ข้อมูลเรดาร์ AIS ชี้เรือ มยุรี นารี แบงค็อก (Mayuree Naree) ของ Precious Shipping ยังลอยลำอยู่ในเขตน่านน้ำโอมาน หลังควบคุมเพลิงสำเร็จ เผยสาเหตุพิกัดสับสน ท่ามกลางภาวะสงคราม
หลังจากเกิดเหตุระทึกขวัญที่เรือบรรทุกสินค้าเทกอง มยุรี นารี แบงค็อก (MV Mayuree Naree) ธงไทย ถูกอาวุธปริศนาโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 จนลูกเรือ 20 ชีวิตต้องอพยพหนีตาย ล่าสุด หน่วยงานความปลอดภัยทางทะเล (UKMTO) ยืนยันว่า ไฟบนเรือถูกดับสนิทแล้ว และยังมีลูกเรือใจเด็ดอีก 3 คนประจำการอยู่บนเรือเพื่อประคองสถานการณ์
การติดตามตำแหน่งเรือ Mayuree Naree (IMO: 9323649) ในขณะนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก เมื่อตรวจสอบระบบติดตามเรืออัตโนมัติ (AIS) จากหลายแพลตฟอร์ม กลับพบข้อมูลที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน (ข้อมูล ณ วันที่ 11 มี.ค. 2569)
สาเหตุที่ข้อมูลตำแหน่งชี้ไปคนละทิศคนละทาง ไม่ใช่ความผิดพลาดของแพลตฟอร์ม แต่เป็นผลกระทบโดยตรงจาก การจงใจรบกวนสัญญาณ (GPS Jamming) ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นยุทธวิธีทางทหารในช่วงสงคราม โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 มีนาคม มีรายงานยืนยันว่ามีเรือสินค้ากว่า 1,650 ลำได้รับผลกระทบจากปัญหาสัญญาณ GPS รวนในภูมิภาคนี้มาแล้ว
ข้อมูลเชิงลึกจากแพลตฟอร์ม Oceanook ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ เรือ Mayuree Naree เพิ่งออกจากท่าเรือ Hassyan (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) เมื่อวันที่ 9 มีนาคม โดยมีระดับการกินน้ำลึกเพียง 5.8 เมตร หรือคิดเป็นน้ำหนักบรรทุกแค่ 13% ของระวาง นั่นหมายความว่า เรือลำนี้แทบจะไม่มีสินค้าอยู่เลย (วิ่งตัวเปล่า) ในช่วงที่ถูกโจมตี
สรุปข้อมูลเรือและเหตุการณ์เกี่ยวเนื่องข้อมูลเรือ MV Mayuree Naree เป็นเรือขนาด Handysize (ยาว 179 ม. กว้าง 28 ม.) จดทะเบียนท่าเรือกรุงเทพฯ บริหารงานโดย Precious Shipping PCL (ไทย)
เหยื่อรายอื่น ในวันเดียวกัน มีเรืออีก 2 ลำถูกโจมตีในละแวกใกล้เคียง ได้แก่ เรือคอนเทนเนอร์ ONE Majesty (ธงญี่ปุ่น) และเรือเทกอง Star Gwyneth (ธงหมู่เกาะมาร์แชลล์) โชคดีที่ลูกเรือทุกลำปลอดภัย
แหล่งข้อมูล