ยื่นภาษีออนไลน์ 2569 บุคคลธรรมดา ผ่านระบบออนไลน์ กรมสรรพากร เปิดให้ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2568 ต้องยื่นแบบออนไลน์ผ่านระบบ E-FILING ถึงวันสุดท้าย คือวันที่ 8 เม.ย. 69
ก่อนเข้าระบบ E-FILING แนะนำให้เตรียมเอกสารเหล่านี้ไว้ใกล้ตัว เพื่อความรวดเร็วในการกรอกข้อมูล:
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ): เอกสารสำคัญที่สุดที่แสดงรายได้รวมทั้งปี และเงินที่ถูกหักเข้ากองทุนหรือเงินสำรองต่างๆ (หากย้ายที่ทำงานระหว่างปี ต้องขอจากที่ทำงานเก่าด้วย)
รายการลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว: ข้อมูลค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดา-มารดา หรือค่าเลี้ยงดูบุตร
เอกสารประกอบการลดหย่อนภาษีอื่นๆ: เช่น หลักฐานการซื้อกองทุน (RMF, Thai ESG), ใบเสร็จเบี้ยประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ, เงินบริจาค หรือใบกำกับภาษีจากการซื้อสินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการรัฐ
เมื่อเตรียมเอกสารพร้อมแล้ว สามารถดำเนินการผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรได้ตามลำดับ ดังนี้
เข้าสู่เว็บไซต์กรมสรรพากร: ไปที่ https://efiling.rd.go.th แล้วเลือกเมนู “ยื่นแบบออนไลน์”
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก:
ผู้ที่มีบัญชีแล้ว: กรอกเลขบัตรประชาชนและรหัสผ่าน จากนั้นยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP 6 หลักผ่านเบอร์มือถือ
ผู้ที่ยังไม่มีบัญชี: กด “สมัครสมาชิก” กรอกข้อมูลส่วนตัวและตั้งรหัสผ่านก่อน
เลือกประเภทภาษี: เลือกยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/91 กดยอมรับเงื่อนไข แล้วกด “เข้าสู่ระบบ” > “ยื่นแบบ”
ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว: ตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลผู้เสียภาษีให้เป็นปัจจุบัน
กรอกข้อมูลรายได้: นำข้อมูลจากใบ 50 ทวิ มากรูอกในช่องรายได้จากเงินเดือน พร้อมใส่เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัทผู้จ่ายเงิน หากมีรายได้เสริม (ฟรีแลนซ์, ปล่อยเช่าทรัพย์สิน, ค้าขาย, ลงทุน) ต้องกรอกเพิ่มในส่วนนี้ด้วย
กรอกข้อมูลค่าลดหย่อน: ใส่ข้อมูลสิทธิต่างๆ ตามจริง เช่น ประกันสังคม, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ, กองทุน RMF/Thai ESG และเงินบริจาค
ตรวจสอบและคำนวณภาษี: ระบบจะคำนวณยอดภาษีให้อัตโนมัติในหน้านี้ จะแสดงผลชัดเจนว่าคุณต้องเสียภาษีเพิ่ม หรือได้เงินคืน (หากได้คืน สามารถกดเลือกขอคืนและบริจาคให้พรรคการเมืองได้ในขั้นตอนนี้)
ยืนยันการยื่นแบบ: ตรวจทานความถูกต้องอีกครั้ง และกดยืนยัน
เมื่อกดยืนยันแล้ว ระบบจะประมวลผลลัพธ์ออกเป็น 3 กรณี ดังนี้:
กรณีที่ 1: ไม่มีภาษีต้องชำระ
ระบบจะแจ้งผลและออกหมายเลขอ้างอิง พร้อมให้ดาวน์โหลดแบบแสดงรายการและใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐาน (เสร็จสิ้นกระบวนการ)
กรณีที่ 2: ชำระภาษีไว้เกิน (ได้ภาษีคืน)
กรมสรรพากรจะพิจารณาอนุมัติคืนเงินภาษี แนะนำให้เลือกรับเงินคืนผ่าน พร้อมเพย์ (ผูกกับเลขบัตรประชาชน) จะได้รับเงินรวดเร็วที่สุด หรือเลือกโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย โดยสามารถเช็กสถานะการคืนภาษีได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร
กรณีที่ 3: มีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม
สามารถเลือกชำระได้หลายช่องทาง เช่น สแกน QR Code, E-Payment, บัตรเครดิต, ATM, หรือพิมพ์ Pay-In Slip ไปจ่ายที่ Counter Service
ทริคผ่อนภาษี: หากมียอดต้องชำระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระได้สูงสุด 3 งวด (งวดละเท่าๆ กัน) ดอกเบี้ย 0% หากชำระตรงตามกำหนดเวลา!
