รมว.พาณิชย์ ขอประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก มั่นใจมาตรการรับมือผลกระทบการสู้รบตะวันออกกลาง ชี้มีแผนระยะสั้น-ยาว พร้อมมีศูนย์ประเมินสถานการณ์วันต่อวัน
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบล้งมะพร้าว เพื่อตรวจสอบถึงกลุ่มนอมินี ว่า “ไม่มีอะไร” ย้ำว่าไม่เกี่ยวกับการขึ้นราคาน้ำมะพร้าว เพราะเป็นเรื่องของอุปสงค์และอุปทาน
นางศุภจี ยังกล่าวถึงราคาสินค้าและผลทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง มีความน่ากังวลมากน้อยแค่ไหน ว่า ตอนนี้มีเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะราคาพลังงาน เพราะจะเป็นตัวชี้วัดของราคาสินค้า ทั้งอุปโภคและบริโภค ซึ่งเรามีศูนย์บริหารสถานการณ์ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานงานกันกับหลายกระทรวง เพื่อทำให้มั่นใจว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์เราจะมีนโยบาย หรือมาตรการมาช่วยปกป้องประชาชนได้
เมื่อถามว่า ประชาชนไม่จำเป็นจะต้องตื่นตระหนกมากไปใช่หรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า ตอนนี้ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด จะมีการแถลงข่าวอยู่แล้วว่าจะมีสถานการณ์แบบใด ขอให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก และขอให้ช่วยกันในเรื่องของพลังงาน ช่วยกันให้ถึงที่สุด
เมื่อถามว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะมีมาตรการรับมืออย่างไรบ้าง นางศุภจี ตอบว่า เรามีการวางมาตรการไว้ ถ้าเป็นผลกระทบระยะสั้น หรือ ระยะยาวเราก็มีมาตรการรองรับเช่นกัน ตอนนี้เราต้องประเมินวันต่อวัน และทางศูนย์ฯ ก็จะมีการประเมินสถานการณ์วันต่อวันประชาชนไม่ต้องตกใจ
เมื่อถามว่า มาตรการ work from home เริ่มที่กลุ่มข้าราชการก่อนนั้น นางศุภจี กล่าวว่า หากหน่วยงานไหนมีความพร้อมก็สามารถทำได้ทันที ซึ่งจริง ๆ แล้วถือเป็นสิ่งที่ดี และต้องมานั่งดูเรื่องกระบวนการทำงาน หน่วยงานไหนที่ยังไม่พร้อมก็ต้องมานั่งดูแลตัวเอง ว่าจะทำยังไงจะทำอย่างไรให้ทำงานนอกสถานที่ได้ ซึ่งย้ำว่าถือเป็นสิ่งที่ดีที่ต้องกลับมาดูกระบวนการทำงานและใช้เทคโนโลยี
เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนกลับมาเชื่อมั่น เนื่องจากกระแสข่าวการเก็บสำรองน้ำมัน ปุ๋ย ซึ่งประชาชนกังวลว่าจะมีราคาสูงขึ้นนั้น นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลมีการให้ข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ในเรื่องการสำรองน้ำมันที่อยู่ได้ 90 กว่าวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้ข้อมูลว่ามีการหาแหล่ง น้ำมันเพิ่มเติมน้ำมันเพิ่มเติมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่อยากให้กังวลจนเกินไป ขอให้ติดตามการแถลงข่าวของรัฐบาลทุกวันถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ในการที่จะทำให้ทุกอย่างมีเสถียรภาพมากที่สุดในปัจจัยที่เราควบคุมได้
อย่างไรก็ตามก็ยังมีปัจจัยอื่นที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ในเรื่องของพลังงานก็ยังมีวัตถุดิบบางอย่าง ที่ต้องนำเข้าที่ต้องนำเข้าจึงมีการปรับการใช้ไบโอดีเซล ด้วยการปรับสูตร มีการใช้ปาล์มน้ำมันและการทบทวน การใช้มันสำปะหลังอ้อย และมีเอทานอลผสมกับเบนซินมากยิ่งขึ้นซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะทำเท่าที่เราจะทำได้
เมื่อถามว่า นโยบาย work from home เป็นการลดภาระของรัฐบาลแต่เพิ่มภาระค่าไฟให้ประชาชนมากขึ้นหรือไม่ นางศุภจี หันกลับมาถามนักข่าวว่า ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ก่อนจะบอกว่าใช้วิธีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถ้าประชาชนคิดว่าลำบากในเรื่องค่าใช้จ่าย การจะมาทำงานในที่ทำงานก็ไม่เสียหาย อยู่ที่การมองเรื่องความสมดุลมากกว่า ถ้าลำบากก็ไม่มีความจำเป็นก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำงานที่บ้านได้ เราต้องดูถึงความถูกต้องและเหมาะสม ใครทำได้ก็ทำทุกคนต้องช่วยกัน