เมื่ออินฟลูฯ ผู้ติดตาม เกือบ 7 แสนฯ รีวิวแบบไม่อวย สวนทางต้นเดือนที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังต่อคิวชิมฝีมือ ร้านเจลาโต้ กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ถ้วยละเกือบ 300 บาท คุณภาพจริง หรือแค่ราคาสูงเกินกว่ามูลค่าจริง (Overpriced) ? พาดูทุกมุมถกและตอบข้อสงสัยทุกมิติ
ประเด็นที่ทำเอาโลกออนไลน์แตกเป็น 2 ฝั่งอีกครั้ง เริ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าของบัญชีติ๊กต่อก @imknothungry1น็อตฮังกี้ รีวิวแบบไม่อวย ลงคลิปความยาว 1 นาทีกับอีก 5 วินาที พร้อมแคปชั่น “สตอรี่ยาวมากก แต่ยอมรับว่าเนื้อไอติมมันสุดๆ ขาวเนียนอวบ โคตรจะเริสส #parameter #เจลาโต้ #รีวิวแบบไม่อวย #พารากอน @กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์”
โดยประเด็นของโพสต์ดังกล่าวมาไวรัลและมาคุเอาที่ เจ้าของโพสต์ได้ใส่เสียงบรรยายด้วยสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองที่พร้อมจะรีวิวแบบตรงๆ ซึ่งงานนี้ก็เล่นเอาถึงกับโดนเจ้าของร้านเรียกไปปรับทัศนตคติกันเลยทีเดียว
“ดราม่าไอติม 300 ที่พารากอนก็คือสตอรี่เยอะยาวเหยียดน่าเบื่อ คือจะเป็นให้ได้เจลาโต้ยุคดึกดำบรรพ์ สรุปให้ต้นตำรับมาจากยุคอียิปต์ พัฒนากันมาเรื่อยๆ จนเป็นไอติมโรงงาน แต่เจ้าของเขาก็พยายามแบคทูเบสิค ฟีลเจลาโต้ทำสดไม่ผสมสารอื่น คือถ้าปั่นเสร็จแล้วก็ต้องแดรกเลยเพื่อเทกเจอร์ที่ดีจริงๆ ไอติมนางให้เยอะ 1 ถ้วย 104 กรัม 299 บ.”
“299 คือต้องการให้ได้โมเมนต์นี้ คือความเช้มช้นที่มันต่างกัน” ในคลิปพอจบจากประโยคนี้ กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ได้กล่วกับอินฟลูฯ ว่า อธิบายแค่นี้แหล่ะ ! ส่วนจะรีวิวอย่างไรก็นีวิวต่อ ซึ่งฝั่งผู้ทรงอิทธิพลบนโซเชียลยืนกรานว่า มันแพง!
ถึงตรงนี้ต้องบอกว่า ความเห็นนอกจากแยกกันเป็น 2 ฝั่งแล้ว แต่ละคอมเมนต์ยังพ่วงความวายป่วงไม่น้อย อาทิ มุมที่เข้าใจความลึกซึ้งของกระบวนการผลิตจะพิมพ์คอมมเมนต์ว่า “ตอนแรกก็ไม่ค่อยเข้าเรื่องราคากับปริมาณ แต่พอดูตอนที่คุณซีกับแอมมีไปหา แล้วคุณกฤษอธิบาย พอเข้าใจกับราคาเค้าละ”
“อันนี้มันแพงด้วยตัววัตถุดิบนำเข้าไง เค้า ใช้วัตถุดิบเกรดบนๆ ค่อนไปทางพรีเมี่ยม บวกค่าที่ของพาราก้อน ผมว่ามันแพงแบบ พอจะเข้าใจได้…. แต่ถ้าวัตถุดิบ มันมาจากไทยหาได้ที่ไทย แต่ขายแบบแพงๆ อันนั้นอ่ะมองว่า Overpriced”
