สายการบินโลว์คอสต์รายใหญ่สุดในอาเซียนแบกภาระต้นทุนน้ำมันเจ็ตพุ่งเป็น 2 เท่า หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระทบเส้นทางบินทั่วโลกตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์ 2569
สายเที่ยวเช็กด่วน แอร์เอเชีย เอ็กซ์ (AirAsia X) สายการบินโลว์คอสต์ระยะไกลรายใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2569 ว่าจะขึ้นราคาตั๋วโดยสารสูงสุดถึง 40% และลดเส้นทางบินบางส่วนเพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง พร้อมย้ำว่าความต้องการเดินทางโดยรวมยังคงอยู่ในระดับสูง
สงครามตะวันออกกลางฉุดต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งเท่าตัวผู้ก่อตั้ง AirAsia X นายโทนี่ เฟอร์นันเดส ระบุว่า การขึ้นราคาครั้งนี้ “หลีกเลี่ยงไม่ได้” และสายการบินจะตัดเส้นทางที่ไม่สามารถครอบคลุมต้นทุนเชื้อเพลิงได้
ซีอีโอกลุ่ม โบ ลิงแกม ให้ข้อมูลในแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ราคาน้ำมันเจ็ตพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิมที่อยู่ราว 90 ดอลลาร์ก่อนเกิดวิกฤต ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงของ AirAsia X เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าตัว
ความขัดแย้งเริ่มต้นหลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ทำให้ราคาน้ำมันดิบและน้ำมันเจ็ตทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
มาตรการ 3 ด้านที่ AirAsia X ใช้รับมือเฟอร์นันเดสแถลงในงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 6 เมษายนว่า วิกฤตครั้งนี้เป็น “เซอร์ไพรส์ที่ใหญ่สุด” สำหรับ AirAsia X และยอมรับว่ามันคือ “วิกฤตจริงๆ ไม่มีทางอธิบายได้อีกแล้ว” อย่างไรก็ตาม เขามั่นใจว่าทีมงานผ่านวิกฤตมามากแล้วและมีทางเลือกในการรับมือหลายแนวทาง
มาตรการที่สายการบินดำเนินการมี 3 ส่วนหลัก ได้แก่
1. ขึ้นค่าตั๋วและค่าน้ำมัน
AirAsia X ขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมัน (fuel surcharge) ประมาณ 20% และราคาตั๋วเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 30–40%
2. ลดความจุเที่ยวบิน
ซีอีโอ โบ ลิงแกม ประกาศลดความจุเที่ยวบินลง 10% ทั่วกลุ่มบริษัท โดยไม่เปิดเผยเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ แต่ข้อมูลจากเว็บไซต์ Aeroroutes ระบุว่า ความถี่เที่ยวบินระหว่างกัวลาลัมเปอร์กับเมืองในเอเชียใต้จะลดลงจนถึงเดือนมิถุนายน
ลิงแกมยืนยันว่ายังไม่มีการเลิกจ้างพนักงานและยังไม่มีการให้หยุดงานโดยไม่รับเงินเดือน
3. ปรับประสิทธิภาพฝูงบิน
ซีอีโอ โบ ลิงแกม ระบุว่าสายการบินกำลัง “ปรับประสิทธิภาพ” การใช้ฝูงบิน โดยแผนหนึ่งคือส่งเครื่องบินที่ว่างจากการลดเที่ยวบินเข้าซ่อมบำรุงก่อนกำหนด เพื่อให้พร้อมกลับมาทำการบินได้ทันทีหากสงครามยุติเร็วกว่าที่คาด
ยังไม่มีการเลย์ออฟ ดีมานด์ยังแข็งแกร่งประธานกรรมการอิสระของ AirAsia X นายจามาลุดดิน อิบราฮิม กล่าวว่า สายการบินเพิ่งผ่านบทที่ “ยากมาก” มาสู่ปีที่ทำกำไรได้ในปี 2568 แล้ว “แต่ตอนนี้เรากำลังเผชิญกับวิกฤตอีกครั้ง สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อต้นทุน กำไร และการตัดสินใจด้านเส้นทางบินโดยตรง”
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารย้ำว่าความต้องการเดินทางโดยเครื่องบินยังคงมีอยู่มากและแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากช่วงวิกฤตโควิด-19
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ อมันดา วู กล่าวเพิ่มเติมว่า ยอดจองจากยุโรปและภูมิภาคอื่นที่บินเข้าเอเชียกำลังเพิ่มขึ้น และบริษัทต้องการเพิ่มความถี่ไปยังเอเชียกลาง รวมถึงอิสตันบูล นอกจากนี้ AirAsia X ยังศึกษาความร่วมมือกับสายการบินอื่นๆ ด้วย
แผนขยายสู่ตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อแม้จะเผชิญวิกฤต AirAsia X ยืนยันว่าแผนเปิดฮับแห่งแรกในตะวันออกกลางที่บาห์เรน รวมถึงเส้นทางใหม่กัวลาลัมเปอร์-บาห์เรน-ลอนดอน ยังคงกำหนดเปิดตัวในเดือนมิถุนายน 2569 ตามเดิม
อย่างไรก็ตาม ลิงแกมระบุว่าสายการบินจะยึดมั่นในกำหนดการนี้ได้ก็ต่อเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นทันเวลา
สายการบินอื่นๆ ในเอเชียก็ได้รับผลกระทบเช่นกันAirAsia X ไม่ใช่สายการบินเดียวที่ต้องปรับตัว Vietnam Airlines, Batik Air Malaysia และ Air India ต่างปรับตารางบินและเส้นทางเนื่องจากต้นทุนน้ำมันเจ็ตพุ่งสูง
สายการบิน SAS (Scandinavian Airlines) ประกาศยกเลิกเที่ยวบินกว่า 1,000 เที่ยวในเดือนเมษายน ขณะที่ Etihad Airways สายการบินของอาบูดาบีเลือกใช้กลยุทธ์ต่างออกไป ด้วยการลดราคาตั๋วเส้นทางระยะไกลสูงถึง 50% เพื่อดึงผู้โดยสารกลับมา
ผู้โดยสารควรรับมืออย่างไรสำหรับผู้ที่วางแผนเดินทางกับ AirAsia X ในช่วงนี้ มีข้อควรรู้ดังนี้
อ่านข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
แหล่งอ้างอิง