"ห้วยกุ๊บกั๊บ" สถานที่ชมทะเลหมอกในเชียงใหม่ กลายเป็นทะเลเพลิง
March 30, 2026 03:47 PM

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กของ “บ้านสวนแม่นาหมี่โฮมสเตย์ บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ” แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในอำเภอแม่แตง ซึ่งเป็นจุดชมทะเลหมอกในช่วงหน้าหนาว ได้โพสต์ภาพสะเทือนใจ จากทะเลหมอกกลายเป็นทะเลเพลิง ไฟป่าลุกลามเข้าประชิดที่พัก ในช่วงกลางคืนกลายเป็นภาพสีส้มแดงล้อมรอบพื้นที่ เจ้าของที่พักทำได้เพียงเฝ้าระวังไม่ให้ไฟลุกลามเข้าบ้านพัก เนื่องจากช่วงกลางคืนมีความอันตรายสูง เบื้องต้นมีทั้งทีมดับไฟของชุมชน และหน่วยงานจากองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เข้าช่วยกันควบคุมเพลิง พร้อมเร่งทำแนวกันไฟอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการลุกลาม

 

"ห้วยกุ๊บกั๊บ"  สถานที่ชมทะเลหมอกในเชียงใหม่ กลายเป็นทะเลเพลิง "ห้วยกุ๊บกั๊บ"  สถานที่ชมทะเลหมอกในเชียงใหม่ กลายเป็นทะเลเพลิง

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญคือกระแสลมแรงในช่วงกลางคืน ทำให้จุดที่ดับแล้วกลับมาปะทุซ้ำ สร้างความยากลำบากในการควบคุมเพลิง และทำให้ชาวบ้านต้องเฝ้าระวังตลอดทั้งคืน

สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือทวีความรุนแรงขึ้น รับการลงพื้นที่ของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ที่เชียงใหม่และภาคเหนือในวันนี้ ข้อมูลล่าสุดพบว่าจุดความร้อนจากไฟป่าเช้านี้ วันที่ 30 มีนาคม 2569 ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ มีจุดความร้อนจำนวน 3,396 จุด แบ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 2,019 จุด ป่าสงวนแห่งชาติ 1,239 จุด และนอกพื้นที่ป่า 138 จุด โดยเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และน่าน วิกฤติหนักที่สุด เชียงใหม่ 783 จุด แม่ฮ่องสอน 598 จุด ลำปาง 447 จุด น่าน 365 จุด

 

"ห้วยกุ๊บกั๊บ"  สถานที่ชมทะเลหมอกในเชียงใหม่ กลายเป็นทะเลเพลิง

ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ เช้านี้ศูนย์บัญชาการสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ รายงานจุดความร้อนจากไฟป่ายังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อยู่ที่ 787 จุด โดยอำเภอเชียงดาว 149 จุด สะเมิง 100 จุด พร้าว 96 จุด แม่แตง 92 จุด ฮอด 50 จุด แม่วาง 42 จุด ดอยสะเก็ด 41 จุด และกระจายตัวไปอีก 15 อำเภอ ถือว่าเข้าสู่ช่วงวิกฤติที่สุดในรอบปี และมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา จากการสะสมของเชื้อเพลิงในป่า

ขณะที่ภาพของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานกันอย่างหนักตลอดทั้งวันทั้งคืน เข้าดับไฟป่าอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ สะท้อนให้เห็นถึงความเหน็ดเหนื่อย ต้องกินนอนกันอยู่ในป่า ท่ามกลางความร้อน ฝุ่นควัน และความเสี่ยงจากไฟป่า บางชุดได้กินข้าวเที่ยงตอน 4-5 โมงเย็น ก่อนจะเข้าดับไฟต่อ และกินข้าวเย็นอีกครั้งตอนกลางดึก

 

"ห้วยกุ๊บกั๊บ"  สถานที่ชมทะเลหมอกในเชียงใหม่ กลายเป็นทะเลเพลิง

อย่างชุดดับไฟป่าที่ดอยแม่ออน ต.ออนกลาง อ.แม่ออน หลังเหนื่อยจากการดับไฟ ได้กินข้าวกลางดึก บางคนถึงกับท้อถอดใจ เพราะยิ่งดับไฟก็ยิ่งพบจุดใหม่จากการลักลอบเผาป่า ระหว่างพักจึงจุดธูปบอกเจ้าป่าเจ้าเขา ขอให้สาปแช่งคนเผาป่า หลังจากนั้นก็ปักธูปไว้ข้างจุดพัก ก่อนแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ โดยเฉพาะพื้นที่ดอยนางเมาะ อำเภอแม่ออน ซึ่งเป็นพื้นที่ลาดชันและไฟยังโหมหนัก

 

เช้านี้ค่ามลพิษจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเวลา 08:00 น. พบว่าที่ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 228 AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 102.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนที่ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ วิกฤติหนักที่สุด ดัชนีคุณภาพอากาศพุ่งสูงถึง 386 AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 260.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

 

"ห้วยกุ๊บกั๊บ"  สถานที่ชมทะเลหมอกในเชียงใหม่ กลายเป็นทะเลเพลิง

ทางด้านเว็บไซต์ IQAir ซึ่งจัดลำดับเมืองที่มีมลพิษทางอากาศมากที่สุดของโลก เช้านี้เมื่อเวลา 08:00 น. เทศบาลนครเชียงใหม่พุ่งขึ้นมาอยู่อันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง โดยดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 205 US AQI อยู่ในระดับสีม่วง ที่มีผลกระทบต่อทุกคนอย่างรุนแรง ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 130 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.