้าสินค้า และแนวโน้มตลาด เพื่อนำไปปรับกระบวนการผลิต และควบคุมคุณภาพ ให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศปลายทาง รวมถึงการกำหนดโครงสร้างราคา และรูปแบบการสั่งซื้อ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเข้าสู่ตลาดใหม่ และเพิ่มโอกาสทางการค้าในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเชื่อมั่นว่าการเข้าร่วมงาน FOODEX JAPAN 2026 ในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มการรับรู้สินค้า GI ไทยในกลุ่มผู้ซื้อระดับมืออาชีพ และต่อยอดสู่การเจรจาการค้า และการสั่งซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และสร้างรายได้ให้กับชุมชนผู้ผลิตในระยะยาว