รายงานคุณภาพอากาศโลกปี 2025 เผยข้อมูลสุดช็อก พบเมืองในเอเชียเพียง 3 แห่งเท่านั้นที่สอบผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยขององค์การอนามัยโลก ขณะที่ “ญี่ปุ่น” แม้ภาพลักษณ์จะดูสะอาดแต่กลับสอบตกยกประเทศ ส่วนอินเดียยังครองแชมป์เมืองมลพิษสูงสุดในโลก
รายงานคุณภาพอากาศโลกประจำปี 2025 (World Air Quality Report) โดย IQAir สถาบันวิจัยคุณภาพอากาศระดับโลก เปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลว่า ทั่วทั้งทวีปเอเชียมีเมืองเพียง 3 แห่งเท่านั้น ที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เฉลี่ยรายปีไม่เกิน 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นระดับความปลอดภัยที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้
ที่น่าประหลาดใจคือ “ประเทศญี่ปุ่น” ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อม กลับไม่มีเมืองใดเลยที่สามารถทำได้ตามมาตรฐานความปลอดภัยนี้ แม้ว่าเมืองส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นจะมีระดับมลพิษที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคก็ตาม
เปิดรายชื่อ 3 เมืองอากาศบริสุทธิ์ที่สุดในเอเชียจากการวิเคราะห์ข้อมูลจาก 9,446 เมืองใน 143 ประเทศและเขตการปกครอง พบว่าเมืองที่สอบผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยของ WHO ทั้งหมดตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียกลางและยูเรเชีย ได้แก่
แม้ญี่ปุ่นจะไม่มีเมืองที่สอบผ่านเกณฑ์ 5 μg/cu.m. แต่รายงานระบุว่า ดินแดนอาทิตย์อุทัยยังคงเป็นผู้นำในกลุ่มเมืองที่มีมลพิษต่ำ (อยู่ในช่วง 5.1-10 μg/cu.m.) โดยจากจำนวนเมือง 552 แห่งในเอเชียที่อยู่ในเกณฑ์นี้ เป็นเมืองจากญี่ปุ่นถึง 487 แห่ง แสดงให้เห็นว่าแม้จะไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานสากลที่เข้มงวดที่สุด แต่อากาศในญี่ปุ่นก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน
อินเดียวิกฤตหนัก ครองแชมป์เมืองมลพิษสูงสุดในขณะที่เอเชียมีเมืองอากาศสะอาดที่สุดในโลกติดอันดับ Top 10 ถึง 9 แห่ง แต่อีกด้านหนึ่ง ทวีปนี้ก็มีเมืองที่มลพิษรุนแรงที่สุดในโลกเช่นกัน โดยในปี 2025 เมืองโลนี (Loni) ในประเทศอินเดีย ครองแชมป์เมืองที่อากาศแย่ที่สุดด้วยค่าเฉลี่ย PM2.5 สูงถึง 112.5 μg/cu.m. ตามมาด้วยเมืองโฮตัน (Hotan) ค่าเฉลี่ย 109.6 μg/cu.m. และเบิร์นนิฮัต (Byrnihat) 101.1 μg/cu.m. ซึ่งล้วนอยู่ในอินเดียทั้งสิ้น
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนมลพิษรายงานระบุว่า การขยายตัวของความเป็นเมืองอย่างรวดเร็ว (Urbanization), การจราจรที่หนาแน่น, การใช้พลังงานถ่านหิน และกิจกรรมทางอุตสาหกรรม ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อากาศในภูมิภาคเอเชียใต้และแอฟริกาอยู่ในระดับอันตราย
ภาพรวมทั่วโลกในปี 2025 มีเพียง 13 ประเทศและเขตการปกครองเท่านั้นที่ผ่านมาตรฐานอากาศสะอาดของ WHO โดยในระดับเมืองพบว่า มีเพียง 14% เท่านั้นที่สอบผ่าน ซึ่งลดลงจาก 17% ในปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาคุณภาพอากาศโลกกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง.
อ่านข่าวเพิ่มเติม