นิด้าโพล เผยสำรวจเสียงสะท้อนประชาชนต่อวิกฤตพลังงาน พบส่วนใหญ่เริ่มตื่นตระหนกและได้รับผลกระทบจริงในชีวิตประจำวัน ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลดิ่งฮวบ หลังประชาชนเกินครึ่งไม่มั่นใจปริมาณน้ำมันสำรองและการจัดหาเชื้อเพลิงเสริมในอนาคต
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยสำรวจความคิดเห็น เรื่อง “น้ำมันขาดแคลน คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ” ระหว่างวันที่ 17-18 มีนาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับวิกฤตการณ์น้ำมันในประเทศ
การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็น จากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
เมื่อสอบถามถึงความตื่นตระหนกเกี่ยวกับวิกฤตการณ์น้ำมันในประเทศ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่มีแนวโน้มวิตกกังวล โดยร้อยละ 31.76 ระบุว่า ค่อนข้างตื่นตระหนก และร้อยละ 17.71 ตื่นตระหนกมาก ขณะที่ร้อยละ 26.64 ระบุว่า ไม่ค่อยตื่นตระหนก และร้อยละ 23.89 ไม่ตื่นตระหนกเลย
สำหรับปัญหาการขาดแคลนน้ำมันที่ต้องเผชิญในชีวิตประจำวันนั้น ผู้ตอบแบบสอบถามเกินครึ่งได้รับผลกระทบ โดยร้อยละ 33.66 ระบุว่า เผชิญกับปัญหาบ้าง และร้อยละ 23.59 เผชิญกับปัญหามาก อย่างไรก็ตาม มีประชาชนร้อยละ 33.90 ที่ระบุว่าไม่เผชิญกับปัญหาเลย และร้อยละ 8.85 ระบุว่าไม่ได้ใช้น้ำมันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
ในประเด็นความมั่นใจต่อรัฐบาลเกี่ยวกับกรณีที่มีข้อมูลระบุว่า “น้ำมันสำรองในประเทศจะเพียงพอใช้ได้ 98 วัน” (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มี.ค. 2569) และความสามารถของรัฐบาลในการหาน้ำมันเพิ่มเติม พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 44.28 ไม่มั่นใจทั้งสองประเด็น คือ ไม่มั่นใจว่าน้ำมันจะพอ 98 วัน และไม่มั่นใจว่ารัฐจะหาเพิ่มได้ รองลงมา ร้อยละ 28.93 มั่นใจว่าน้ำมันสำรองจะพอ 98 วัน และมั่นใจว่ารัฐจะหาเพิ่มได้ ร้อยละ 16.72 ไม่มั่นใจว่าน้ำมันจะพอ 98 วัน แต่มั่นใจว่ารัฐจะหาเพิ่มได้ และร้อยละ 9.54 มั่นใจว่าน้ำมันจะพอ 98 วัน แต่ไม่มั่นใจว่ารัฐจะหาเพิ่มได้
เมื่อสอบถามถึงการวางแผนเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง หากวิกฤตการณ์น้ำมันยังไม่ยุติ พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 57.56 ระบุว่า ไม่มีแผนการเดินทางอยู่แล้ว แต่สำหรับผู้ที่มีแผนเดินทางนั้น พบว่า ร้อยละ 14.80 ตัดสินใจยกเลิกแผนการเดินทางทั้งหมด ส่วนกลุ่มที่ยังคงเดินทาง แบ่งเป็น ร้อยละ 12.06 ดำเนินการตามแผนการเดินทางที่วางไว้ตามปกติ ร้อยละ 9.62 ยังคงเดินทาง แต่จะปรับเปลี่ยนวิธีการเดินทาง ร้อยละ 2.98 ยังคงเดินทาง แต่ปรับทั้งวิธีเดินทางและจุดหมายปลายทาง ร้อยละ 2.75 ยังคงเดินทาง แต่ปรับเปลี่ยนจุดหมายปลายทาง
