ยังได้อีก! รองผู้ว่าฯ ชี้เป้าเขตบางกะปิ เพิ่มสวน 15 นาที พร้อมจัดพิกัดหลบร้อน – สั่งออกตรวจ เก็บภาษี ‘ที่รกร้าง’
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม เวลา 12.45 น. ที่เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตบางกะปิ
พัฒนาสวน 15 นาที สวนหย่อมวัดพระไกรสีห์ (น้อย) ซอยรามคำแหง 23 ซึ่งเขตฯ ร่วมกับวัดพระไกรสีห์ (น้อย) พัฒนาพื้นที่ว่างภายในวัด บริเวณด้านข้างและด้านหลังโบสถ์ จัดทำเป็นสวน 15 นาที ปูแผ่นอิฐทางเดิน ตั้งวางม้านั่ง ปลูกไม้พุ่มไม้ประดับ รวมถึงตัดแต่งกิ่งไม้ใหญ่ อนุรักษ์ไม้ยืนต้นที่ขึ้นอยู่เดิมภายในสวน
ในโอกาสนี้ นายจักกพันธุ์ และคณะผู้บริหารเขตฯ ร่วมกันปลูกต้นพะยอม ต้นพะยูง ต้นตะเคียน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความร่มรื่นและสวยงามภายในสวนดังกล่าว ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที (สวนเดิม) จำนวน 6 แห่ง ได้แก่
1.สวนสาธารณะสวนพฤกษชาติคลองจั่น พื้นที่ 34 ไร่ 2.สวนหย่อมพระราม 9 (แยกรามคำแหง) พื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน 70 ตารางวา 3.สวนหย่อมศรีบูรพา (แปลงปันสุข) พื้นที่ 1 ไร่ 1 งาน 14 ตารางวา 4.สวนหย่อมริมคลองแสนแสบ พื้นที่ 1 งาน 42 ตารางวา 5.ลานบางกะปิภิรมย์ พื้นที่ 1 ไร่ 21 ตารางวา 6.สวนปิยะภิรมย์ พื้นที่ 12 ไร่ (อยู่ในความดูแลของสำนักสิ่งแวดล้อม)

สวน 15 นาที (สวนใหม่) จำนวน 11 แห่ง ได้แก่ 1.สวนป่า (วงในทางต่างระดับถนนศรีนครินทร์-ถนนกรุงเทพกรีฑา) พื้นที่ 7 ไร่ 2.สวนหย่อมแปลงสามเหลี่ยม (หน้าร้านสินธร สเต็กเฮ้าส์) พื้นที่ 3 งาน 98 ตารางวา 3.สวนหย่อมโพธิ์แก้ว พื้นที่ 1 งาน 95 ตารางวา 4.สวนศรีบูรพาภิรมย์ พื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน 25 ตารางวา 5.สวนหย่อมหมู่บ้านสินธร พื้นที่ 1 ไร่ 7 ตารางวา 6.สวนริมทาง@บางกะปิ ท้ายซอยกรุงเทพกรีฑา 9 พื้นที่ 2 งาน 50 ตารางวา 7.จุดเช็คอินริมคลองแสนแสบ พื้นที่ 1 งาน 42 ตารางวา 8.สวนบางกะปิเสรีภิรมย์ ถนนเสรีไทย (สวนหย่อมแฟลตการเคหะที่ 30 คลองจั่น) พื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน 25 ตารางวา 9.สวนหย่อมแยกลำสาลี พื้นที่ 78 ตารางวา 10.สวนหย่อมวัดพระไกรสีห์ (น้อย) พื้นที่ 3 งาน 60 ตารางวา 11.สวนหย่อมริมคลองแสนแสบ พระราม 9 พื้นที่ 3 งาน 42 ตารางวา อยู่ระหว่างดำเนินการ

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดทำสวน 15 นาทีให้ครบทั้ง 10 แห่ง ซึ่งเขตฯ ยังมีพื้นที่ว่างสามารถจัดทำสวน 15 นาทีเพิ่มเติมได้อีก โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้พื้นที่ การออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในสวนให้ตรงกับความต้องการของชุมชน คำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับและเป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง รวมถึงบำรุงรักษาสวนที่จัดทำเสร็จแล้ว ให้มีความสวยงามร่มรื่นอยู่เสมอ

