ทำไม ราคาน้ำมันไทย ต้องอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ พร้อม 6 เหตุผลที่คนไทยควรรู้
GH News April 02, 2026 11:11 AM

ไขข้อสงสัย! ทำไมราคาน้ำมันไทย ต้องอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ เจาะลึกโครงสร้างราคาหน้าปั๊ม และ 6 เหตุผลสำคัญที่คนไทยควรรู้

ตัวเลขราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการที่เราเห็นกันอยู่ทุกวัน ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว เพจเฟซบุ๊ก ศบก. – ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้เปิดเผยสาเหตุที่ราคาน้ำมันไทยต้องอิงตลาดสิงคโปร์ โดยระบุว่า

“ราคาน้ำมัน” หน้าปั๊มที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยเดียว แต่เป็นราคาที่เกิดจากห่วงโซ่การผลิตของน้ำมันตั้งแต่ต้นน้ำ – ปลายน้ำ ซึ่งมติ ครม. เมื่อปี 2534 ได้ยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เป็นไปตามกลไกการค้าเสรีสะท้อนต้นทุนแท้จริง เพื่อให้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันราคาน้ำมันจึงเปลี่ยนแปลงขึ้นลงตามตลาดโลก โครงสร้างราคาน้ำมัน ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

  • ราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น: ราคา ณ โรงกลั่น ภาษีสรรพาสามิต ภาษีเทศบาล กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และภาษีมูลค่าเพิ่
  • ราคาขายปลีก: ราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น ค่าการตลาด และภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ราคา ณ โรงกลั่น หรือ ราคาต้นทุนเนื้อน้ำมัน

    แม้ไทยจะมีการกลั่นน้ำมันเองในประเทศ แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงยังต้องนำเข้าน้ำมันดิบมากถึง 90% และมีการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปบางส่วนด้วย ราคาน้ำมันสำเร็จรูปของไทย จึงมีต้นทุนสอดคล้องกับราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยคำนวณอ้างอิงจากตลาดกลางของภูมิภาคเอเชีย ซึ่งก็คือ “ตลาดสิงคโปร์” หนึ่งในศูนย์กลางการค้าน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของโลก ที่อยู่ใกล้ไทยมากที่สุด ทำให้ต้นทุนเนื้อน้ำมันของไทยต่ำ เพราะค่าขนส่งถูกที่สุด

    การอ้างอิงนั้น ใช้ดัชนี “Mean of Platts Singapore หรือ MOPS” ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยในการซื้อขาย ไม่ใช่ราคาที่สิงคโปร์ หรือ ประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นผู้กำหนด แต่เป็นราคาซื้อขายน้ำมันในภูมิภาคเอเชียที่ตกลงกันผ่านตลาดกลางที่สิงคโปร์ สะท้อนการซื้อขายของทุกประเทศในภูมิภาค

    หากไทยกำหนดราคาโดยไม่อิงตลาด ?
    • ราคาต่ำกว่าตลาด – ผู้ผลิตจะอยากส่งออก เพราะขายได้ราคาดีกว่า น้ำมันในประเทศจะขาดแคลน แล้วราคาน้ำมันในประเทศก็จะสูงขึ้น เพราะมีความต้องการซื้อมากกว่าความต้องการขาย
    • ราคาสูงกว่าตลาด – ผู้ค้าจะนำเข้าจากต่างประเทศแทน เพราะต้นทุนต่ำกว่า กระทบผู้ผลิตในประเทศ ขาดดุลการค้า จนอาจส่งผลให้เงินไทยอ่อนค่าลง

    การอ้างอิงราคาสิงคโปร์ จะทำให้โรงกลั่นน้ำมันในไทย ต้องพัฒนาศักยภาพและปรับปรุงการบริหารจัดการเสมอ เพื่อ “ลดต้นทุน” ให้แข่งขันกับโรงกลั่นอื่นในภูมิภาคและในโลกได้ ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้บริโภค และเศรษฐกิจของประเทศ

    นอกจากนี้ ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ยังได้เผยเหตุผลที่ราคาน้ำมันไทยต้องอ้างอิงราคาสิงคโปร์ทั้งหมด 6 ประการ ดังนี้

    1. สะท้อนต้นทุนการนำเข้าของไทยในระดับต่ำสุด ตลาดสิงคโปร์เป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุด ในภูมิภาคเอเซีย ซึ่งใกล้ไทยมากที่สุด ดังนั้น ต้นทุนในการนำเข้า จึงเป็นต้นทุนที่ถูกที่สุดที่โรงกลั่นไทยต้องแข่งขันด้วย

