สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ อาจได้กลับไปยังสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หากมีการยื่นข้อเสนอค่าตัวจำนวนมาก ตามที่โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ ให้สัมภาษณ์กับ GOAL โดยกองกลางทีมชาติสกอตแลนด์รายนี้ได้พิสูจน์ฝีเท้าของตนเองตลอดสองฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมกับนาโปลีในอิตาลี ซึ่งเขาได้พัฒนาจากมิดฟิลด์พลังขับเคลื่อนกลายเป็นเพลย์เมคเกอร์หมายเลข 10 ที่ทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอ และอาจถูกล่อตาล่อใจให้กลับไปยังโอลด์ แทรฟฟอร์ดเพื่อแทนที่โจชัว เซิร์กซี
แม็คโทมิเนย์คว้าแชมป์กัลโช เซเรีย อา และรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าแห่งปีในอิตาลี
มีรายงานว่ากองหน้าเชื้อสายดัตช์อย่างเซิร์กซีอาจย้ายทีมในช่วงตลาดซัมเมอร์ปี 2026 หลังจากย้ายมาจากโบโลญญาด้วยค่าตัว 36.5 ล้านปอนด์ (ราว 49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อปี 2024 แต่กลับทำได้เพียง 9 ประตูจากการลงสนาม 75 นัดในฟุตบอลอังกฤษ
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมรับฟังข้อเสนอและเชื่อว่าสามารถหาผู้เล่นที่เพิ่มมิติการโจมตีให้กับทีมของไมเคิล คาร์ริกได้มากกว่า เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับความฝันในการท้าชิงแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2026-27 ที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นในฝั่งสีแดงของเมืองแมนเชสเตอร์
หนึ่งในเป้าหมายอาจเป็นใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างแม็คโทมิเนย์ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับนาโปลี หลังตัดสินใจก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตนเอง เด็กปั้นจากอะคาเดมีของโอลด์ แทรฟฟอร์ดรายนี้กลายเป็นทั้งแชมป์เซเรีย อา และผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2024-25
ผลงานการทำประตูส่วนตัวของเขาก็เพิ่มขึ้นจาก 13 เป็น 14 ประตูตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมา และยังเตรียมมีบทบาทสำคัญในทีมชาติสกอตแลนด์ช่วงฟุตบอลโลก 2026 อีกด้วย
แม็คโทมิเนย์พร้อมสำหรับการย้ายครั้งใหญ่หรือไม่?
เมื่อถูกถามว่าในวัย 29 ปี แม็คโทมิเนย์ยังมีโอกาสย้ายทีมครั้งสำคัญอีกหรือไม่ อดีตแข้งทีมชาติสกอตแลนด์อย่างสน็อดกราสส์ ซึ่งให้สัมภาษณ์ในนามของบุ๊คเกอร์ กล่าวกับ GOAL ว่า “ผมคิดว่าถ้าเขาโชว์ฟอร์มได้ดีในเวทีฟุตบอลโลกครั้งนี้ มันจะทำให้หลายสโมสรกล้าที่จะทุ่มเงินก้อนโต เพราะค่าตัวของเขาจะสูงแน่นอน”
“ถ้ามองดูให้ดี การที่เขาได้ออกจากแมนฯ ยูไนเต็ดไป มันอาจไม่ใช่เรื่องแย่เลย หากแมนฯ ยูไนเต็ดจะพิจารณาดึงเขากลับมา เพราะตอนนี้พวกเขากำลังพูดถึงผู้เล่นอย่างโจชัว เซิร์กซีในตำแหน่งแนวรุก”
“ผมคิดว่าเขาสามารถเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนั้นได้ เพราะเขารู้จักสโมสรเป็นอย่างดี เขาได้ออกไปเรียนรู้และพัฒนาจิตใจของนักเตะระดับสูง เขาเชื่อมั่นว่าตัวเองคู่ควรกับที่นั่นและเป็นหนึ่งในแกนหลักของทีม คุณต้องการคนแบบนั้น และผมคิดว่าเขามีคุณสมบัตินั้นครบ”
จากมิดฟิลด์ตัวรับสู่แนวรุก: ตำแหน่งที่ดีที่สุดของแม็คโทมิเนย์คืออะไร?
