โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงด่วนทั่วประเทศระบุภารกิจสงครามในอิหร่าน “ใกล้บรรลุเป้าหมาย” ขณะที่อิหร่านโต้กลับทันควันด้วยการยิงขีปนาวุธใส่พันธมิตรสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
2 เมษายน 2569 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ออกแถลงการณ์ด่วนผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจจากทำเนียบขาว ใช้เวลาประมาณ 20 นาที รายงานสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทรัมป์ประกาศความมั่นใจว่า “เป้าหมายหลักในสงครามกับอิหร่านกำลังใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว” ท่ามกลางคณะทำงานระดับสูงที่ร่วมรับฟังอย่างพร้อมเพรียง ทั้ง พล.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม, พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ทรัมป์ระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ จะถอนกำลังออกจากอิหร่านภายใน 2–3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเป็นการขยายกรอบเวลาจากเดิมที่เคยวางไว้ 4–6 สัปดาห์ พร้อมขู่ว่าในช่วงเวลาที่เหลือนี้ สหรัฐฯ จะทิ้งระเบิดถล่มอิหร่านให้ “กลับไปสู่ยุคหิน” เพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงข่ายไฟฟ้า
ทรัมป์อ้างว่า “ผู้นำระบอบใหม่” ของอิหร่านได้ติดต่อมาเพื่อขอหยุดยิง แต่ไม่ได้ระบุชื่ออย่างชัดเจนว่าเป็นใคร
ทรัมป์โยงว่าสงครามครั้งนี้คือการตอบโต้ความรุนแรงที่อิหร่านและกลุ่มตัวแทนก่อขึ้นตลอด 47 ปีที่ผ่านมา เช่น เหตุระเบิดค่ายนาวิกโยธินสหรัฐฯ และการโจมตีเรือรบ USS Cole ตัวเขาในฐานะ “ประธานาธิบดีคนที่ 47” ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้สังหารคนเหล่านั้น
ทรัมป์เรียกร้องให้พันธมิตรนาโต้ รวบรวมความกล้า ในการคุ้มกันเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ อ้างว่าสหรัฐฯ ไม่ได้มีความจำเป็นต้องพึ่งพาเส้นทางนี้แล้ว นอกจากนี้ เขายังเปรยถึงการพิจารณาถอนตัวออกจากองค์การนาโต (NATO) โดยอ้างว่าพันธมิตรไม่ยอมช่วยเหลือในตะวันออกกลาง (แม้ว่าในทางกฎหมาย สหรัฐฯ จะมีพระราชบัญญัติปี 2023 ที่ขัดขวางไม่ให้ทำได้ง่ายๆ ก็ตาม)
อิหร่านโต้กลับทันควันในสมรภูมิเพียงไม่กี่นาทีหลังจากการแถลงจบลง กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านได้ออกมาตอบโต้ทันทีว่าคำกล่าวอ้างของทรัมป์เรื่องอิหร่านขอหยุดยิงนั้นเป็นเรื่องเท็จและไม่มีมูลความจริง
ยิ่งไปกว่านั้น ปฏิบัติการทางการทหารยังคงดุเดือด อิสราเอล กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) รายงานว่า ตรวจพบขีปนาวุธถูกยิงจากอิหร่านพุ่งเป้ามายังอิสราเอล เพียง 15 นาทีหลังจากทรัมป์ลงจากโพเดียม
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กระทรวงกลาโหม UAE รายงานการสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนที่ยิงมาจากฝั่งอิหร่าน ท่ามกลางเสียงไซเรนเตือนภัยที่ดังกึกก้องทั่วประเทศ
ความไม่แน่นอนที่สวนทางกับคำประกาศชัยชนะของทรัมป์ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อตลาดทุนและตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันโลก พุ่งทะยานขึ้นไปแตะระดับ 105 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทันทีหลังการแถลง
ตลาดหุ้นเอเชียร่วงระนาว ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นร่วงลง 1.5%, Kospi ของเกาหลีใต้ดิ่งลง 2.6% และ Hang Seng ของฮ่องกงลดลง 1% เนื่องจากเอเชียเป็นภูมิภาคที่ต้องพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางอย่างหนัก
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปั่นป่วน ดัชนีซื้อขายล่วงหน้า (Futures) ของ Wall Street ปรับตัวลดลงทั้งหมด โดย Dow Jones และ S&P 500 ลบประมาณ 0.7% ส่วน Nasdaq ร่วงลงราว 1%
เสียงแตกในสภาคองเกรสปฏิกิริยาจากนักการเมืองในสหรัฐฯ แบ่งออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ฝั่งเดโมแครต ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา สับเละว่าการกระทำของทรัมป์ในอิหร่านคือ “หนึ่งในความผิดพลาดทางนโยบายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ” พร้อมโจมตีว่าทรัมป์ทอดทิ้งพันธมิตรและเมินเฉยต่อปัญหาปากท้องของชาวอเมริกัน
ฝั่งรีพับลิกัน ลินด์ซีย์ เกรแฮม วุฒิสมาชิกตัวยง ออกมาสนับสนุนท่าทีนี้อย่างเต็มที่ โดยชี้ว่าทรัมป์ได้กำหนดเป้าหมายทำลายล้างที่ชัดเจน และนี่คือ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ที่บีบให้อิหร่านต้องเลือกว่าจะยอมรับข้อตกลง หรือจะถูกถล่มจนราบคาบ