ภาคเหนือวิกฤตหนัก ชาวเชียงใหม่เลือดกำเดาทะลัก ฝุ่นพิษพุ่งสีแดงเข้มทั่วเมือง
GH News March 29, 2026 01:12 PM

ภาคเหนือวิกฤติหนัก เชียงใหม่ฝุ่นพิษพุ่งสีแดงเข้ม ร้องเลือดกำเดาทะลักแม้เปิดเครื่องฟอกอากาศ เผยจุดความร้อนเพื่อนบ้านทะลุหมื่นจุดซ้ำเติมทิศทางลมพัดฝุ่นเข้าไทย คาดไร้ฝนช่วยอีก 1 สัปดาห์

สถานการณ์มลพิษทางอากาศในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเข้าขั้นวิกฤตขั้นสูงสุด หลังพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กพุ่งสูงเกินมาตรฐานในระดับสีแดงเข้มต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ลี้ จ.ลำพูน, อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนโดยเฉพาะจังหวัดติดชายแดนเริ่มขยับขึ้นสู่ระดับสีส้มที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict เผยข้อมูลการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ บริเวณใกล้ศาลากลางและ อบจ.เชียงใหม่ พบว่าชาวบ้านเริ่มมีอาการเลือดกำเดาไหล พร้อมระบุว่าสภาพอากาศแย่มากจนฟิลเตอร์เครื่องดูดอากาศเข้าห้องนอนดำสนิท แม้จะอยู่ในห้องนอนและเปิดเครื่องฟอกอากาศช่วยอีกชั้นหนึ่งแล้ว แต่คนที่เป็นภูมิแพ้ก็ยังใช้ชีวิตลำบากมาก

นอกจากนี้ ลูกเพจจากจังหวัดเชียงรายยังยืนยันข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า ขณะนี้ในพื้นที่เจอฝุ่นควันหนาทึบจนทำให้ประชาชนจำนวนมากเริ่มมีอาการเลือดกำเดาออกกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ

ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เผยสถิติจุดความร้อนพบว่าสถานการณ์ไม่ได้เกิดจากภายในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยจากเพื่อนบ้านล้อมรอบ ดังนี้

  • ประเทศไทย: พบจุดความร้อนรวม 2,302 จุด (อยู่ในพื้นที่ป่าถึง 1,849 จุด)

  • เมียนมา : พบสูงถึง 8,804 จุด

  • สปป.ลาว : พบ 4,189 จุด

  • กัมพูชา : 566 จุด

  • เวียดนาม: 522 จุด

ปัจจัยที่ทำให้ฝุ่นสะสมตัวหนาแน่นมาจากทิศทางลม โดยภาคเหนือตอนบนได้รับลมตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้พัดพาฝุ่นเข้าสู่ประเทศ ส่วนภาคอีสานได้รับลมใต้พัดขึ้นเหนือ ทำให้จังหวัดชายแดนได้รับผลกระทบจากฝุ่นข้ามพรมแดนโดยตรง

ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) ระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ประเทศไทยมีฝนตกน้อยมาก และคาดการณ์ว่าในช่วง 5-7 วันข้างหน้า ฝนจะเริ่มทิ้งช่วงในบริเวณภาคเหนือตอนบน หากยังมีการเผาทั้งภายในและภายนอกประเทศจำนวนมากเช่นนี้ สถานการณ์จะยังคงอยู่ในระดับวิกฤตต่อเนื่องไปอีก

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกชนิด ส่วนผู้ที่อยู่ในพื้นที่สีแดงควรปฏิบัติตัว ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภท
  • ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากาก N95 ตลอดเวลาหากมีอาการผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไหล หายใจติดขัด หรือเคืองตาอย่างรุนแรง ให้ปรึกษาแพทย์ทันที
  • ติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai หรือเฟซบุ๊กของกรมควบคุมมลพิษได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ข้อมูลจาก : กรมควบคุมมลพิษ

    ข่าวล่าสุด
    © Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.