คุมเข้มเบิกเงินสดเกิน 5 ล้านต้องแจงที่มา มีผล 1 เม.ย. 69 เป็นต้นไป
March 20, 2026 02:44 PM

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ ธปท. ที่ 16/2569 กำหนดให้สถาบันการเงินทุกแห่งต้องมีมาตรการบริหารความเสี่ยงจากการทำธุรกรรมเงินสดที่รัดกุม โดยเน้นไปที่การระบุตัวตนและตรวจสอบวัตถุประสงค์ของการใช้เงินอย่างละเอียด

ไฮไลต์สำคัญ: เบิกเงินสด 5 ล้านบาทขึ้นไป ถือเป็น "ความเสี่ยงสูง"

ตามเกณฑ์ใหม่ หากลูกค้าทำธุรกรรมเงินสดเกิน 5 ล้านบาทภายใน 1 วัน ธนาคารต้องดำเนินการดังนี้:

  1. ยกระดับความเสี่ยง: ปรับระดับความเสี่ยงของลูกค้าเป็น "ความเสี่ยงสูง" ทันที

  2. ตรวจสอบเข้มข้น (EDD): ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้น (Enhanced Customer Due Diligence)

  3. ขอเอกสารประกอบ: ลูกค้าต้องแสดงวัตถุประสงค์การใช้เงิน พร้อมหลักฐานที่น่าเชื่อถือ หรือเอกสารเกี่ยวกับกิจการ/อาชีพ

  4. สิทธิการปฏิเสธธุรกรรม: หากลูกค้าไม่สามารถให้เหตุผลที่เหมาะสม หรือไม่มีเอกสารประกอบเพียงพอ ธนาคารต้องไม่ทำธุรกรรมให้ในครั้งนั้น

เกณฑ์การยืนยันตัวตนก่อนทำธุรกรรม

ประกาศฉบับนี้ยังกำหนดให้ลูกค้าต้องยืนยันตัวตนทุกครั้งก่อนทำธุรกรรมเงินสด ไม่ว่าจะเป็นธุรกรรมเป็นครั้งคราวหรือผ่านช่องทางต่างๆ:

  • หน้าเคาน์เตอร์สาขา: ต้องแสดงบัตรประชาชน/พาสปอร์ต แจ้งเบอร์โทรศัพท์ อีเมล ลายมือชื่อ และข้อมูลอาชีพ/สถานที่ทำงาน (กรณีรายใหม่)

  • ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (ตู้ ATM/ADM): ต้องใช้ระบบที่มีความปลอดภัยสูง เช่น รหัส PIN, OTP, การยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน หรือข้อมูลชีวมิติ (Biometrics)

ทำไม ธปท. ต้องออกเกณฑ์คุมเข้มเงินสด?

เหตุผลสำคัญเนื่องจากการใช้ "เงินสด" มีข้อจำกัดในการติดตามเส้นทางการเงิน ทำให้เสี่ยงต่อการถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงิน หรือเคลื่อนย้ายทรัพย์สินจากการกระทำความผิด เช่น ภัยทุจริตดิจิทัล หรืออาชญากรรมข้ามชาติ ธปท. จึงจำเป็นต้องสร้างมาตรฐานเพื่อให้ระบบสถาบันการเงินมีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย

หมายเหตุ: สำหรับกรณีที่ลูกค้าได้รับผลกระทบ ธปท. กำหนดให้ธนาคารมีกระบวนการดูแลที่รวดเร็วและเป็นธรรม หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่ธุรกรรมที่ผิดปกติ

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.