ยอดผู้ติดเชื้อ “เยื่อหุ้มสมองอักเสบ” หรือ ไข้กาฬหลังแอ่น ในมณฑลเคนต์ พุ่งสูง ! ท่ามกลางการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ขณะที่ทางการเร่งแจกจ่ายวัคซีนและยาปฏิชีวนะให้กลุ่มเสี่ยงกว่าหมื่นราย หลังมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบในมณฑลเคนต์ ประเทศอังกฤษ กำลังเป็นประเด็นที่หน่วยงานสาธารณสุขทั่วประเทศให้ความสำคัญอย่างสูงสุด หลังจากสำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร หรือ “UKHSA” ออกมาเปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า จำนวนผู้ป่วยสะสมที่เกี่ยวข้องกับการระบาดครั้งนี้เพิ่มขึ้นเป็น 34 รายแล้ว
สื่อต่างประเทศยืนยัน ตัวเลขดังกล่าวขยับขึ้นจาก 29 รายเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อมูลที่น่ากังวลคือในจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดนี้ มีกรณีที่ได้รับการยืนยันผลจากห้องปฏิบัติการแล้ว 23 ราย
ส่วนอีก 11 รายยังคงอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนโรคอย่างละเอียดเพื่อระบุชนิดของเชื้อและที่มาของการติดเชื้อที่แน่ชัด การระบาดในระลอกนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากมียอดผู้เสียชีวิตยืนยันแล้ว 2 ศพ ซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนทั้งคู่
รายแรกเป็นนักศึกษาวัย 21 ปี จากมหาวิทยาลัยเคนต์ และอีกรายเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนควีนเอลิซาเบธ แกรมม่า ในเมืองฟาเวอร์แชม ซึ่งทั้ง 2 เสียชีวิตลงอย่างรวดเร็วในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากได้รับเชื้อเยื่อหุ้มสมองอักเสบเข้าสู่ร่างกาย
ภาพบรรยากาศภายในมณฑลเคนต์เต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยเฉพาะในเขตมหาวิทยาลัยที่กลายเป็นจุดศูนย์กลางของการเฝ้าระวังพบว่า มีนักศึกษาและประชาชนจำนวนมากแห่กันไปเข้าคิวเพื่อรอรับวัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจนล้นคลินิก
โดยเฉพาะที่วิทยาเขตของมหาวิทยาลัยเคนต์ซึ่งมีผู้คนมากกว่า 500 คน ไปยืนต่อแถวรอตั้งแต่ช่วงเช้ามืด บางรายมารอคิวตั้งแต่เวลา 05.00 น. เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับวัคซีนก่อนที่โควตาในแต่ละวันจะหมดลง เนื่องจากก่อนหน้านี้มีรายงานว่าความต้องการวัคซีนพุ่งสูงขึ้นจนทำให้ผู้ที่มาทีหลังบางส่วนต้องผิดหวังและถูกปฏิเสธการให้บริการเนื่องจากปริมาณวัคซีนไม่เพียงพอต่อจำนวนคนที่หลั่งไหลมาในคราวเดียว
อย่างไรก็ตาม ทางระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ หรือ “NHS” ประจำเขตเคนต์และเมดเวย์ ให้ข้อมูลยืนยันความคืบหน้าในการควบคุมโรคว่า จนถึงช่วงค่ำของวันเสาร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนไปแล้วทั้งหมด 8,002 โดส และมีการแจกจ่ายยาปฏิชีวนะเพื่อการป้องกันให้กับกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดและกลุ่มเสี่ยงสูงไปแล้วกว่า 12,157 ราย เพื่อสกัดกั้นวงจรการแพร่กระจายของเชื้อในเบื้องต้น
ดร.เบน รัช (Dr. Ben Rush) ที่ปรึกษาด้านการควบคุมโรคติดต่อจาก “UKHSA” ระบุว่า ทางการยังคงระดับการเฝ้าระวังสูงสุดเพื่อตรวจหาผู้ป่วยรายใหม่ที่อาจเกิดขึ้น และมีการทำงานประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศเพื่อให้ระบบการตรวจตรามีประสิทธิภาพสูงสุด
เขายังกล่าวชื่นชมความร่วมมือของกลุ่มคนรุ่นใหม่และนักศึกษาที่ตระหนักถึงอันตรายของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและเดินทางมารับยาปฏิชีวนะรวมถึงวัคซีนด้วยความสมัครใจ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหยุดยั้งการระบาดได้เร็วขึ้น แม้ในภาพรวมความเสี่ยงต่อประชากรในวงกว้างจะยังอยู่ในระดับต่ำ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือทุกคนต้องมีความรู้และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของตนเองและคนรอบข้าง
หากพบสัญญาณเตือนที่เข้าข่ายอาการของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เช่น ไข้สูงกะทันหัน ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็งเกร็ง หรือมีผื่นแดงที่กดแล้วไม่จางหาย ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วนที่สุดเพราะโรคนี้มีความรุนแรงและลุกลามเร็วจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง
ด้าน ดร.อันจัน กอช (Dr. Anjan Ghosh) ผู้อำนวยการด้านสาธารณสุขของสภาท้องถิ่นมณฑลเคนต์ ได้ประเมินสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอีก 4 สัปดาห์ข้างหน้าผ่าน 3 สถานการณ์จำลอง โดยระบุว่าฉากทัศน์ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือ เชื้ออาจมีการแพร่กระจายผ่านบุคคลที่เดินทางออกจากพื้นที่ระบาดไปยังพื้นที่อื่นนอกมณฑลเคนต์ และนำเชื้อไปแพร่สู่สมาชิกภายในครัวเรือนหรือกลุ่มเพื่อนสนิท
ส่วนสถานการณ์อื่นๆ ที่ประเมินไว้คือการที่โรคยังคงถูกจำกัดวงอยู่เฉพาะในเขตพื้นที่เดิม หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุดซึ่งมีความเป็นไปได้น้อยมาก คือ การเกิดกลุ่มก้อนผู้ป่วยรายใหม่ขนาดใหญ่นอกพื้นที่มณฑลเคนต์
นอกจากนี้ยังมีรายงานความเคลื่อนไหวจากวิทยาลัยเซนต์จอห์น ริกบี้ ในเมืองวีแกน ที่พบนักเรียนรายหนึ่งมีอาการต้องสงสัยว่า ติดเชื้อเยื่อหุ้มสมองอักเสบ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นและการติดตามผู้สัมผัสของหน่วยงานสาธารณสุข พบว่ากรณีดังกล่าวไม่มีความเชื่อมโยงกับการระบาดที่กำลังเกิดขึ้นในมณฑลเคนต์แต่อย่างใด
ท่ามกลางวิกฤตนี้ ทางการอังกฤษยังคงเน้นย้ำเรื่องการรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเตรียมพร้อมสำหรับการอัปเดตสถานการณ์รายวัน เพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกันตนเองจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้อย่างทันท่วงทีและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นซ้ำรอยเหตุการณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา.
อ่านข่าวเพิ่มเติม สำรวจประเด็นไข้กาฬหลังแอ่นในไทย