รัดเข็มขัด...รับวิกฤต
GH News April 03, 2026 10:58 AM
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติผู้เขียน : อำนาจ ประชาชาติ

เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความเสี่ยง “วิกฤต” เช่นเดียวกับทั่วโลก อันเนื่องมาจากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จากสงครามไม่รู้จบที่สหรัฐร่วมมือกับอิสราเอลโจมตีอิหร่าน จนเรื่องราวบานปลายยืดเยื้อ หาทางลงไม่เจอ จากเดิมที่คาดว่าจะปิดเกมได้เร็ว

ความยืดเยื้อที่เกิดขึ้น ดันราคาน้ำมันดิบให้ทะยานสูงทะลุ 100 เหรียญ ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับขึ้น จนรัฐบาลต้องเลิกพยุงราคา เพราะรู้ดีว่า หากจะฝืนอุ้มราคาน้ำมันไปนาน ๆ คงไม่ไหว ยิ่งจะกระทบฐานะการคลังของประเทศ และเสี่ยงจะถูกปรับลดอันดับเครดิตได้

ยิ่งช่วงนี้สถาบันจัดอันดับเครดิตทยอยเข้ามาเก็บข้อมูลกันแล้ว ทางกระทรวงการคลังคงไม่กล้าไปท้าทาย เพราะหากถูกลดเครดิตจะหายนะยิ่งกว่า

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ตามมาจากการเลิกพยุงราคาน้ำมัน ก็คือราคาสินค้าอื่น ๆ ที่จะทยอยปรับขึ้นตาม (บางส่วนก็ชิงปรับราคาขึ้นไปบ้างแล้ว) เพราะรายจ่ายค่าพลังงานเป็นตัวแปรหลักที่ทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจหรือกิจการต่าง ๆ พุ่งขึ้น

เศรษฐกิจในภาพใหญ่มีความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะทรงตัวในระดับสูงยาวนานขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เงินเฟ้อยืดเยื้อและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ Stagflation (เศรษฐกิจไม่โต แต่เงินเฟ้อสูง)

เสียงเตือนให้รัฐบาลเร่งรับมือกับราคาสินค้าแพงดังมากขึ้นเรื่อย ๆ

ขณะที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์ต่างเห็นพ้องกันว่า การเลิกตรึงราคาน้ำมันเป็นเรื่องที่ควรทำ พร้อมแนะให้รัฐใช้วิธีการอุดหนุนแบบเฉพาะจุด (Targeted Subsidy) แทน โดยช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เกษตรกร และภาคขนส่งสาธารณะ แทนการอุดหนุนถ้วนหน้า

ซึ่งมาตรการที่รัฐบาลประกาศออกมาล่าสุดก็คือ 7 มาตรการ ดูแลเฉพาะจุด มุ่งดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นสำคัญ

แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลยอมรับแล้วว่า อยู่ในภาวะที่ต้อง “รัดเข็มขัด” จะใช้จ่ายแบบสุรุ่ยสุร่ายไม่ได้

ส่วนประชาชนอย่างเรา ๆ คงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าต้อง “รัดเข็มขัด” เช่นเดียวกัน เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อยาวนานขนาดไหน ซึ่งยิ่งยืดเยื้อก็ยิ่ง “วิกฤต” ฉะนั้น ประมาทไม่ได้เด็ดขาด และคงต้องภาวนาให้สถานการณ์จบลงโดยเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นก็มีโอกาสที่จะบอบช้ำกันทั้งโลก

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.