พิพัฒน์ เผยรบ.ทุ่มน้ำมันสำรองเข้าตลาด ผู้ค้า-โรงกลั่นร่วมมือเต็มที่
GH News March 24, 2026 06:03 PM

“พิพัฒน์”ลั่นแก้ปมน้ำมัน สัปดาห์นี้ทุกปั๊มมีให้เติมไม่ขาด พิษสงครามจ่อขึ้นค่าไฟ 7 สต.

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผู้บริหารและตัวแทนจากบริษัทน้ำมัน อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีกจำกัด (มหาชน)บริษัทพีทีจี เอ็นเนอร์ยีจำกัด(มหาชน) บริษัท ซัสโก้ จำกัด(มหาชน) บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

จากนั้น นายพิพัฒน์ แถลงผลประชุม ศบก.ว่า ที่ประชุมได้หารือกับผู้ค้าตามมาตรา 7 หรือผู้ค้ารายใหญ่ ทุกบริษัท ถึงกรณีที่มีภาพข่าวที่เห็นกันในแต่ละวันที่อาจมีความโกลาหลและความตื่นตระหนก จากการที่สถานีบริการไม่มีน้ำมันจ่ายให้เมื่อเข้าไปเติม ขอแจ้งให้คนไทย ทราบว่าแต่ละวันโรงกลั่นและผู้ค้าตามมาตรา 7 นำน้ำมันอัดฉีดเข้าสู่สถานีบริการต่างๆ เกือบ 10,000 สถานี จากอดีตวันละประมาณ 67 ล้านลิตร ขณะที่ช่วงระยะนี้ค่าเฉลี่ยความต้องการใช้น้ำมันประมาณ 82- 84 ล้านลิตรต่อวัน ยังไม่เพียงพอกับผู้ใช้ในประเทศ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ นายกฯได้ลงนามคำสั่งนายกฯที่4/2569 เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา ให้งดเก็บน้ำมันสำรองของผู้ค้าตามมาตรา 7 และโรงกลั่น ในวันที่ 31 มีนาคมเพิ่มขึ้น .5% และวันที่ 30 เมษายนเพิ่มขึ้นอีก 1.5% รวมจะมีน้ำมันสำรองประมาณ 3% และให้คงมีน้ำมันสำรองไว้ที่ 1% เหมือนเดิมจากก่อนหน้าที่จะเกิดสงคราม

นอกจากนั้นที่ประชุมได้หารือว่าจะทำอย่างไรที่จะให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 และโรงกลั่นปล่อยน้ำมัน โดยเอาน้ำมันสำรองทุ่มเข้าสู่ตลาดให้พอกับความต้องการของผู้ใช้ทั้งหมด ตามที่นายกฯสั่งการว่าภายในสัปดาห์นี้จะได้เห็นว่าไม่มีสถานีบริการใดที่บอกว่าไม่มีน้ำมันขาย ซึ่งผู้ค้าตามมาตรา 7 ทุกบริษัทรับทราบพร้อมให้ความร่วมมือและพยายามปฏิบัติตามที่นายกฯมีข้อสั่งการ ขณะที่โรงกลั่น จะจัดการการกลั่นให้ได้ 100 % เพื่อบรรเทาและผ่อนคลายให้ผู้ใช้มีน้ำมันเพียงพอ

ด้าน นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวถึงแนวโน้มค่าไฟงวดใหม่เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 ว่า ความเห็นส่วนตัวคาดว่าค่าไฟงวดใหม่จะอยู่ที่หน่วยละ 3.95 บาท สูงกว่าค่าไฟฟ้างวดปัจจุบัน (มกราคม-เมษายน2569) อยู่ที่หน่วยละ 3.88บาท หรือเพิ่มขึ้นอยู่ 7สตางค์ เพราะได้รับผลกระทบสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ผันผวนโดยราคาแอลเอ็นจี ตลาดจร (สปอต) อยู่ที่ 25 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู

นายวรวิทย์ กล่าวว่า ค่าไฟฟ้าควรสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง แต่หากภาคนโยบายจะตรึงค่าไฟฟ้างวดใหม่ ต้องส่งสัญญาณให้ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมรวมถึงประชาชนได้รับรู้ข้อเท็จจริงเพี่อส่งสัญญาณถึงการประหยัดพลังงานในช่วงที่ประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางและได้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ เพราะสิ่งที่กังวลต่อไปคือ ค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569 หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ ราคาแอลเอ็นจีปรับขึ้นเนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาว เราจะไม่มีเครื่องมือช่วยพยุงค่าไฟฟ้า และกฟผ.ยังต้องแบกรับภาระหนี้คงค้างและดอกเบี้ยจ่ายอยู่ ถ้าอัตราค่าไฟฟ้าปรับขึ้นทะลุ 4บาทต่อหน่วยแต่ภาคธุรกิจทำสัญญาซื้อขายสินค้าโดยประเมินค่าไฟฟ้าในอัตราต่ำจะได้รับผลกระทบ

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.