“เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” แจงขยับราคาน้ำมันดีเซลขึ้น 90 สตางค์ หากฝืนตรึงราคาต่อจะเกิดการกักตุน ชี้สถานการณ์เปลี่ยน ต้องเป็นไปตามตลาดโลก
วันที่ 24 มี.ค. 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงสถานการณ์น้ำมันในประเทศ ในรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” ดำเนินรายการโดย นายสรยุทธ ทัศนะจินดา โดยช่วงหนึ่งได้ตอบประเด็นที่รัฐบาลสั่งตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน เป็นผลหรือให้ประชาชนแห่ตุนน้ำมันหรือไม่นั้น
นายเอกนิติ กล่าวว่า ตนมองว่าคนยังไม่ได้กักตุนในตอนแรก เพราะถ้าสถานการณ์เหมือนเวเนซุเอลลาราคาน้ำมันขึ้นไม่นานแล้วก็ลงทันที ทุกอย่างก็กลับมาปกติ เมื่อถึงวันที่ 14 น้ำมันตลาดโลกยังสูง ยิงมีการสู้รบกันในตะวันออกกลาง ก็จะต้องออกไปเติมน้ำมันแน่นอน เพราะทุกคนไม่ทราบว่าน้ำมันจะขึ้นหรือไม่และไม่แน่ใจว่ายังคงมีน้ำมันอยู่หรือไม่
เพราะฉะนั้น เราตรึงราคาเพื่อช่วยดูแลประชาชน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับการตรึงราคา หลังจากที่ได้ติดต่อพูดกับรัฐมนตรีในหลายประเทศ ได้บอกว่าหากตรึงราคาจะมีการกักตุนแน่นอน หลายประเทศจึงปล่อยให้เป็นไปตามกลไก และพยายามบริหารจัดการไม่ให้กระทบอย่างรุนแรง
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า วันนี้ถ้าเราไปตรึง เราไม่สามารถฝืนตลาดได้ จึงต้องปรับไปตามกลไกตลาดโลก และใช้กองทุนน้ำมันดูแลประชนไม่ให้ขยับเร็วเกินไป และวันนี้เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าคือวิกฤตของโลก วิกฤตพลังงานที่หนักมาก ต้องปรับตัวทุกภาคส่วน และต้องช่วยชะลอผลกระทบกับประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
นายเอกนิติ กล่าวถึงประเด็นที่ปล่อยให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 90 สตางค์ ว่า ต้องพูดตรงๆ ว่า ถ้าเราตรึงไว้ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือคนจะไม่มีน้ำมันอีก ก็จะแก้ไม่จบ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าคือวิกฤตโลก เราต้องบริหารจัดการไม่ให้ผลกระทบรุนแรง เราต้องบอกความจริงกับประชาชน เพราะจากสถานการณ์ในตะวันออกลาง กระทบทั้งน้ำมัน แก๊สธรรมชาติ และโครงสร้างพื้นฐาน
ต่อด้วยข้อคำถามที่ว่า ถือเป็นการตระบัดสัตย์หรือไม่ หลังจากที่มีเคยบอกว่าจะตรึงราคาเพดานสูงสุด 33 บาท นายเอกนิติ กล่าวว่า เป็นเพราะสถานการณ์เปลี่ยน เราต้องยอมรับความเป็นจริงของโลก และจะต้องเทียบดูกับราคาน้ำมันของมาเลเซียและตลาดโลกไปพร้อมกัน
ข่าวล่าสุด