จากเจสัน ซูเดคิสแห่งเท็ด ลาสโซ ถึงสไปค์ ลี: บาร์ของแฟนอาร์เซนอลในนิวยอร์กฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกตั้งแต่ปี 2004
อรุณี มาลัยทอง May 25, 2026 11:16 AM

สไปค์ ลี, เจสัน ซูเดคิส และนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก โซห์ราน มัมดานี เป็นหนึ่งในกลุ่มแฟนบอลอาร์เซนอลที่ร่วมเฉลิมฉลองกันอย่างคึกคักในบาร์ย่านบรูคลิน เมื่อทีมปืนใหญ่เอาชนะคริสตัล พาเลซ และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2004 ได้สำเร็จ

บรูคลิน, นิวยอร์ก — เวลาเก้าโมงเช้าในวันอาทิตย์ที่ฟอร์ตกรีน ฝนกระหน่ำลงบนถนนคอนกรีต แต่ทะเลเสื้อทีมอาร์เซนอลสีแดงทำให้ย่านนี้สดใสขึ้นทันตา ฝนตกไม่ใช่อุปสรรคสำหรับแฟนบอลผู้ภักดีที่รอคอยช่วงเวลานี้มานานเกือบยี่สิบปี

ขณะนั้น ร่มสีแดงขาวเรียงรายหน้าบาร์ FancyFree กลายเป็นเสมือนหลังคาขนาดใหญ่ หน้าต่างเริ่มมีฝ้าขึ้น ทางเท้าก็แน่นขนัด และแฟนบอลต่างพยายามหามุมมองใดๆ เพื่อจะได้เห็นบรรยากาศภายในบาร์แห่งนี้ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของกลุ่ม Brooklyn Invincibles กลุ่มแฟนบอลอาร์เซนอลที่เหนียวแน่นที่สุดกลุ่มหนึ่งในนิวยอร์กซิตี้

อาร์เซนอลคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 14 ได้อย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคาร หลังจากผลเสมอ 1-1 ระหว่างบอร์นมัธและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้พวกเขาการันตีตำแหน่งแชมป์ แม้ว่าจะยังเหลือเกมให้ลงเล่นอีกหนึ่งนัดก็ตาม การคว้าแชมป์ในลักษณะนี้ถือว่าไม่ธรรมดา แต่เกมวันอาทิตย์กับคริสตัล พาเลซ ไม่ได้เกี่ยวกับความกังวลหรือคำนวณแต้มใดๆ อีกต่อไป

มันคือวันที่ทุกคนได้สัมผัสความจริงของคำว่า ‘เราเป็นแชมป์’

และในบรูคลิน ความรู้สึกนั้นจับต้องได้จริง ร้านเดลีและร้านกาแฟสุดฮิปใกล้เคียงแทบไม่รู้เลยว่ามีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น เมื่อแฟนบอลอาร์เซนอลเข้ายึดพื้นที่ทั้งถนน บางคนมาถึงหลังเก้าโมงเช้าพร้อมเบียร์และขนมของตัวเอง พยายามมองผ่านหน้าต่างฝ้าที่เบียดเสียดกันอยู่ ภายในบาร์เต็มไปด้วยเบียร์กินเนสส์ มันฝรั่งทอด เสื้อเปียกฝน ขวดลวดลายพิเศษ และเสื้อทีมอาร์เซนอลแทบทุกแบบที่คุณนึกถึง พร้อมแขกรับเชิญอย่างนายกเทศมนตรีโซห์ราน มัมดานี ผู้กำกับชื่อดังสไปค์ ลี และนักแสดงจากซีรีส์ Ted Lasso เจสัน ซูเดคิส

สำหรับแฟนบอลที่ต้องเผชิญเสียงเย้ยหยันและความผิดหวังมานาน วันนี้คือวันที่แตกต่างออกไป นี่อาจเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่การเป็นแฟนอาร์เซนอลรู้สึกภาคภูมิใจและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง บางทีอาจเพราะพลังของทีมนิวยอร์กนิกส์ที่ยังอบอวลทั่วเมือง หรืออาจเพราะความยิ่งใหญ่ของช่วงเวลานี้ แต่ในไม่กี่ชั่วโมงที่ฟอร์ตกรีน อาร์เซนอลรู้สึกเหมือนทีมประจำเมืองนิวยอร์กจริงๆ

เมื่อถึงเวลาเริ่มเกม FancyFree ก็แน่นขนัดมานานกว่าสองชั่วโมงแล้ว ฝนหรือแดด แถวหรือไม่แถว มุมมองดีหรือไม่ดี ไม่มีสิ่งใดสำคัญอีกต่อไป หลังจากรอคอยมา 22 ปี อาร์เซนอลคือแชมป์อีกครั้ง ทุกคนเพียงรอเห็นช่วงเวลาที่พวกเขาชูถ้วยเท่านั้น

ปาร์ตี้ฉลองแชมป์กลางสายฝน

เมื่อเสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น ความสนุกภายในบาร์ก็กลายเป็นคู่แข่งของเกมบนหน้าจอไปโดยปริยาย ถึงแม้พื้นที่จะคับแคบ แต่ก็มีที่ว่างมากพอสำหรับเสียงร้องเพลง ดื่มฉลอง และชนแก้วกับแฟนบอลคนอื่นๆ มีการทำขวดพิเศษติดฉลากสีแดงพร้อมคำว่า “Bottled It” ซึ่งเป็นมุกตลกที่แฟนบอลอาร์เซนอลนำกลับมาใช้ในแบบของตัวเอง เสื้อแข่งรุ่นต่างๆ ของทีมถูกนำมาใส่กันเกือบครบทุกแบบในฝูงชน