    2. ปริมาณการซื้อขายในระดับสูง สิงคโปร์ จะเป็นตลาดที่ทำการซื้อขายน้ำมันเช่นเดียวกับนิวยอร์ค โดยน้ำมันที่ทำการซื้อขาย อาจไม่ได้เก็บไว้ในสิงคโปร์ แต่จะมีการตกลงซื้อขายในสิงคโปร์ เนื่องจากจะมีบริษัทที่ทำธุรกิจซื้อขายน้ำมัน มาเปิดดำเนินการในสิงคโปร์ ปริมาณการซื้อขายน้ำมันในสิงคโปร์ จะอยู่ในระดับสูงเช่นเดียวกับตลาดใหญ่ ในพื้นที่อื่น (ยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง) ซึ่งทำให้ยากต่อการปั่นราคา โดยผู้ซื้อหรือผู้ขาย และราคาจะสะท้อน จากความสามารถในการจัดหา และความต้องการน้ำมันของภูมิภาคนี้

    3. ราคาสะท้อนความสามารถในการจัดหา และความต้องการของเอเซีย แม้สิงคโปร์จะมีกำลังการกลั่นรวมอยู่ที่ 1.5 ล้านบาเรลต่อวัน ซึ่งยังเป็นระดับที่ต่ำกว่า จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่การกลั่นของสิงคโปร์ เป็นการกลั่นเพื่อส่งออก ในขณะที่ประเทศที่มีกำลังกลั่น มากกว่าสิงคโปร์ดังกล่าว เป็นการกลั่นเพื่อใช้ในประเทศเป็นหลัก เมื่อเหลือแล้วจึงส่งออก จากการกลั่นเพื่อส่งออกเป็นหลัก ทำให้ราคาจำหน่ายของตลาดสิงคโปร์ จะสะท้อนราคาส่งออกที่แท้จริง ซึ่งจะสะท้อนความสามารถในการจัดหา และสภาพความต้องการนำน้ำมันสำเร็จรูป ของภูมิภาคเอเซีย

    4. ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดจรสิงคโปร์ เป็นฐานกำหนดราคาส่งออกของประเทศต่างๆ แม้ว่าการส่งออกของสิงคโปร์จะเริ่มลดลง เพราะมีกำลังกลั่นเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ แต่ราคาที่ส่งออกของประเทศต่างๆ ยังคงใช้ราคาน้ำมันของตลาดสิงคโปร์ เป็นฐานในการกำหนดราคาส่งออก และการซื้อขายเพื่อส่งออกจากประเทศต่างๆ ยังทำการซื้อขายที่สิงคโปร์เป็นหลัก

    5. ราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ เปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับตลาดอื่นๆ ทั่วโลก สพช. ได้ศึกษาการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในตลาดต่างๆ ได้แก่ ตลาดตะวันออกกลาง ตลาดยุโรป ตลาดอเมริกา และตลาดจรสิงคโปร์พบว่า ราคาน้ำมันสำเร็จรูปทุกตลาดต่างปรับตัวเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน และในระดับที่ใกล้เคียงกัน อาจมีบางช่วงที่ราคา ของบางตลาดเปลี่ยนแปลงในทิศทาง หรือระดับที่แตกต่างกับตลาดอื่นๆ ซึ่งเป็นเพราะภาวะที่ความต้องการ และปริมาณน้ำมันในตลาด ไม่มีความสมดุลในช่วงเวลานั้นๆ แต่ต่อมาราคาที่แตกต่างจากตลาดอื่นมาก จะทำให้เกิดการไหลเข้า / หรือออกของน้ำมันจากตลาดอื่น จนทำให้ระดับของราคาตลาดนั้น ปรับตัวสู่ภาวะสมดุลกับตลาดอื่น ทั้งนี้ เนื่องจากน้ำมันสำเร็จรูปที่จำหน่ายในทุกตลาด เป็นสินค้าภายใต้ระบบการค้าเสรี และเป็นสากล

    6. ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์ ผันผวนน้อยกว่าตลาดอื่นๆ จากการสังเกตความเคลื่อนไหว ของราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดต่างๆ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาพบว่า ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดจรสิงคโปร์ มีความผันผวนน้อยกว่าตลาดอื่นๆ และการปรับตัวของราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดจรสิงคโปร์ ในช่วงที่มีความแตกต่างจากตลาดอื่นมาก ตลาดสิงคโปร์จะใช้เวลาในการปรับตัวสู่สมดุลในเวลาประมาณ 1-3 วัน ซึ่งจะเห็นว่าการแข็งตัวของราคาน้ำมันสำเร็จรูป ในเดือนมีนาคมในตลาดจรสิงคโปร์ ได้ปรับตัวสู่ระดับปกติในช่วงหลังของเดือน

    ที่มา: ศบก. – ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง , กระทรวงพลังงาน

    ข่าวล่าสุด
    © Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.