ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยปี 68 นักลงทุนต่างชาติถือครองหุ้นรวม 5.61 ล้านล้านบาท ลดลง 3.92% ตาม SET Index ที่ลดลง 10.04% ส่วนปี 69 ดัชนีปรับเพิ่มขึ้น-ต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่อง เดือนม.ค. ทำสถิติสูงสุดใหม่ ถือครอง 6.11 ล้านล้านบาท คิดเป็น 37.11% ของ Market Cap รวมทั้งตลาด
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการศึกษาข้อมูลการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศ ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (ตลาดหุ้นไทย) พบว่า มูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทย ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 61 ล้านล้านบาท ลดลง 3.92% จากสิ้นปี 2567 อันเป็นผลจากราคาหลักทรัพย์ที่ปรับตัวลดลง สังเกตได้จาก SET Index ที่ปรับตัวลดลง 10.04% ขณะที่สัดส่วนมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศต่อมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมทั้งตลาด (Market Cap.) ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ระดับ 35.74% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2567 ที่อยู่ที่ระดับ 33.83%

อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นปี 2569 ความชัดเจนของทิศทางการเมือง (Election Rally) และแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงิน อีกทั้งราคาหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยที่ปรับลงอย่างมากในปีก่อน อีกทั้งผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ดีกว่าคาด ล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาสนใจลงทุนเพิ่มเติมในตลาดหุ้นไทย โดยในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิรวมกว่า 58,905 ล้านบาท ถือเป็นมูลค่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับปี 2568 ที่ตลอดทั้งปี นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 107,096 ล้านบาท
เมื่อพิจารณารายเดือน พบว่าในเดือนมกราคม 2569 ราคาหลักทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้น โดย SET Index เพิ่มขึ้น 5.24% จากสิ้นปีก่อน อีกทั้งนักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิต่อเนื่องจากเดือนธันวาคม 2568 ด้วยมูลค่าซื้อสุทธิ 4,345 ล้านบาท ส่งผลให้ ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 มูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทยทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 6.11 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 37.11% ของ Market Cap รวมทั้งตลาด
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นักลงทุนต่างประเทศยังคงซื้อสุทธิต่อเนื่องในตลาดหุ้นไทยด้วยมูลค่าซื้อสุทธิเดือนเดียวสูงถึง 54,560 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังประกาศผลเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ที่สะท้อนว่าแนวโน้มการเมืองไทยจะมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น ส่งผลให้ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิวันเดียว 16,547 ล้านบาท และในช่วงวันที่ 9-27 กุมภาพันธ์ 2569 นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 44,055 ล้านบาท และในเดือนนี้ SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 15.69% จากสิ้นเดือนมกราคม 2569 จึงคาดว่ามูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากสิ้นเดือนมกราคม 2569 จากปัจจัยด้านราคาหลักทรัพย์และการซื้อสุทธิต่อเนื่องของนักลงทุนต่างประเทศ
ส่วนในเดือนมีนาคม 2569 ตั้งแต่ต้นเดือน ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมทั้งตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อมจากความตึงเครียดจากปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่ง SET Index ปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ทั่วโลก โดยในวันที่ 2 และ 4 มีนาคม 2569 SET Index ปรับตัวลดลงต่อเนื่องและก่อนสิ้นสุดช่วงเวลาทำการช่วงที่ 1 (Trading Session I) ในวันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 12.18 น. SET Index ลดลงต่ำกว่าวันก่อนหน้ามากกว่า 8% ทำให้มีการประกาศใช้มาตรการ Circuit Breaker พักซื้อขายเป็นเวลา 30 นาที แต่อยู่ในช่วงใกล้จบช่วงเวลาทำการช่วงที่ 1 และพักเที่ยง จึงหยุดการซื้อขายเพียง 12 นาทีที่เหลือ (Circuit Breaker ครั้งที่ 7 ของตลาดหุ้นไทย) และกลับมาซื้อขายในช่วงบ่าย และปิดตลาด SET Index ลดลง 5.58% จากวันก่อนหน้า แต่ในวันนั้นนักลงทุนต่างประเทศยังคงซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยรวม 1,053 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ด้วยความรุนแรงและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ดังกล่าว นักลงทุนต่างประเทศเริ่มขายสุทธิในวันที่ 5-6 มีนาคม 2569 รวม 13,854 ล้านบาท ขณะที่ SET Index ณ สิ้นวันที่ 6 มีนาคม 2569 ปิดที่ 1,410.37 จุด ลดลง 7.72% จากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 6 มีนาคม 2569 นักลงทุนต่างประเทศยังคงซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยรวมกว่า 45,434 ล้านบาท ขณะที่ SET Index ปรับเพิ่มขึ้นมา 11.96% จากสิ้นปีก่อน จึงคาดการณ์ว่ามูลค่าการถือครองของนักลงทุนต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน
“จากพฤติกรรมการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทยที่เพิ่มขึ้น อาจสรุปได้ว่า นักลงทุนต่างประเทศยังคงอยู่และสนใจลงทุนในตลาดหุ้น และเมื่อพิจารณาข้อมูลการซื้อขายของนักลงทุนต่างประเทศ จำแนกตามกลุ่มหลักทรัพย์ตามสิทธิในการออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น (voting right) ในลำดับถัดไป จะช่วยให้ทราบถึงวัตถุประสงค์การลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศที่ช่วยยืนยันความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทย”
นอกจากนี้ ในปี 2568 นักลงทุนต่างประเทศมีมูลค่าการซื้อขายรวมกว่า 10.49 ล้านล้านบาท หรือ 1.83 เท่า ของมูลค่าการถือครองหุ้นถัวเฉลี่ยของนักลงทุนต่างประเทศ ณ สิ้นปี 2567 และ ณ สิ้นปี 2568 ทั้งนี้ ตลอดทั้งปี 2568 นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 107,096 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายสุทธิใน local shares 190,724 ล้านบาท และขายสุทธิใน Foreign shares เล็กน้อยประมาณ 3,467 ล้านบาท ขณะที่ซื้อสุทธิสะสมใน NVDR 87,095 ล้านบาทสะท้อนว่านักลงทุนต่างประเทศยังคงสนใจลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยทำกำไรผ่าน local shares และ NVDR และยังคงรักษาระดับการลงทุนในระยะยาวในตลาดหุ้นไทย ด้วยการถือครอง Foreign shares