ตรวจเยี่ยมจุดหลบร้อน บริเวณลานบางกะปิภิรมย์ ตรงข้ามสำนักงานเขตบางกะปิ ซึ่งเขตฯ ได้จัดทำจุดหลบร้อน ภายในสวนสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการนั่งพักผ่อนคลายร้อนใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพจากอากาศร้อน โดยจัดเตรียมน้ำดื่ม ยาและเวชภัณฑ์เบื้องต้น
นอกจากนี้ เขตฯ ยังมีห้องหลบร้อน บริเวณห้องฝ่ายทะเบียน ชั้น 1 สำนักงานเขตบางกะปิ ศูนย์นันทนาการบางกะปิ ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้บางกะปิ ศูนย์บริการสาธารณสุข 35 หัวหมาก และจุดหลบร้อน บริเวณสวนสาธารณะในพื้นที่ เพื่อช่วยลดผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว เด็ก และสตรีมีครรภ์

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้เตรียมรับมือกับปัญหาสภาพอากาศร้อนจัดที่กำลังจะมาถึงในช่วงฤดูร้อน พ.ศ. 2569 ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา โดยจัดเตรียมห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center) และจุดหลบร้อน (BKK Cooling Spot) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 305 แห่ง ได้แก่ โรงเรียน 100 แห่ง (เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 69 เป็นต้นไป) โรงเรียนฝึกอาชีพ กทม. 10 แห่ง ศูนย์บริการสาธารณสุข 68 แห่ง ศูนย์บริการในสังกัดสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว 76 แห่ง สำนักงานเขต 50 แห่ง ชุมชน 1 แห่ง โดยจะทยอยเปิดเพิ่มเติมในสถานที่มีความเหมาะสมต่อไป ซึ่งภายในห้องหลบร้อนจะมีเครื่องปรับอากาศ มุมพักผ่อน บริการน้ำดื่ม รวมถึงยาเวชภัณฑ์และชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น
นอกจากนี้ ยังมีจุดหลบร้อน จำนวน 178 แห่ง ได้แก่ สวนสาธารณะ 48 แห่ง สวน 15 นาที 130 แห่ง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงและผู้ที่มาออกกำลังกายได้พักผ่อนคลายร้อน อีกทั้งยังมีจุดบริการน้ำดื่มสะอาดฟรี 2,806 จุด ทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำหรับวันและเวลาเปิดให้บริการห้องหลบร้อน อาจแตกต่างกันในแต่ละสถานที่ ประชาชนสามารถตรวจสอบพื้นที่ในการเข้าใช้บริการได้ที่ https://greener.bangkok.go.th/heat-escape-room/#info โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อลงทะเบียนก่อนเข้าใช้บริการ
เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ บริษัท น้อมจิตต์ อินคอร์เปอเรชั่น จำกัด ถนนลาดพร้าว ซึ่งเป็นร้าน