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยใช้งานแม็คโทมิเนย์ในบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับตลอดการลงเล่น 255 นัดให้กับสโมสร แต่ศักยภาพที่แท้จริงของเขาถูกปลดล็อกเมื่อได้ขยับขึ้นไปเล่นในตำแหน่งที่สูงกว่า
เมื่อถูกถามถึงตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด ณ ตอนนี้ หลังจากที่เขาทำประตูสุดสวยได้หลายลูกทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ สน็อดกราสส์ตอบว่า “สำหรับผม สก็อตต์เป็นได้ทั้งหมายเลข 8 และ 10 ผมชอบเห็นเขาในบทบาทรุกมากกว่าเพราะเขาสามารถวิ่งสอดเข้าไปด้านหลังแนวรับได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้เล่นหมายเลข 8”
“บางคนอาจมองว่าหมายเลข 8 กับ 10 คล้ายกัน ต่างกันแค่หมายเลข 10 ไม่ต้องถอยมาช่วยเกมรับเท่าหมายเลข 8 มันมีหลายปัจจัย แต่เขามีคุณสมบัติของทั้งสองแบบ เขาสามารถเล่นในตำแหน่งหมายเลข 10 และมีศักยภาพในการทำประตูได้ดี”
“หนึ่งในจุดเด่นของแม็คโทมิเนย์คือการเข้าไปอยู่ในกรอบเขตโทษ เขามักจะสร้างโอกาสให้ตัวเองได้ลุ้นทำประตู และมีการโจมตีลูกบอลได้ยอดเยี่ยมในพื้นที่อันตรายเหล่านั้น”
“ผมมองว่าเขาเป็นตัวเลือกที่ดีทั้งในบทบาทหมายเลข 8 หรือ 10 เขาเคยเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็กให้กับทีมชาติสกอตแลนด์ ซึ่งนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้โอกาสลงสนาม เขาได้วางรากฐานและตระหนักถึงความสำคัญของตัวเองในทีม”
“ตอนที่ผมเพิ่งเริ่มติดทีมชาติ เขายังไม่ได้อยู่ในทีม แต่เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก มีทัศนคติที่ดีเยี่ยม และนี่คือโอกาสอันดีสำหรับเขาในการแสดงศักยภาพอีกครั้งในช่วงซัมเมอร์นี้”
แมนฯ ยูไนเต็ดจะยื่นข้อเสนอเพื่อดึงแม็คโทมิเนย์กลับมาหรือไม่?
แม็คโทมิเนย์ยังคงมีสัญญากับนาโปลีจนถึงปี 2028 ซึ่งทำให้สโมสรไม่มีความจำเป็นต้องขาย เขาย้ายจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วยค่าตัว 26 ล้านปอนด์ (ประมาณ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในตอนนั้น
มีรายงานล่าสุดระบุว่า หากมีสโมสรใดต้องการเปิดการเจรจาในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ค่าตัวที่นาโปลีตั้งไว้จะอยู่ที่ 65 ล้านปอนด์ (ราว 87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีความเป็นไปได้ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะพิจารณาข้อเสนอนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเตะที่เติบโตจากอะคาเดมีของสโมสรได้กลับสู่บ้านหลังเก่าทางจิตวิญญาณอีกครั้ง
การสัมภาษณ์นี้กับโรเบิร์ต สน็อดกราสส์ จัดทำขึ้นในนามของบุ๊คเกอร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญจากผู้ค้าส่งในสหราชอาณาจักร ที่ต้องการสนับสนุนให้แฟนบอลชาวสกอตแลนด์เลือกซื้อสินค้าภายในท้องถิ่นในช่วงซัมเมอร์แห่งวงการกีฬา