'กิ่งก้านแห่งยุคสมัย' ถักทอสืบสาน รักษา ต่อยอด
GH News March 25, 2026 05:11 PM

จากผลงานศิลปะ 469 ชิ้นจากศิลปินทั่วประเทศที่ส่งเข้าแข่งขัน”ศิลปกรรมช้างเผือก”  คณะกรรมการพิจารณาตัดสินอย่างเข้มข้น เพราะเป็นเวทีประกวดใหญ่ระดับชาติที่สร้างโอกาสในการแสดงศักยภาพของศิลปินไทย และเดินหน้าผลักดันศิลปินรุ่นใหม่ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในวงการศิลปกรรมของไทย ซึ่งผลงานชื่อ “กิ่งก้านแห่งยุคสมัย”  โดย ธีรพล สีสังข์ ถักทอด้วยเส้นทองแดงและโลหะเกิดเป็นรูปทรงของต้นไม้ใหญ่แผ่ร่มเงางดงาม พิชิตรางวัลช้างเผือก ครั้งที่ 15 ภายใต้โจทย์ที่ลึกซึ้ง “สืบสาน รักษา ต่อยอด”   สนับสนุนโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

สำหรับคณะกรรมการ 9 คน  ประกอบด้วยนายฐาปน สิริวัฒนภักดี ศ.ดร.อภินันท์  โปษยานนท์ ศ.เกียรติคุณพิษณุ ศุภนิมิตร ศ.เกียรติคุณถาวร โกอุดมวิทย์ ศ.ญาณวิทย์ กุญแจทอง ศ.ทินกร กาษรสุวรรณ นายนิติกร กรัยวิเชียร นางวรรณพร พรประภา และนางสาว มนุรดา พรชนะรักษ์ ร่วมพิจารณาคัดเลือกผลงานรางวัลช้างเผือก รวมถึงรางวัลอื่นรวม 21 รางวัล ทั้งนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัลและผลงานที่ผ่านการคัดเลือกอีก 29 ผลงาน จะนำมาจัดแสดงในนิทรรศการ เพื่อโชว์ศักยภาพของศิลปินไทย

ผลงานที่ได้รับรางวัลช้างเผือก ได้แก่ “กิ่งก้านแห่งยุคสมัย” โดย ธีรพล สีสังข์ รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “ดอยอ่างขาง” โดย บุญมี แสงขำ รับเงินรางวัล 500,000 บาท รางวัลคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี  ได้แก่ “Made in Thailand” โดย เญอรินดา แก้วสุวรรณ รับเงินรางวัล 400,000 บาท รางวัล CEO AWARD ได้แก่ “ชีวิตใหม่ 2568 / New Life 2025” โดย ระพีพัฒน์ ผลรัตนไพบูลย์ รับเงินรางวัล 250,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีรางวัลรองชนะเลิศ 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท ประกอบด้วย ชยสิทธิ์ ออไอศูรย์ ธีรพล โพธิ์เปี้ยศรี นารา วิบูลย์สันติพงศ์ สุวิวัฒณ์ หวานอารมย์ อภิชา วรรณกสิณ และรางวัลชมเชย 12 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท รวมเงินรางวัล 4,350,000 บาท นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯ มาทรงเป็นองค์ประธานเปิดนิทรรศการศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 15  และพระราชทานรางวัลในวันที่ 22 เม.ย. 2569

นายนิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ไทยเบฟ กรรมการตัดสิน กล่าวว่า การประกวดศิลปกรรมช้างเผือกเกิดจากความตั้งใจของบริษัท ไทยเบฟฯ เพื่อเฟ้นหาศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่มีความสามารถโดดเด่นในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบเหมือนจริง (Realistic) และศิลปะรูปลักษณ์ (Figurative Art) แต่ละปีมีศิลปินจากทั่วประเทศส่งผลงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ศิลปินได้แสดงศักยภาพ และถ่ายทอดแนวคิดผ่านผลงานของตน การประกวดปีนี้นับเป็นครั้งที่ 15 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผลงานสะท้อนความหลากหลายของมุมมองและรากวัฒนธรรมจากทั่วประเทศ เวทีนี้ไม่เพียงเปิดพื้นที่ให้ศิลปินได้แสดงศักยภาพทางศิลปะ แต่ยังเป็นกลไกสร้างโอกาสและพัฒนาศิลปินรุ่นใหม่ใช้ศิลปะเป็นพลังสร้างคุณค่าทางสังคม เชื่อมโยงชุมชน วัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ร่วมกันสืบสาน รักษา และต่อยอดคุณค่าที่ดีงามอย่างยั่งยืน

