ความสำเร็จของนิคมลำน้ำน่าน การถอดโมเดลแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนที่รอคอยมานานกว่า 50 ปี
ความสำเร็จของการแก้ปัญหานิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ ถือเป็นหนึ่งใน “โมเดลต้นแบบ”ที่สำคัญที่สุดของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ในการใช้กลไก One Map เพื่อยุติข้อพิพาทและคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการของรัฐมาอย่างยาวนาน
ปมปัญหา 50 ปี: การเสียสละที่ไร้ซึ่งสิทธิ
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2511 พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต้องอพยพจากการก่อสร้าง เขื่อนสิริกิติ์ มาอยู่ในที่ดินที่รัฐจัดสรรให้คือ นิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน แม้ชาวบ้านจะยินยอมเสียสละพื้นที่เดิมเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ แต่ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา พวกเขากลับติดกับดักทางกฎหมายเนื่องจากพื้นที่นิคมฯ ไป ทับซ้อนกับหน่วยงานรัฐอื่นถึง 4 หน่วยงาน ได้แก่ ป่าสงวนแห่งชาติ, อุทยานแห่งชาติ และเขต ส.ป.ก. ส่งผลให้ชาวบ้านกว่า 1,000 ราย ไม่สามารถออกโฉนดที่ดินได้แม้จะมีหนังสือ น.ค. 3 อยู่ในมือ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งทุนและขาดความมั่นคงในชีวิต

One Map: เครื่องมือปลดล็อกปัญหาเชิงเทคนิค
สคทช. ได้เร่งรัดดึงกรณีลำน้ำน่านขึ้นมาดำเนินการเป็นกรณีเร่งด่วน โดยไม่ต้องรอตามลำดับแผนงานปกติของกลุ่มจังหวัดที่ 7 หัวใจสำคัญของความสำเร็จครั้งนี้คือ

ผลลัพธ์แห่งความสำเร็จและความคืบหน้าล่าสุด
ปัจจุบันความสำเร็จของโมเดลลำน้ำน่านมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้:

จากลำน้ำน่านสู่การขยายผลทั่วประเทศ
ความสำเร็จของ “นิคมลำน้ำน่าน” คือก้าวสำคัญที่ สคทช. จะขยายผลสู่ทุกพื้นที่ผ่าน One Map เพื่อจบปัญหาที่ดินทับซ้อนและคืนสิทธิโฉนดที่ดินให้ประชาชนอย่างยั่งยืน โดยมุ่งสร้างความชัดเจนทางกฎหมายเพื่อให้ผืนดินเป็นรากฐานความมั่นคงและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยธรรมาภิบาลและการเข้าถึงดิจิทัล เพื่อให้การบริหารจัดการที่ดินเกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นธรรมแก่ประชาชนทุกคน
สำหรับประชาชนที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวเขตที่ดิน สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ผ่านแอปพลิเคชัน One Map Thaiหรือติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ สคทช. โทร 02-265-5445 และเว็บไซต์ epetitions.onlb.go.th