เต้ กัตนา แจงดรามา หลัง “ลินคอล์น” เดอะเฟซเมน 4 ถูกแฟนนางเอกตบหน้ากลางปาร์ตี้ จนต้องเข้ารพ. ยืนยันทุกอย่างเคลียร์จบแล้ว
จากกรณีที่ ลินคอล์น เดอะเฟซเมน 4 ออกมาพิมพ์ข้อความแจ้งข่าวในกลุ่มโอเพนแชต ว่า ตนถูกทำร้ายร่างกายโดยแฟนนางเอกตัวแม่ ตบเข้าที่หน้า กลางงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ จนต้องเข้าโรงพยาบาล ก่อนที่ในเวลาต่อมา ลินคอล์น ได้พิมพ์อัปเดตเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโอเพนแชตอีกครั้งว่า ทุกอย่างเคลียร์กันและเข้าใจกันหมดแล้ว เกิดจากความเข้าใจผิดเล็กน้อย ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้
ล่าสุด (28 เม.ย. 69) มีโอกาสได้เจอกับ เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก หรือ เต้ กันตนา เจ้าของรายการ The Face Men Thailand และ The Face Thailand เดินทางมาร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์ “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” ณ Fashion Hall ชั้น 1 สยามพารากอน กลุ่มนักข่าวจึงได้เชิญมาสัมภาษณ์ถึงประเด็นร้อนดังกล่าวสักหน่อย
เต้ กันตนา ชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่ ลินคอล์น เดอะเฟซเมน 4 ถูกแฟนนางเอกตัวแม่ตบหน้า ระบุว่า “ก็ตามที่น้องบอกว่าเคลียร์แล้ว จบแล้ว ไม่มีอะไร ไม่ได้ติดใจอะไร ส่วนเราก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรมาก ในขณะเดียวกันถ้าเกิดสิ่งที่เกิดขึ้น มันเกิดในพื้นที่บ้านของเรา เราก็พร้อมบริหารจัดการได้ ถ้าเขาอยากให้เราบริหารจัดการ แต่วันนี้ต้องให้เขาคุยกันเองก่อน ไม่ใช่เรื่องของเรา เราก็อยากให้จบ อาจจะเป็นเรื่องอย่างที่น้องบอกก็คือความเข้าใจผิด ก็ไม่อยากให้พูดต่อ ๆ กันไปยาว ๆ เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกันไปใหญ่เท่านั้นเอง
ไม่แน่ใจว่าทราบเรื่องทันทีหรือเปล่า แต่อยู่ในพื้นที่เพราะว่าอยู่ที่งานและมีคนแจ้ง แต่ต้องบอกตรง ๆ ว่าไม่ได้เป็นผู้เห็นเหตุการณ์ เราก็รู้จักทุกคนที่ทำงานร่วมกับเราดีว่าแต่ละคนเป็นยังไง เราไม่รู้สึกอยากเข้าข้างใคร แต่รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เขาต้องคุยกัน จากความเข้าใจผิดนิดหน่อย อันนี้เท่าที่ทราบ เมื่อวานนี้เขาได้คุยกันแล้ว ตามที่น้องเขาแจ้งเองว่าโอเค ทุกอย่างเคลียร์แล้ว ก็เป็นไปตามนั้น ไม่อยากให้พูดต่อขยายความกันไปจนกลายเป็นเรื่องอื่น เพราะจริง ๆ โต ๆ กันแล้วน่าจะคุยกันจบแล้วแหละ
เราเองก็ได้คุยเพื่อดำเนินการประสานว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำนองว่าเป็นคนกลาง เพราะว่าเราเองเป็นต้นสังกัดและเป็นเจ้าของพื้นที่ ถ้าเกิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งสองฝ่ายอยากให้เราร่วมบริหารจัดการ เราก็พร้อมที่จะประสานให้ ซึ่งเราก็ประสานให้บางส่วน ซึ่งเท่าที่ประสานไปแล้ว เขาก็คุยกันแล้ว น้องก็ประกาศเองว่ามันจบไปแล้ว ดังนั้นก็น่าจะจบแล้วแหละ
ก็เป็นตามที่น้องบอกเลย น้องบอกแล้วว่าได้คุยกันแล้ว ทุกอย่างจบแล้ว และมันก็ควรจะจบแล้ว ควรจะจบไปหลายวันแล้ว ก็ยังคิดว่าเอ๊ะ มันไม่ได้มีเรื่องอะไรเลย ก็ยังเป็นสิ่งที่น่าสงสัยนิดหน่อยว่าเป็นที่ทราบในสาธารณะได้อย่างไร ที่มาคืออะไร เราคุยจบไปแล้ว แล้วมันเป็นประเด็นขึ้นมาอีก ใครที่ยังไม่จบ แต่ก็ขี้เกียจไม่อยากยุ่ง เพราะไม่ใช่เรื่องของเราจริงๆ
ถ้าถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกระทบจิตใจเราไหม เราเป็นคนทำงาน ก็มืออาชีพบ้างไม่มืออาชีพบ้าง มีอารมณ์บ้าง เราก็เป็นมนุษย์ธรรมดานี่แหละ แต่รู้สึกยังไงคือไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในวันเวลาที่ทุกคนมีความสุข คุณเต้ก็มีความสุข เพราะว่าอาฟเตอร์ไฟนอลวอล์กปาร์ตี้มันเป็นการปลดปล่อย เราทำงานมาด้วยกันหลายเดือน คนดูแฮปปี้มีความสุข มันรู้สึกแค่นั้นเลย รู้สึกว่าอะไรที่เกิดขึ้น เราไม่ได้มีส่วนร่วมด้วยจริงๆ เราคิดว่าถ้าเกิดว่าเป็นความเข้าใจผิด เขาก็คงคุยกันได้ในระดับคนที่โตแล้ว มีวุฒิภาวะแล้ว มันก็น่าจะจบแล้วน่ะ
ส่วนเรื่องการทำงานร่วมกัน สำหรับคุณเต้มันไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำงาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้มีผลกับการทำงาน แต่ว่าคุณเต้ก็ต้องคำนวณดูแล้วก็วิเคราะห์ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของแต่ละคน ซึ่งจากที่คุณเต้รู้จักแต่ละคน ทุกคนโตพอที่จะจบ คุยกันแล้วเข้าใจ แต่ถ้าไม่เข้าใจก็อันนี้อาจจะต้องพิจารณากันอีกทีว่าเอ๊ะ มันเป็นเพราะอะไร แล้วเราสามารถคลี่คลายให้ได้อย่างไร ก็ยังอยากร่วมงานกับทุกคนอยู่นั่นแหละ แต่มันขึ้นกับว่าอะไรเกิดขึ้นต่อไป ก็ขอให้มันจบแค่นี้นะคะ”
ข่าวล่าสุด