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ กรรมการตัดสิน กล่าวว่า การประกวดสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของศิลปินไทยที่เริ่มฝึกฝนและพัฒนาฝีมือตั้งแต่ยังศึกษาอยู่ หนึ่งในผลงานที่โดดเด่น ธีรพล สีสังข์ ศิลปินจากจังหวัดเพชรบูรณ์ สร้างงานด้วยการถักทอเส้นทองแดงและโลหะ พัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง ปีนี้ก้าวสู่การเป็นศิลปินมืออาชีพ เชื่อว่าศิลปินไทยสามารถยืนหยัดบนเวทีนานาชาติได้อย่างภาคภูมิใจ อยากเชิญชวนผู้ที่สนใจโดยเฉพาะเยาวชนให้ติดตามผลงาน และมาชมการจัดแสดง เรียนรู้พัฒนาการของศิลปิน จะเป็นประโยชน์และแรงบันดาลใจสำหรับการประกวดครั้งต่อไป

ศ.เกียรติคุณ ถาวร โกอุดมวิทย์  กล่าวว่า โครงการนี้เป็นเวทีสำคัญในการสร้างและผลักดันศิลปินที่มีศักยภาพสู่สังคมศิลปะในวงกว้าง ในปีนี้ยังมีความร่วมมือกับมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ เพื่อนำผลงานไปเชื่อมโยงกับเวทีศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติ เปิดพื้นที่ให้ทั้งงานที่เน้นแนวคิดสร้างสรรค์ และงานที่เน้นทักษะได้อยู่ร่วมกันอย่างน่าสนใจ ช่วยขยายโอกาสให้ศิลปินไทยก้าวสู่เวทีศิลปะระดับโลกมากยิ่งขึ้น

ส่วน ศ.ญาณวิทย์ กุญแจทอง กล่าวว่า จากโจทย์สืบสาน รักษา ต่อยอด ทำให้ศิลปินต้องออกจากกรอบเดิม ค้นพบมุมมองใหม่ และไม่หยุดอยู่กับรูปแบบหรือความคิดเดิมของตนเอง ศิลปินจากต่างจังหวัดมักนำประสบการณ์ตรง วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่นมาเป็นแรงบันดาลใจ สะท้อนออกมาเป็นรูปทรงและเนื้อหาที่มีรากฐานชัดเจน ขณะที่ศิลปินในเมืองมีการผสมผสานสื่อมีเดีย หรือแนวคิดร่วมสมัยเข้ามามากขึ้น ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เวทีนี้เป็นพื้นที่สำคัญช่วยให้ศิลปินได้พัฒนาฝีมือและความคิดอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ ทดลอง และต่อยอดผลงาน เป็นกระบวนการสำคัญในการเติบโตสู่การเป็นศิลปินมืออาชีพในระยะยาว

 สนใจชมข้าพเจ้านำเรื่องราวความประทับใจในกิจกรรมการลงแขกเกี่ยวข้าวของสังคมชนบทอีสานของตนเอง มาเป็นแรงบันดาลใจ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์วิถี สร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยผ่านเทคนิคกระบวนการเย็บปักเส้นด้าย ร้องเรียงเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์ ผสานพลังความสามัคคี ก่อเกิดความสุขของการร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ภายใต้การใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สามารถปรับประยุกต์วิถีชีวิตให้เข้ากับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างกลมกลืน โดยยึดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ตรัสถึง “ความพอเพียงสร้างได้ก็ต่อเมื่อคนในชุมชนช่วยเหลือเกื้อกูลกัน” เป็นประโยคที่จุดประกายความคิดให้ข้าพเจ้าเล็งเห็นถึงการมีส่วนร่วมจากส่วนรวม เพื่อสร้างสรรค์และสานสัมพันธ์ชุมชนไทยให้ยั่งยืนสืบไปนิทรรศการศิลปกรรมช้างเผือก จัดแสดง ณ ชั้น 9  หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค. – 17 พ.ค. 2569  นอกจากนี้ ผลงานบางส่วนนำไปจัดแสดงให้ชมอีกครั้งในงาน SX2026 ระหว่างวันที่ 6-15 พ.ย. 2569

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.