ชาวบ้านพิจิตร-เพชรบูรณ์เฮ ชนะคดี หลังศาลแพ่ง สั่งบริษัทจ่ายค่าชดเชยให้ชาวบ้านเกือบ 400 ชีวิต ที่ได้รับผลกระทบมีโลหะหนักในร่างกายจากการทำเหมืองทอง สูงสุดรายละ 2 แสนบาท
เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2569 ที่ศาลแพ่ง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ สว2 /2559 ที่ น.ส.สื่อกัญญา ธีระชาติดำรง กับพวกรวม 4 คน ตัวแทนชาวบ้าน จ.พิจิตร และ จ.เพชรบูรณ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องแบบกลุ่มต่อ บมจ.อัครา รีซอร์สเซส ผู้ประกอบการเหมืองทองคำชาตรี เป็นจำเลย
เรื่องละเมิด ขอค่าเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพอนามัย ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างอื่น กรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัทมานาน 20 ปี โดยวันนี้มีกลุ่มชาวบ้านประมาณ 50 คน เดินทางมาฟังคำพิพากษา
โดยตัวแทนชาวบ้าน ยื่นฟ้องว่า จากการประกอบกิจการเหมืองแร่ของบริษัท ก่อให้เกิดการแพร่กระจายของฝุ่นละอองโลหะหนักที่มีพิษออกสู่ภายนอกเหมือง โดยการพัดปลิวไปตามกระแสลมเกิดเสียงสั่นสะเทือนจากการระเบิดหิน เกิดการรั่วไหลของสารพิษไซยาไนด์ ที่ถูกกักเก็บไว้ในบ่อกักเก็บกากแร่ เกิดการแพร่กระจายของสารโลหะหนักอื่น ๆ เช่นสารหนู, แมงกานีส, เหล็ก เป็นต้น
โดยสารได้แพร่กระจายเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน และสมาชิกกลุ่มที่อาศัยบริเวณโดยรอบลำคลองและอ่างเก็บน้ำ ชาวบ้านและสมาชิกกลุ่มนำน้ำจากลำคลองมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร จะส่งผลให้เกิดการสะสมของสารพิษในผลผลิตทางการเกษตร
เช่น เมล็ดข้าว ข้าวโพด เป็นต้น ตลอดจนการบริโภคข้าวและอาหารจากแหล่งน้ำดังกล่าวมีสารไซยาไนด์ สารหนู และแมงกานีสเจือปน เป็นเหตุให้ชาวบ้านและสมาชิกกลุ่มเจ็บป่วย ได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพอนามัย และจิตใจ

จึงขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แก่โจทก์และสมาชิกกลุ่ม เป็นค่ารักษาพยาบาลการเจ็บป่วยมีสารพิษในร่างกาย ค่าเสื่อมสุขภาพอนามัยด้านร่างกาย ค่าเสื่อมสุขภาพอนามัยด้านจิตใจ ค่าใช้จ่ายเพื่อดำรงชีพ และค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
ซึ่งภายหลังศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า มีการรั่วไหลของโลหะหนักจากบ่อเก็บกักกากแร่ที่ 1 จากทางทิศใต้ออกไปสู่ที่ราบ ผ่านไปตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้พบโลหะหนักอยู่ในตามลำคลอง และทำให้ประชาชนมีสารโลหะหนักในร่างกาย และได้รับผลกระทบจากฝุ่นที่เกิดจากการระเบิดเหมืองแร่ และได้รับผลกระทบจากการเสียงในการทำเหมืองแร่ของจำเลย

จึงกำหนดให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้ง 4 และสมาชิกกลุ่มจำนวน 382 ราย พิพากษาให้จำเลยชดใช้ ค่าเสื่อมสุขภาพอนามัย สำหรับประชาชนที่มีอายุ 15 ปีลงมาให้รายละ 200,000 บาท อายุมากกว่า 15 ปีรายละ 100,000 บาท อายุ 15 ปีลงมา แต่มีค่าโลหะหนักในร่างกายไม่เกินเกณฑ์รายละ 100,000 บาท อายุมากกว่า 15 ปี มีค่าโลหะหนักในร่างกายไม่เกินเกณฑ์ รายละ 50,000 บาท
ค่าเสื่อมสภาพจิตใจได้รับความหวาดกลัววิตกกังวล สำหรับผู้ที่มีสารโลหะหนักเกินเกณฑ์ได้รับการชดใช้รายละ 20,000 บาท ส่วนที่ไม่เกินเกณฑ์ให้ได้รับรายละ 10,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลรายละ 5,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำดื่มและอาหารเมื่อไม่สามารถอุปโภคบริโภคจากแหล่งน้ำธรรมชาติได้ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนในการดำรงชีวิต ให้ชดใช้รายละ 5,000 บาท ค่าขาดประโยชน์ในการใช้แหล่งน้ำและวิถีชีวิตถูกทำลายให้ชดใช้รายละ 5,000 บาท

นอกจากนี้กำหนดให้จำเลยฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองสาธารณะโดยรอบให้ปราศจากสารปนเปื้อน ให้รับผิดชอบทั้งหมดในการบำบัดดินและน้ำ คลองสาธารณะ และอ่างเก็บน้ำให้ปราศจากการปนเปื้อนกลบหลุมเหมืองเก็บกักกากแร่ที่ 1 กลบดินทั้งหมด โดยให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องโดยให้คำนึงถึงความปลอดภัย ส่วนคำขออื่นให้ยก