ส่วนมุมผู้บริโภคก็ อาทิ “เราคิดว่าคุณเจ้าของไอติมเขาดูตั้งใจ แต่ออกแนวควบคุมความคิด พยายามให้คนกินตามเขา แต่ความเห็นของผู้บริโภคคือคำตอบที่อิสระ ดีไม่ดีวัดผลระยะยาว”
“แล้วแต่ความสบายใจแต่ละคน เรากินที่อิตาลีไม่แพงขนาดนี้นะ ละลายไม่เร็ว”
ตัดภาพมาที่มุมสาระความเป็นกลางซึ่งดูเข้าท่าไม่น้อยในรายละเอียดการวิเคราะห์และอธิบาย โดยเฉพาะประเด็นคาใจ เจลาโต้ ถ้วยละเกือบ 300 บาท คุณภาพจริง หรือแค่ Overpriced? อ้างอิงข้อมูลจากเฟซบุ๊ก @Tyffvathu ที่สรุป “ต้นทุนของความพรีเมียม” ได้อย่างมีชั้นเชิง มุ่งเน้นการให้ความรู้ด้านวัตถุดิบ ในฐานะคนที่หลงใหลในเรื่องอาหารอย่างลึกซึ้ง (Food Nerd) ซึ่งได้ชิมทั้งสองเมนู ที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกัน
เจ้าของโพสต์เริ่มจากอธิบายเจลาโต้แท้ๆ นั้นส่วนประกอบจะมีแค่ นม + วัตถุดิบ ไม่มีสารเสริม ไม่มีส่วนประกอบทดแทนเสริมไม่ปรุงแต่งกลิ่น และ ไม่ใส่สี ทำให้ต้องใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงในปริมาณมาก ส่วนจะทราบได้ยังไงว่าแบบไหนที่เรียกว่าแท้แบบดั้งเดิม? ให้สังเกตที่เนื้อและสี
เนื้อที่ดีจะแน่น เหนียว ไม่ฟู และ เหลว ละลายไวเพราะต้องเสริฟในอุณหภูมิที่อุ่นกว่าไอศครีมทั่วไป เมื่ออยู่ในภาชนะ ลักษณะจะไหล และแบนลง ไม่ฟูพูนตั้งรูปเป็นภูเขาไฟ
ส่วนสี ต้องเป็นสีจริงของวัตถุดิบ ไม่มีการแต่งสีให้ดูสด จึงเห็นว่า ในแทบจะทุกเมนู สีจะอ่อนและหม่นเสมอ ยิ่งในบางร้านที่กล้าเขียนว่า วัตถุดิบของตนเอง มาจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติทั้งหมดไหน ความเข้มข้นที่ใช้กี่ %
ต่อมายังมีการลงลึกถึง “Pistachio di Bronte DOP” คือ หนึ่งในพิสตาชิโอที่แพงที่สุดในโลก และ “Nocciola del Piemonte IGP” เฮเซลนัทสายพันธุ์พิเศษจากแคว้นปิอามอนเต้ (Piemonte) ซึ่งอยู่ในอิตาลีตอนเหนือที่หอมแบบลักชูรี โดยสาระสำคัญที่ต้องยกนิ้วให้เจ้าของโพสต์นี้ คือ การอธิบายถึงคำว่า IGP / DOP คืออะไร ?
สรุปให้กระชับ เจ้าของโพสต์ที่เป็นฟู้ดเิร์ดยืนยันว่า เมื่อได้ทราบต้นทางของวัตถุดิบแล้ว สำหรับเธอมองว่า มัน “สมเหตุสมผล” เหมือนกับหลายๆ ท่าน ที่เลือกดื่มไวน์ “DOP” บางทานเลือกทาน “ชีส DOP” หรือ “เนย AOP” มันคือความชอบ ในวัตถุดิบ และ พื้นที่ปลูกเลยไม่อยากให้ตัดสิน จากราคา ว่า มันแพงเกินไป หรือมัน Overpriced แต่ทุกคนสามารถตัดสินใจได้ว่าจะ เลือกทานหรือไม่ทาน.
อ่านข่าวเพิ่มเติม