การปรากฏตัวของมัมดานี ลี และซูเดคิส ทำให้บรรยากาศยิ่งน่าตื่นเต้น มัมดานีเดินเข้ามาทางประตูข้างในช่วงต้นครึ่งแรก สวมผ้าพันคออาร์เซนอลอย่างเรียบง่าย เสียงเฮดังกึกก้องไปทั่วบาร์เมื่อเขาเดินเข้าไป ส่วนลีอยู่ใกล้ๆ กันในเสื้อกันหนาวลายคริสต์มาสของอาร์เซนอล เติมสีสันให้กับบรรยากาศงานเลี้ยงได้อย่างดี

แม้ฝนจะตกหนักหรือมุมมองจะไม่ดีเพียงใด มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะอาร์เซนอลคือแชมป์แล้ว และทุกคนรอเพียงเห็นถ้วยถูกยกขึ้นเท่านั้น

“ไม่ว่าฝนหรือแดด เราก็เป็นแชมป์”

บรรยากาศในบาร์สะท้อนแนวคิดเดียวกัน “ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก เราก็ได้แชมป์แล้ว” ประโยคนี้เป็นจริงทั้งสำหรับคนที่ยืนตากฝนข้างนอกจนเปียกปอน และสำหรับแฟนบอลด้านในที่คุ้นชินกับวันอาทิตย์อันหม่นหมองของทีมที่รัก เกมเริ่มต้นท่ามกลางสายฝนในบรูคลิน ขณะที่สนามเซลเฮิร์สต์พาร์กบนหน้าจอดูสดใสกว่า แต่เสียงเชียร์ก็ยังคงดังไม่หยุด

มิเกล อาร์เตตา ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล ปรับทัพโดยส่งกาเบรียล เฆซุส และโนนี มาดูเอเก ลงเป็นตัวจริง ทั้งคู่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับบรรยากาศการเฉลิมฉลอง เฆซุสเกือบยิงประตูได้ตั้งแต่นาทีที่ 3 แต่กองหลังพาเลซสกัดออกจากเส้น เขาสร้างโอกาสได้อีกหลายครั้งก่อนยิงประตูขึ้นนำในนาทีที่ 41 ส่งอาร์เซนอลนำในครึ่งแรกและจุดประกายการฉลองรอบใหม่ในบาร์

แม้เกมจะมีช่วงตึงเครียดเมื่อพาเลซยิงตีไข่แตกในนาทีที่ 88 และเกือบตีเสมอได้อีกครั้ง แต่ลูกที่สองถูกตัดสินล้ำหน้า ทำให้แฟนบอลโล่งใจในที่สุด

อาร์เซนอลปิดเกมด้วยชัยชนะ 2-1 แม้ผลการแข่งขันจะไม่ใช่จุดสำคัญที่สุดของวัน แต่การได้ชนะก็ยิ่งทำให้การฉลองมีความหมายมากขึ้น

การรอคอยสิ้นสุดลง

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดมาถึงหลังเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น การฉลองถ้วยเริ่มต้นขึ้นในบาร์ก่อนจะลุกลามออกไปบนถนน ขวดแชมเปญถูกเปิดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงขวดลายพิเศษของอาร์เซนอลด้วย เสียงร้องเพลงและการกอดฉลองของแฟนบอลผสมกับสายฝน กลายเป็นภาพแห่งความสุขที่หลายคนรอคอยมาทั้งชีวิต

ไม่มีใครสนใจว่าถ้วยไม่ได้ถูกชูขึ้นที่เอมิเรตส์สเตเดียม หรือการคว้าแชมป์จะเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน หลังจากรอคอยมาตั้งแต่ปี 2004 รายละเอียดเหล่านั้นไม่สำคัญอีกต่อไป

ไม่ว่าจะเป็นลอนดอนเหนือ ลอนดอนใต้ หรือบรูคลิน — อาร์เซนอลก็ทำได้สำเร็จในที่สุด

ต่อไปคือบูดาเปสต์!

ยังมีอีกหนึ่งเกมใหญ่รออยู่ อาร์เซนอลจะลงสนามในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก พบกับปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่เมืองบูดาเปสต์ ซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างประวัติศาสตร์คว้าดับเบิลแชมป์

แต่ในบาร์ FancyFree ตอนนั้น ไม่มีใครคิดถึงเกมถัดไป ทุกคนยังดื่มด่ำกับช่วงเวลาการชูถ้วยที่รอคอยมานาน เช้าวันนั้นสิ่งเดียวที่สำคัญคือความรู้สึกของการได้เห็นอาร์เซนอลกลับมาคว้าแชมป์อีกครั้ง

ผู้คนกอดกัน คนแปลกหน้ากลายเป็นเพื่อนร่วมหัวใจ รอยสักชั่วคราวถูกวาดลงบนแขน แชมเปญไหลริน และฝนยังคงตกลงมา สำหรับไม่กี่ชั่วโมงในบรูคลิน บาร์เล็กๆ แห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางของโลกอาร์เซนอลอย่างแท้จริง

ไม่ว่าจะฝนตกหรือแดดออก อาร์เซนอลก็เป็นแชมป์แล้ว

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.