อาหารและศูนย์อาหาร พื้นที่ 21,000 ตารางเมตร ผู้มาใช้บริการ 3,000-5,000 คน/วัน เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ ตั้งแต่ปี 2567 วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้
1.ขยะอินทรีย์ คัดแยกเศษอาหาร ส่งเกษตรกรนำไปทำอาหารสัตว์ เศษผักและเศษผลไม้นำมาทำปุ๋ยอินทรีย์ ใช้ในกิจกรรมของทางบริษัท เพื่อปรับปรุงดินปลูกผัก และบำรุงไม้ดอกไม้ประดับในพื้นที่
2.ขยะรีไซเคิล คัดแยกขยะรีไซเคิล เช่น กล่องลังกระดาษน้ำตาล ขวดน้ำ แกลลอน พลาสติกฟิล์มยืด ขวดแก้ว อลูมิเนียม กระป๋องเหล็ก สังกะสี เพื่อจำหน่ายให้กับบริษัทวงษ์พาณิชย์ (waste buy delivery)
3.ขยะทั่วไป คัดแยกขยะทั่วไป เขตฯ จัดเก็บ 4.ขยะอันตราย คัดแยกขยะอันตราย เขตฯ จัดเก็บไปกำจัดเดือนละ 1 ครั้ง สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 1,016 กิโลกรัม/วัน หลังคัดแยก 762 กิโลกรัม/วัน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 50 กิโลกรัม/วัน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 200 กิโลกรัม/วัน ขยะอันตรายหลังคัดแยก 120 กิโลกรัม/เดือน
ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่างๆ เพื่อให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอพพฯ BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน
ตรวจสอบพื้นที่รกร้างและการลักลอบทิ้งขยะ บริเวณซอยกรุงเทพกรีฑา 8 แยก 6 ซึ่งเขตฯ ได้ออกหนังสือแจ้งเจ้าของที่ดิน ให้ดำเนินการล้อมรั้วโดยรอบให้มิดชิด จัดเก็บขยะออกจากพื้นที่ จัดทำรั้วปิดกั้นด้านหน้าป้องกันไม่ให้ลักลอบเข้าไปในพื้นที่ ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ห้ามทิ้งขยะ
โดยเขตฯ ได้ดำเนินการตามข้อกฎหมาย ดังนี้
1.พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535
2.ประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินที่ถูกทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์หรือปล่อยให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่าให้ตกเป็นของรัฐ พ.ศ. 2522
3.พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ประกอบพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2564

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ สำรวจการใช้ประโยชน์จากที่ดิน หากไม่มีการใช้ประโยชน์หรือปล่อยทิ้งไว้เป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ให้พิจารณาจัดเก็บภาษีตามอัตราที่กำหนด รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจออกตรวจพื้นที่เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการลักลอบนำเศษวัสดุจากสิ่งปลูกสร้างหรือขยะชิ้นใหญ่มาทิ้งในพื้นที่ดังกล่าว
พร้อมกันนี้ได้สอบถามถึงการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้า 1 จุด บริเวณซอยนวมินทร์ 10-14 รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 205 ราย แบ่งเป็นซอยนวมินทร์ 10 ผู้ค้า 45 ราย และซอยนวมินทร์ 14 ฝั่งสวนพฤกษชาติคลองจั่น ผู้ค้า 82 ราย ฝั่งอาคาร ผู้ค้า 78 ราย ทำการค้าในวันเสาร์และวันอาทิตย์
ขณะนี้เขตฯ อยู่ระหว่างพิจารณาหาแนวทางจัดระเบียบให้เป็นพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผัน ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนดพื้นที่ทำการค้าปี 67 ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ได้ยกเลิกพื้นที่ทำการค้า จำนวน 5 จุด ได้แก่ 1.ถนนแฮปปี้แลนด์ สาย 2 ผู้ค้า 41 ราย 2.แยกลำสาลี ถนนศรีนครินทร์ขาออก ผู้ค้า 12 ราย 3.ซอยลาดพร้าว 109 ผู้ค้า 12 ราย 4.ซอยรามคำแหง 52/2 ผู้ค้า 11 ราย 5.ซอยรามคำแหง 64/2 ผู้ค้า 12 ราย ต่อมาปี 2568 เขตฯ ยกเลิกพื้นที่ทำการค้า จำนวน 9 จุด ได้แก่ 1.ซอยลาดพร้าว 101 ผู้ค้า 66 ราย 2.ซอยลาดพร้าว 107 ผู้ค้า 42 ราย 3.ซอยลาดพร้าว 121 ผู้ค้า 22 ราย 4.ซอยโยธินพัฒนา ผู้ค้า 29 ราย 5.ซอยรามคำแหง 34-36 ผู้ค้า 13 ราย 6.ซอยหัวหมาก 9-39 ผู้ค้า 32 ราย 7.ซอยหัวหมาก 10-34 ผู้ค้า 35 ราย 8.ซอยนวมินทร์ 8-10 ผู้ค้า 67 ราย 9.ซอยรามคำแหง 53-65 ผู้ค้า 35 ราย ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ ดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบไม่ให้ผู้ค้ากลับมาตั้งวางแผงค้าในจุดที่ยกเลิกไปแล้ว เพื่อความสะอาดและเป็นระเบียบในพื้นที่
ในการนี้ คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตบางกะปิ ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล








