เที่ยวเชียงคำ ชุมชนไทลื้อเมืองมาง เมืองหย่วน
GH News March 28, 2026 03:10 PM

บางครั้ง จุดหมายปลายทางที่น่าค้นหาที่สุด อาจไม่ใช่เมืองใหญ่หรือแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม หากแต่เป็นเมืองเล็กๆ ที่ยังคงรักษาตัวตนเอาไว้ได้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับ เชียงคำ อำเภอหนึ่งในจังหวัดพะเยา ที่แม้จะดูเงียบสงบและเรียบง่าย แต่กลับซ่อนเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิตและดำเนินอยู่ในทุกๆวัน

ที่อำเภอเชียงคำอาจไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวกระแสหลัก ไม่มีแหล่งเช็กอินหวือหวา แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่น่าหยุดแวะคือการได้สัมผัสกลิ่นอายของวัฒนธรรม “ไทลื้อ” ที่ยังคงมีชีวิตอยู่จริง โดยเฉพาะในชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างบ้านเมืองมางและเมืองหย่วน ซึ่งยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น

พระประธานศิลปะเชียงแสนอันงดงาม

ไทลื้อ คือกลุ่มชาติพันธุ์ตระกูลไทที่มีถิ่นฐานเดิมอยู่ในเขตสิบสองปันนา ทางตอนใต้ของมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ก่อนจะอพยพเข้ามาสู่ดินแดนภาคเหนือของไทยด้วยเหตุปัจจัยที่แตกต่างกัน ทั้งจากการถูกกวาดต้อน การค้าขาย การแสวงหาที่ทำกิน ไปจนถึงการหลบหนีภัยสงคราม ปัจจุบันชาวไทลื้อในเชียงคำจึงประกอบด้วยหลายกลุ่มย่อย เช่น ลื้อเมืองหย่วน ลื้อเมืองมาง ลื้อเมืองพง และลื้อเมืองบาน ซึ่งล้วนมีร่องรอยทางวัฒนธรรมที่หลากหลายผสมผสานกันอย่างน่าสนใจ

แม้เวลาจะเปลี่ยนผ่านไป แต่ผู้คนที่นี่ยังคงใช้ภาษาท้องถิ่น สวมใส่ผ้าพื้นเมืองในชีวิตประจำวัน และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายท่ามกลางบ้านเรือนไม้และวัดวาอารามเก่าแก่ที่บอกเล่าเรื่องราวของอดีต จึงเป็นเหตุผลให้กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) คัดเลือกให้ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทลื้อเมืองมาง เมืองหย่วน เป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชน ยลวิถี ประจำปี 2568

บรรยากาศยามเย็นของของกาดขาวไทลื้อ ด้านหลังคือเฮินลื้อไตมาง

ประสพ เรียงเงิน ปลัด วธ.  กล่าวว่า ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทลื้อเมืองมาง เมืองหย่วน โดดเด่นทั้งด้านอาหารพื้นบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมและงานหัตถกรรม โดยเฉพาะ ผ้าทอไทลื้อเป็นอัตลักษณ์สำคัญของอำเภอเชียงคำ สามารถต่อยอดจากผืนผ้าสู่ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมร่วมสมัย สร้างอาชีพ  สร้างรายได้ และกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่ควบคู่กับการรักษาวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ยั่งยืน

ด้านในบ้านถูกออกแบบให้โล่งกว้าง ไม่มีหน้าต่างบานใหญ่

ยามเย็นที่วัดแสนเมืองมา(วัดมาง) หนึ่งในวัดเก่าแก่ในอำเภอเชียงคำ วัดเก่าแก่ที่ชาวไทลื้อเคารพและศรัทธา บริเวณลานวัดผู้หญิงผู้ชายทั้งวัยรุ่น วัยกลางคน  ผู้เฒ่าผู้แก่ ได้สวมใส่ชุดไทลื้อ มาร่วมงานพิธีเปิดชุมชนยลวิถีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการสวมใส่ชุดนี้ยังคงพบได้ในพิธีกรรมสำคัญทางศาสนาหรืองานใหญ่ๆ

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักแบบเป็นกันเอง บูธเล็กๆ ของชาวไทลื้อเรียงรายนำทั้งอาหารพื้นถิ่นและงานหัตถกรรมมาจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้เดินชิม เดินช้อปกันอย่างเพลินตาเพลินใจ เราเองก็ไม่พลาดที่จะลองลิ้มรสของกินขึ้นชื่อ เริ่มจาก ขนมดอกซ้อ  ขนมงานบุญของชาวไทลื้อ ดอกซ้อ เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยที่พบได้ตามป่าดิบ มีสีเหลืองอมน้ำตาลหรือส้มอ่อน ลักษณะดอกเป็นหลอดคล้ายปากแตร ชาวบ้านจะเก็บดอกที่ร่วงแล้วมาตากแห้งหรือบด ผสมกับแป้งข้าวเหนียว ก่อนห่อใบตองแล้วนำไปนึ่ง ได้เนื้อสัมผัสคล้ายขนมมัน แต่แฝงด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัว ปัจจุบันยังมีการปรับสูตรเติมส่วนผสมหลากหลายให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น

ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน

ถัดมาเป็น ข้าวส้ม ที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น ด้วยสีส้มอมแดงสดใสจากการนำข้าวไปผัดกับมะเขือเทศ รสชาติเปรี้ยวเล็กน้อย กินง่ายแบบอาหารบ้านๆ ที่แฝงความอบอุ่นของครัวเรือน และอีกเมนูที่คุ้นเคยแต่ได้ชื่อเรียกใหม่ในภาษาไทลื้อคือ ส้มตำ หรือที่นี่เรียกว่า ส้มต๋ำก้วยสะเปา รสชาติจัดจ้านแบบที่คุ้นเคย แต่เพิ่มเสน่ห์ด้วยสำเนียงและวิธีเรียกที่สะท้อนตัวตนของชุมชน

ภายในวัดยังมี ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ที่ชวนให้แวะเข้าไปเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวไทลื้ออย่างใกล้ชิด มีการจัดแสดงนิทรรศการภายในบอกเล่าทั้งเรื่องการแต่งกายในอดีต ผู้ชายสวมเสื้อกั๊กปักลวดลาย โพกศีรษะและสะพายดาบ ขณะที่ผู้หญิงสวมเสื้อปั๊ด นุ่งซิ่น และสะพายย่าม ก่อนจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบที่เรียบง่ายขึ้นในปัจจุบัน แต่ยังคงกลิ่นอายดั้งเดิมไว้อย่างชัดเจน  โดยเฉพาะผ้าซิ่นลายผักแว่นและลายน้ำไหล ที่ทอด้วยเทคนิคเฉพาะผสมผสานอย่างประณีต จนกลายเป็นอัตลักษณ์ของไทลื้อเชียงคำ

ชายไทลื้อสาธิตการปั่นด้าย
ปลัดวธ. ลิ้มรสอาหารไทลื้อ

ข้างๆศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชฯ คือ เฮินลื้อไตมาง  หรือบ้านของชางไทลื้อ บ้านจำลองของชาวไทลื้อที่สร้างขึ้นเพื่อถ่ายทอดวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมอย่างใกล้ชิด ตัวเรือนไม้หลังใหญ่ยกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่งตามแบบบ้านโบราณ ส่วนด้านบนเป็นชานกว้างสำหรับนั่งพักผ่อนและใช้ชีวิตร่วมกัน เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน จะสังเกตได้ว่าพื้นที่ไม่ได้แบ่งเป็นห้องชัดเจนเหมือนบ้านสมัยใหม่ แต่เป็นพื้นที่เปิดที่ใช้ปูนอนเรียงกัน กางมุ้งในยามค่ำคืนอย่างเรียบง่ายปลัดวธ. ลิ้มรสอาหารไทลื้อ

อีกมุมหนึ่งของบ้านคือพื้นที่ครัว ที่ยังคงจัดวางข้าวของเครื่องใช้ไว้เหมือนในอดีต สะท้อนให้เห็นว่าคนไทลื้อสมัยก่อนใช้ชีวิตและทำอาหารกันภายในบ้านอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน ตัวบ้านยังออกแบบให้มีช่องหน้าต่างเล็กๆ ทรงสี่เหลี่ยม เพื่อป้องกันงู สัตว์ร้าย รวมถึงความปลอดภัยจากขโมยการได้เดินสำรวจเฮินลื้อไตมางแห่งนี้ เหมือนได้สัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่าย

ขนมดอกซ้อ
ข้าวส้ม

เราเดินข้ามมายังฝั่งพระวิหารด้วยความรู้สึกเบิกบาน ทางเข้าที่ออกแบบอย่างงดงาม ตัวประตูเป็นแบบสามมุข แต่ละด้านประดับด้วยสัตว์มงคลต่างชนิด พญานาค เสือ และสิงห์ ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป ที่น่าสนใจคือพญานาคของที่นี่มีเขากวางประดับอยู่ด้วย แตกต่างจากวัดไทลื้อทั่วไปที่เคยเห็น

เมื่อก้าวเข้าไปภายในวิหาร บรรยากาศเงียบสงบชวนให้ค่อยๆ เดินชม รายละเอียดบนผนังปรากฏเป็นภาพจิตรกรรมที่เล่าเรื่องวิถีชีวิตของชาวไทลื้ออย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความหมาย ขณะที่ด้านหน้าประดิษฐานพระประธาน พระพุทธรูปสมัยเชียงแสนที่ดูสง่างามและเปี่ยมด้วยความศรัทธา

ชาย-หญิง การแต่งกายแบบไทลื้อ ด้วยชุดที่เป็นเอกลักษณ์

แวะออกจากวัดมาไม่ไกล ก็ถึงอีกมุมเล็กๆ ที่มีชีวิตชีวาไม่แพ้กันอย่าง ถนนคนเดินวัดมาง ซึ่งจะคึกคักเป็นพิเศษในทุกวันศุกร์–เสาร์ ช่วงเย็นผู้คนเริ่มทยอยออกมาจับจ่าย หาอาหารกินกันอย่างคึกคัก บรรยากาศเป็นกันเองแบบชุมชน แม้ถนนคนเดินจะไม่ยาวมาก แต่เต็มไปด้วยร้านค้าหลากหลาย ทั้งอาหารพื้นบ้าน ของกินเล่นราคาย่อมเยา ไปจนถึงเสื้อผ้าและของใช้ให้เลือกเดินเพลินๆ เหมาะกับการมาเดินชิล ปล่อยเวลาไปกับบรรยากาศเรียบง่ายของเมืองเล็ก แนะนำให้ลองเดินต่อไปที่ สกายวอล์ค สวนสุขภาพ 100 ปี นั่งพักชมวิวแม่น้ำลาวยามเย็น ลมพัดเบาๆ กับภาพสายน้ำที่ไหลเอื่อย เป็นอีกช่วงเวลาที่ทำให้การเที่ยวเชียงคำจบวันได้อย่างน่าประทับใจ

สกายวอล์ค สวนสุขภาพ 100 ปี
การจัดสรรพื้นที่ด้านในบ้านขอฃชาวไทลื้อ
© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.